
เคยเจอไหมครับ? จังหวะที่ต้องการหลักฐานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรถโดนเฉี่ยว ของหน้าบ้านหาย หรืออยากดูพฤติกรรมพี่เลี้ยง แต่พอเปิดแอปขึ้นมากลับพบว่า กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ วินาทีนันบอกเลยว่าเฟลสุด ๆ เหมือนโดนตัดขาดจากความจริงไปเฉย ๆ ซึ่งปัญหาภาพหายในช่วงเวลาคับขันแบบนี้ถือเป็นฝันร้ายของคนรักบ้านทุกคน และถ้าคุณไม่อยากให้เหตุการณ์ “วัวหายแล้วล้อมคอก” เกิดขึ้น บทความนี้จะมาแชร์วิธีเช็กและ วิธีดูย้อนหลังกล้องวงจรปิด ให้กลับมาใช้งานได้ปกติแบบ Step-by-step ครับ
ความจริงแล้วปัญหาที่ทำให้ระบบบันทึกมีปัญหานั้นมีหลายสาเหตุ ตั้งแต่เส้นผมบังภูเขาอย่างการ ตั้งค่ากล้องวงจรปิดดูย้อนหลัง ผิดจุด ไปจนถึงอุปกรณ์หัวใจหลักอย่าง Harddisk กล้องวงจรปิด ราคา ถูกที่อาจเสื่อมสภาพตามกาลเวลาจนทำงานต่อไม่ไหว ไม่ว่าคุณจะใช้ระบบ Analog หรือ กล้องวงจรปิดไร้สาย ดูย้อนหลังไม่ได้ บทความนี้รวมคำตอบไว้ให้ครบทุกเคส เพื่อให้คุณปิดจบคดีภาพหายได้ด้วยตัวเองแบบมือโปร และกลับมาอุ่นใจได้อีกครั้งครับ

เช็กด่วน 3 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้
ถ้าจู่ ๆ คุณพบว่า กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปครับ เพราะส่วนใหญ่ปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวกล้องพังเสมอไป แต่อาจมาจากองค์ประกอบรอบข้างที่ทำงานไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งปัญหานี้มักจะวนเวียนอยู่กับ 3 ปัจจัยหลักที่เปรียบเสมือน “จุดตาย” ของระบบรักษาความปลอดภัย โดยเราสามารถสแกนหาต้นตอได้ง่าย ๆ เพื่อดูว่าความผิดพลาดเกิดจากฮาร์ดแวร์หรือเป็นแค่เรื่องของซอฟต์แวร์ครับ
หน่วยความจำหรือ Harddisk มีปัญหา
นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุดครับ เพราะ Harddisk หรือ SD Card คือส่วนที่ต้องทำงานหนักที่สุดในการเขียนข้อมูลทับไปทับมาตลอด 24 ชั่วโมง หากคุณเลือกใช้เมมโมรี่เกรดทั่วไปที่ไม่รองรับงานกล้องวงจรปิด อุปกรณ์เหล่านี้จะเสื่อมสภาพไวมาก อาการที่ฟ้องชัดเจนคือเครื่องบันทึกแจ้งเตือนว่า “No HDD” หรือในแอปโชว์ว่าไม่มีไฟล์วิดีโอในช่วงเวลาที่ต้องการ ซึ่งนั่นหมายความว่าสื่อบันทึกข้อมูลของคุณ “ลาโลก” ไปเรียบร้อยแล้วครับ
แหล่งจ่ายไฟทำงานไม่เสถียร
หลายคนอาจมองข้ามเรื่องระบบไฟไปครับ แต่รู้ไหมว่า Adapter หรือ Power Supply ที่เริ่มเสื่อมสภาพจ่ายไฟไม่พอนั้นร้ายกาจมาก มันจะทำให้เครื่องบันทึก (DVR/NVR) ของคุณเกิดอาการรีบูตตัวเองวนไปมา หรือบางครั้งไฟพอแค่ส่งภาพสดขึ้นจอ แต่ไม่พอที่จะปั่นจานหมุนของ Harddisk ให้ทำงานได้ ผลที่ตามมาคือคุณดูภาพสดผ่านมือถือได้ปกติ แต่พอจะดูย้อนหลังกลับว่างเปล่า เพราะระบบบันทึกมันหยุดทำงานไปตั้งแต่ไฟไม่พอนั่นเอง
การตั้งค่าบันทึกภาพผิดพลาด
บางครั้งปัญหาก็มาจาก “คน” นี่แหละครับ โดยเฉพาะการลืมตั้งค่า Record Schedule หรือตารางการบันทึกภาพ เช่น ตั้งไว้ให้บันทึกเฉพาะตอนเคลื่อนไหว (Motion Detect) แต่ระบบตรวจจับดันทำงานไม่แม่นยำ หรือที่พบบ่อยคือการปิดฟีเจอร์ Overwrite (การบันทึกวนทับ) ทำให้พอพื้นที่เต็มปุ๊บ กล้องก็หยุดบันทึกปั๊บ จนเป็นเหตุให้ กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ ในช่วงวันล่าสุดนั่นเองครับ
วิธีตรวจสอบเบื้องต้นเมื่อระบบบันทึกภาพแจ้งเตือน Error
เมื่อรู้สาเหตุคร่าวๆ แล้ว คราวนี้มาลองสวมบท “ช่างจำเป็น” แก้ไขปัญหา กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ ด้วยตัวเองกันครับ ผมสรุปขั้นตอนการเช็กแบบง่ายๆ ที่ทำได้จริงมาให้แล้ว ลองไล่ทำตามทีละข้อ รับรองว่าปิดจบคดีภาพหายได้ไม่ยากครับ
ตรวจสอบสถานะ HDD ผ่านเมนูเครื่องบันทึก ขั้นตอนแรกให้พุ่งเป้าไปที่ “หัวใจ” ของการเก็บข้อมูลก่อนเลยครับ โดยใช้เมาส์คลิกขวาที่หน้าจอเครื่องบันทึกเพื่อเข้าสู่เมนูหลัก
- เข้าไปที่เมนูการตั้งค่า (Setting): มองหาหัวข้อที่เขียนว่า “Storage” หรือ “HDD Management”
- เช็กสถานะ (Status): ดูว่าเครื่องมองเห็น Harddisk ไหม ถ้าสถานะขึ้นว่า “Normal” แสดงว่ายังดีอยู่ แต่ถ้าขึ้นว่า “Error”, “No Disk” หรือ “Uninitialized” แสดงว่า Harddisk เริ่มมีปัญหาแล้วครับ
- ลองฟอร์แมต (Format): หากสถานะผิดปกติ ให้ลองกด Format ดูสักครั้ง (ข้อมูลเก่าจะหายหมด) เพื่อให้เครื่องจัดระเบียบการบันทึกใหม่ บางครั้งวิธีนี้ก็ช่วยให้ระบบกลับมาทำงานได้ปกติครับ
การตรวจสอบระบบเครือข่ายและสายสัญญาณ หาก Harddisk ปกติ แต่ยังดูภาพไม่ได้ ให้ลองมาเช็ก “เส้นเลือด” ที่ส่งข้อมูลกันต่อครับ
- เช็กหัวเชื่อมต่อ: เดินไปดูที่หลังเครื่องบันทึกและหลังตัวกล้อง ว่าหัว LAN หรือหัว BNC ยังเสียบแน่นสนิทไหม มีรอยมดกัดหรือสายหักงอหรือเปล่า
- สังเกตไฟสถานะ: ดูที่ช่องเสียบสาย LAN หลังเครื่องบันทึกว่ามีไฟกะพริบ (Activity Light) หรือไม่ ถ้าไฟดับมืดสนิท แสดงว่าสัญญาณเน็ตหรือสายสัญญาณอาจขาดช่วง ทำให้ส่งข้อมูลไปบันทึกไม่ได้
- ทดสอบเปลี่ยนพอร์ต: ลองย้ายสายสัญญาณไปเสียบช่องข้างๆ ดู เพื่อเช็กว่าพอร์ตเสียเฉพาะช่องนั้นๆ หรือเป็นที่ตัวสายครับ
เจาะลึกความแตกต่างระหว่าง SD Card และ Harddisk สำหรับงานกล้อง
เวลาต้องซื้ออุปกรณ์เก็บข้อมูลใหม่ หลายคนมักจะเลือกจาก “ราคาที่ถูกที่สุด” ไว้ก่อน แต่เชื่อไหมครับว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ ในเวลาต่อมา เพราะระบบกล้องวงจรปิดทำงานต่างจากคอมพิวเตอร์หรือมือถือ มันต้องเขียนข้อมูลทับตัวเองตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีหยุดพัก การเลือกอุปกรณ์ให้ถูกประเภทจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ภาพย้อนหลังของคุณปลอดภัยครับ
ทำไมห้ามใช้ SD Card เกรดทั่วไปกับกล้องวงจรปิด สำหรับใครที่ใช้กล้อง Wi-Fi แล้วซื้อ SD Card สีแดงขาวทั่วไปที่ไว้ใส่ใส่มือถือมาใช้ บอกเลยว่าเสี่ยงมากครับ เพราะการบันทึกภาพกล้องวงจรปิดนั้นโหดกว่าที่คิด
- Write Endurance ต่ำ: เมมโมรี่ทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการเขียนข้อมูลวนทับบ่อยๆ ทำให้ชิปภายในไหม้หรือพังไว
- ทนความร้อนไม่ได้: กล้องที่ติดภายนอกต้องเจอกับความร้อนสูง เมมโมรี่เกรดต่ำจะเกิดอาการ “เอ๋อ” และหยุดบันทึกภาพไปเฉยๆ
- ไฟล์เสียบ่อย: จังหวะที่ไฟดับหรือเน็ตหลุด เมมโมรี่ทั่วไปมักจะทำไฟล์วิดีโอเสียจนดูย้อนหลังไม่ได้
เลือก Harddisk สำหรับ CCTV โดยเฉพาะดีกว่าอย่างไร หากระบบของคุณใช้เครื่องบันทึก การเลือกใช้ Harddisk กล้องวงจรปิด ราคา ที่สูงกว่ารุ่นทั่วไปเพียงเล็กน้อย แต่แลกมาด้วยความทนทานคือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดครับ โดยเฉพาะ HDD เกรด Surveillance (เช่น WD Purple หรือ Seagate Skyhawk)
- รองรับงาน 24 ชั่วโมง: ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดใช้งานตลอดเวลาโดยไม่ต้องพัก ต่างจาก HDD คอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาให้ใช้แค่ 8-10 ชม. ต่อวัน
- ลดอาการภาพกระตุก: มีชิปประมวลผลพิเศษที่ช่วยให้การบันทึกวิดีโอหลาย ๆ กล้องพร้อมกันลื่นไหล ไม่เกิดอาการเฟรมหลุด
- ประหยัดพลังงานและเย็นกว่า: ช่วยลดความร้อนสะสมในเครื่องบันทึก ทำให้ทั้งระบบมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
การตั้งค่าวันที่และเวลา จุดเล็กๆ ที่ทำให้ภาพหายแบบไม่รู้ตัว
เชื่อไหมครับว่า สาเหตุที่ทำให้ กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ บางครั้งไม่ได้เกิดจากฮาร์ดแวร์พังหรือโดนตัดสาย แต่เป็นเรื่องของ “เวลา” ครับ ระบบกล้องวงจรปิดจะจัดเก็บไฟล์วิดีโอตามปฏิทินและเวลาของตัวเครื่อง ถ้าเวลาในเครื่องเพี้ยนไปแม้แต่นิดเดียว การหาภาพย้อนหลังจะกลายเป็นเรื่องยากทันที หรือร้ายแรงกว่านั้นคือระบบอาจจะสั่งลบไฟล์ล่าสุดทิ้งเพราะคิดว่าเป็นไฟล์เก่าที่ถึงกำหนดต้องบันทึกวนทับครับ
วิธีตั้งค่า NTP Server ให้เวลาตรงเสมอ วิธีแก้ปัญหาเวลาเพี้ยนที่ยั่งยืนที่สุดคือการตั้งค่า NTP (Network Time Protocol) ครับ เป็นการสั่งให้กล้องหรือเครื่องบันทึกซิงค์เวลากับ “เวลามาตรฐานโลก” ผ่านอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ
- เข้าเมนู Time/Date: ในส่วนการตั้งค่าเครื่องบันทึก ให้เลือกไปที่หัวข้อเวลา (Time)
- เปิดใช้งาน NTP: ใส่ Server Address (เช่น pool.ntp.org) แล้วเลือก Time Zone เป็น GMT+7
- ผลลัพธ์: ไม่ว่าไฟจะดับหรือเน็ตจะหลุด เมื่อระบบกลับมาออนไลน์ เวลาจะถูกปรับให้ตรงเป๊ะโดยที่คุณไม่ต้องไปนั่งแก้วันที่เองให้ปวดหัว ลดโอกาสเกิดปัญหา แอปกล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ เพราะหาไฟล์ตามช่วงเวลาไม่เจอครับ
ปัญหาถ่าน BIOS ในเครื่องบันทึกหมด ถ้าคุณสังเกตว่า ทุกครั้งที่ไฟดับแล้วไฟมาใหม่ วันที่ในเครื่องบันทึกกระโดดกลับไปเป็นปี 2000 หรือปีเก่าๆ นั่นคือสัญญาณเตือนว่า “ถ่าน BIOS” (ถ่านกระดุมก้อนเล็กๆ บนเมนบอร์ดเครื่องบันทึก) หมดอายุครับ
- หน้าที่ของถ่าน: ถ่านก้อนนี้มีหน้าที่เลี้ยงนาฬิกาในตัวเครื่องให้เดินต่อได้แม้ไม่มีไฟฟ้าจ่ายเข้าเครื่อง
- ผลกระทบ: พอถ่านหมด เวลาจะรีเซ็ตใหม่ทุกครั้งที่ไฟดับ ทำให้ไฟล์ที่เพิ่งบันทึกไปถูกมองว่าเป็นไฟล์จากอดีต และระบบอาจจะบันทึกทับไฟล์เหล่านั้นทันทีจนกลายเป็นเคส กล้องวงจรปิดบันทึกวนทับไม่ได้ ตามช่วงเวลาจริงนั่นเองครับ
เปลี่ยนระบบใหม่เพื่อจบปัญหาภาพหายถาวร
ถ้าคุณลองแก้ตามวิธีข้างบนแล้วยังรู้สึกว่าระบบเดิมมันเปราะบางเหลือเกิน เดี๋ยวเมมเต็ม เดี๋ยว Harddisk พัง จนทำให้ กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ อยู่บ่อย ๆ บางทีนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องอัปเกรดขุมพลังใหม่แล้วครับ เทคโนโลยียุค 2026 มีโซลูชันที่ฉลาดและเสถียรกว่าเดิมมาก ซึ่งจะช่วยปิดจุดอ่อนเรื่องข้อมูลสูญหายได้อย่างถาวร ให้คุณไม่ต้องมานั่งลุ้นหน้าจอทุกครั้งที่เกิดเหตุครับ
ระบบ Cloud Storage ทางเลือกใหม่ไม่ต้องใช้เมม ลืมความกังวลเรื่องการหาซื้อเมมโมรี่ไปได้เลยครับ เพราะการบันทึกบน Cloud Storage คือการส่งภาพวิดีโอไปฝากไว้บนเซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัยผ่านอินเทอร์เน็ตแทนการเก็บไว้ในตัวกล้องเพียงอย่างเดียว
- กันขโมยทำลายหลักฐาน: ต่อให้โจรจะทุบกล้องทิ้ง หรือขโมยเครื่องบันทึกไป แต่ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดจะยังคงอยู่บนระบบ Cloud ให้คุณดาวน์โหลดมาเป็นหลักฐานได้ทันที
- ไม่ต้องกลัวอุปกรณ์เสีย: หมดปัญหาเรื่องการเช็กว่าเมมโมรี่จะพังเมื่อไหร่ เพราะระบบ Cloud มีความเสถียรสูงมากและบันทึกภาพได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องพึ่งพาสื่อบันทึกข้อมูลทางกายภาพเพียงอย่างเดียว
การอัปเกรดเป็นเครื่องบันทึกแบบ IP (NVR) หากคุณยังใช้ระบบ Analog รุ่นเก่าที่เดินสายสัญญาณเส้นใหญ่ ๆ การเปลี่ยนมาใช้ระบบ IP Camera ร่วมกับเครื่องบันทึก NVR จะช่วยให้ระบบบันทึกภาพย้อนหลังลื่นไหลขึ้นเยอะครับ
- การส่งข้อมูลที่แม่นยำ: ระบบ IP ส่งข้อมูลแบบดิจิทัล ทำให้โอกาสที่สัญญาณจะดรอปหรือภาพลายจนบันทึกไม่ได้นั้นน้อยกว่าระบบเก่ามาก ลดโอกาสเกิดปัญหา กล้องวงจรปิดบันทึกวนทับไม่ได้ แบบผิดปกติ
- เทคโนโลยี H.265+: ช่วยให้คุณบันทึกภาพความละเอียดสูงได้นานขึ้น โดยใช้พื้นที่เก็บข้อมูลน้อยลงกว่าเดิมถึง 75% ทำให้ Harddisk ไม่ต้องทำงานหนักเกินไปและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นครับ
ฝากไฟล์กล้องวงจรปิดไว้บน Cloud ดีไหม?
คำถามนี้เป็นสิ่งที่หลายคนลังเลครับ แต่ถ้าคุณเคยเจอประสบการณ์ กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ เพราะเมมโมรี่พังหรือโจรขโมยเครื่องบันทึกไป ระบบ Cloud Storage คือคำตอบที่จะทำให้คุณหลับสบายขึ้นเยอะครับ เพราะนี่คือการเปลี่ยนจาก “การเก็บไฟล์ไว้ที่บ้าน” เป็น “การฝากไฟล์ไว้บนระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัยระดับโลก” ซึ่งมีข้อดีที่ระบบเดิม ๆ ให้ไม่ได้ครับ
- ความปลอดภัยระดับสูงสุด: ต่อให้โจรจะแสบแค่ไหน ทุบกล้องทิ้ง หรือหิ้วเครื่องบันทึก (DVR/NVR) หนีไป แต่ภาพหลักฐานชิ้นสำคัญจะยังคงอยู่บน Cloud คุณสามารถเปิดแอปฯ แล้วดาวน์โหลดคลิปเหตุการณ์ออกมาส่งตำรวจได้ทันทีภายในไม่กี่วินาที
- หมดปัญหาอุปกรณ์เสื่อมสภาพ: คุณไม่ต้องมานั่งกังวลว่า เมมโมรี่กล้องวงจรปิดเสีย ตอนไหน หรือ Harddisk จะลาโลกเมื่อไหร่ เพราะระบบ Cloud ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ต พื้นที่จัดเก็บข้อมูลถูกดูแลโดยผู้ให้บริการมืออาชีพ ทำให้การบันทึกภาพลื่นไหลและเสถียรกว่ามาก
- เข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่: ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลก แค่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเรียกดูภาพย้อนหลังได้ทันที โดยไม่ต้องกลัวว่าเครื่องบันทึกที่บ้านจะค้างหรือเน็ตที่บ้านจะช้าจนโหลดภาพไม่ขึ้นครับ
ปัจจุบันแบรนด์ชั้นนำอย่าง Hikvision ก็มีบริการ Hik-Connect Cloud ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานระดับโปร ให้ความเสถียรสูงและจัดการข้อมูลได้ง่ายมาก รวมถึงแบรนด์ Smart Home ยอดฮิตอย่าง Imou หรือ Ezviz ก็มีแพ็กเกจ Cloud ที่ราคาน่ารักและใช้งานง่ายสุด ๆ ครับ การจ่ายค่าบริการเพียงเล็กน้อยเพื่อแลกกับความอุ่นใจว่า “ภาพไม่หายแน่นอน” ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในยุคนี้เลยครับ
สรุปแนวทางจัดการปัญหา กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ แบบอยู่หมัด
การที่ กล้องวงจรปิด ดูย้อนหลังไม่ได้ ในเวลาที่เราต้องการหลักฐานมากที่สุด ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาครับ แต่มักมีต้นตอชัดเจนที่ระบบแจ้งเตือนเราอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณเตือนเรื่อง Harddisk เสื่อมสภาพ การใช้สื่อบันทึกข้อมูลผิดประเภท หรือแม้แต่จุดเล็ก ๆ อย่างการตั้งค่าวันที่ไม่เป็นปัจจุบัน การหมั่นตรวจสอบสถานะการบันทึกผ่านแอปพลิเคชันเป็นประจำ และเลือกใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลเกรดเฉพาะทางอย่าง Surveillance Harddisk หรือ High Endurance SD Card จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ระบบรักษาความปลอดภัยของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและพร้อมแสแตนบายภาพเหตุการณ์สำคัญให้คุณได้ทุกเมื่อครับ
หากคุณลองตรวจสอบตามขั้นตอนที่แนะนำไปแล้วแต่ยังไม่สามารถกู้ภาพคืนมาได้ หรือต้องการอัปเกรดระบบใหม่ให้เสถียรยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี Cloud และ NVR รุ่นล่าสุด ทีมงาน บริษัท ชัย โซลูชั่น จำกัด พร้อมเข้าไปดูแลคุณแบบเบ็ดเสร็จครับ เรามีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมวิเคราะห์ปัญหาตรงจุด เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และเซตระบบให้คุณกลับมาใช้งานได้อย่างอุ่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะความปลอดภัยของคุณคือภารกิจสำคัญที่สุดของเรา ให้เราช่วยดูแลบ้านและธุรกิจของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันปัญหาภาพหายในวันที่คุณต้องการมันที่สุดครับ
ติดต่อทีมงาน ชัย โซลูชั่น เพื่อรับคำปรึกษาฟรี!
- Line Official: @chaisolution (มี @ ด้วยนะ)
- สายด่วนฝ่ายขาย:
- 088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
- 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
- 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)
FAQ: 5 คำถามยอดฮิตเรื่องภาพย้อนหลัง
- กล้องวงจรปิดดูย้อนหลังได้กี่วัน?
ตอบ: จำนวนวันที่บันทึกได้ขึ้นอยู่กับ ขนาดความจุของ Harddisk และ จำนวนกล้อง ครับ ตัวอย่างเช่น กล้อง 4 ตัว ความละเอียด 2MP หากใช้ Harddisk ขนาด 1TB จะดูย้อนหลังได้ประมาณ 7-10 วัน แต่ถ้าต้องการให้บันทึกได้นานขึ้น สามารถเลือกใช้เครื่องบันทึกที่รองรับเทคโนโลยี H.265+ ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าเดิมถึง 50-75% ทำให้บันทึกได้ยาวนานขึ้นในความจุเท่าเดิมครับ
- ฟอร์แมต Harddisk ใหม่จะช่วยให้กลับมาบันทึกได้ไหม?
ตอบ: ช่วยได้ในบางกรณีครับ การฟอร์แมต (Format) เปรียบเสมือนการล้างบ้านใหม่ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาไฟล์ที่เขียนค้างไว้จนเกิด Error หรือแก้ปัญหา Bad Sector ในระดับซอฟต์แวร์เบื้องต้นได้ แต่หาก Harddisk มีความเสียหายทางกายภาพ (Hardware Damage) เช่น หัวอ่านพังหรือจานหมุนค้าง การฟอร์แมตจะช่วยให้กลับมาบันทึกได้เพียงชั่วคราวและจะกลับมาเป็นปัญหาเดิมอีกครั้ง แนะนำให้เปลี่ยนลูกใหม่เพื่อความปลอดภัยครับ
- ดูย้อนหลังไม่ได้แต่ดูสดได้เกิดจากอะไร?
ตอบ: อาการนี้ฟ้องชัดเจนว่า อุปกรณ์เก็บข้อมูล (Harddisk หรือ SD Card) มีปัญหา ครับ เพราะการ “ดูสด” คือการดึงสัญญาณภาพจากกล้องส่งตรงมาที่หน้าจอผ่านระบบเน็ตเวิร์ก แต่การ “ดูย้อนหลัง” คือการเรียกไฟล์ที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำออกมาแสดงผล เมื่อหน่วยความจำเสียหรือเขียนข้อมูลไม่ได้ คุณจึงยังเห็นภาพปัจจุบันได้ปกติ แต่ระบบไม่สามารถบันทึกข้อมูลเก็บไว้ให้คุณดูย้อนหลังได้นั่นเองครับ
- ทำไมดูย้อนหลังแล้วภาพกระตุก?
ตอบ: สาเหตุหลักมี 2 อย่างครับ คือ ความเร็วของหน่วยความจำ (Read/Write Speed) ไม่เพียงพอ ทำให้การดึงไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงทำได้ไม่ลื่นไหล หรืออีกสาเหตุคือ ความแรงของอินเทอร์เน็ต ในขณะที่คุณกำลังเรียกดูย้อนหลังผ่านแอปพลิเคชัน หากสัญญาณเน็ตไม่เสถียรหรือ Bandwidth ไม่พอ ภาพที่แสดงผลจะเกิดอาการกระตุกหรือค้างได้ครับ
- เปลี่ยน Harddisk เองได้ไหม ประกันจะขาดหรือเปล่า?
ตอบ: โดยปกติแล้วผู้ใช้งานสามารถ เปลี่ยน Harddisk เองได้ โดยไม่ทำให้ตัวเครื่องบันทึกหมดประกันครับ เพราะ Harddisk ถือเป็นอุปกรณ์ส่วนควบที่แยกออกจากเมนบอร์ดหลัก แต่ต้องระมัดระวังขณะแกะฝาเครื่องไม่ให้ไปกระทบกระเทือนแผงวงจรอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นใจและงานที่เรียบร้อย การให้ช่างผู้เชี่ยวชาญจาก ชัย โซลูชั่น เข้าไปดูแลจะช่วยให้คุณได้ Harddisk เกรดที่ถูกต้องและมีการเซตระบบที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ






