
| ค่า IP | ความเหมาะสมในการใช้งาน |
| ไอพี20 | ใช้เฉพาะในอาคาร ห้องที่ไม่มีฝุ่นหรือความชื้น (เช่น ในออฟฟิศ) |
| IP44 | ติดตั้งในร่มที่อาจมีละอองน้ำบ้าง หรือใต้ชายคาที่ฝนไม่สาด |
| IP65 | ติดตั้งนอกอาคารได้ กันฝุ่นและกันน้ำสาดได้ดี |
| IP66 | มาตรฐานแนะนำสำหรับกล้องนอกอาคาร ทนพายุฝนและฝุ่นได้ดีมาก |
| IP67 | อุปกรณ์ที่อาจต้องแช่น้ำชั่วคราว เช่น ไฟในสวน หรือมือถือรุ่นท็อป |
| IP68 | อุปกรณ์สำหรับใช้งานใต้น้ำ เช่น กล้อง Action Cam หรือไฟในสระว่ายน้ำ |
IP Rating คืออะไร?
IP Rating ย่อมาจาก Ingress Protection Rating คือ มาตรฐานสากลที่กำหนดโดย IEC (International Electrotechnical Commission) เพื่อใช้บอกระดับการป้องกันของ “ตัวถัง” หรือ “เคส” ของอุปกรณ์ไฟฟ้าจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก
ค่า IP จะประกอบด้วยตัวเลข 2 หลักตามหลังเสมอ (เช่น IP67) ซึ่งเลขแต่ละหลักมีความหมายเฉพาะเจาะจง ดังนี้
โครงสร้างของ IP Rating
ตัวเลขหลักที่ 1: การป้องกันของแข็ง (Solid Object Protection)
ตัวเลขนี้บอกว่าอุปกรณ์ป้องกัน “ฝุ่น” หรือ “นิ้วมือ” ไม่ให้เข้าไปสัมผัสส่วนวงจรภายในได้ดีแค่ไหน มีตั้งแต่ระดับ 0 ถึง 6:
IP0X: ไม่ป้องกันเลย
IP1X: ป้องกันของแข็งขนาดใหญ่กว่า 50 มม. (เช่น หลังมือ)
IP2X: ป้องกันของแข็งขนาดใหญ่กว่า 12.5 มม. (เช่น นิ้วมือ)
IP4X: ป้องกันของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 มม. (เช่น สายไฟ หรือแมลงตัวเล็กๆ)
IP5X: ป้องกันฝุ่น (อาจมีฝุ่นเข้าได้บ้างแต่ไม่ส่งผลต่อการทำงาน)
IP6X: ป้องกันฝุ่นสมบูรณ์ (Dust Tight) ฝุ่นไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปได้เลย
ตัวเลขหลักที่ 2: การป้องกันของเหลว (Liquid Protection)
ตัวเลขนี้บอกความสามารถในการกันน้ำ มีตั้งแต่ระดับ 0 ถึง 9:
IPX1 – IPX2: ป้องกันหยดน้ำที่ตกลงมาในแนวตั้งหรือเอียงเล็กน้อย
IPX4: ป้องกันละอองน้ำที่สาดมาจากทุกทิศทาง (กันฝนปรอยๆ ได้)
IPX5: ป้องกันน้ำฉีด (Water Jet) ด้วยแรงดันต่ำ
IPX6: ป้องกันน้ำฉีดแรงดันสูง (Powerful Water Jets) เช่น พายุฝนหรือน้ำจากสายยางฉีดแรงๆ
IPX7: กันน้ำทิ้งไว้ได้ (Immersion) แช่น้ำได้ลึกไม่เกิน 1 เมตร นานสูงสุด 30 นาที
IPX8: กันน้ำลึก (Continuous Immersion) ใช้งานใต้น้ำได้ตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตระบุ (มักจะลึกกว่า 1 เมตร)
IPX9K: ป้องกันน้ำฉีดแรงดันสูงพิเศษที่มีอุณหภูมิสูง (High Pressure & Temp)
ข้อสังเกตที่สำคัญ
ถ้าเห็นตัวอักษร “X”: เช่น IPX7 หมายความว่าอุปกรณ์นั้น “ไม่ได้ทดสอบ” การกันฝุ่น (หรือไม่ได้ระบุ) แต่สามารถกันน้ำระดับแช่น้ำได้
มาตรฐานไม่ได้คงอยู่ตลอดไป: ยางกันซึม (Gasket) สามารถเสื่อมสภาพได้ตามกาลเวลาและความร้อน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่โดนแดดเมืองไทยบ่อยๆ
เงื่อนไขการทดสอบคือน้ำสะอาด: มาตรฐาน IP มักทดสอบด้วยน้ำเปล่าในอุณหภูมิปกติ ดังนั้นการนำไปแช่ในน้ำทะเล น้ำสบู่ หรือน้ำร้อน อาจทำให้อุปกรณ์พังได้แม้จะมีค่า IP สูงก็ตาม
สำหรับ กล้องวงจรปิดนอกอาคาร มาตรฐาน IP กล้องวงจรปิด ที่เรามักจะเห็นบ่อยๆ มีดังนี้:
IP65:
กันฝุ่นได้สมบูรณ์ และกันน้ำฉีดระดับต่ำได้จากทุกทิศทาง
เหมาะสำหรับ: การติดตั้งในที่ร่มที่มีละอองน้ำบ้าง หรือติดตั้งใต้ชายคาที่ไม่โดนฝนสาดโดยตรง
IP66:
กันฝุ่นได้สมบูรณ์ และกันน้ำฉีดแรงดันสูงได้ (High-pressure jets)
เหมาะสำหรับ: การติดตั้งนอกอาคารทั่วไปที่ต้องเจอฝนสาดหรือพายุฝนได้ดี เป็นมาตรฐานยอดนิยมสำหรับกล้องภายนอก
IP67:
กันฝุ่นได้สมบูรณ์ และสามารถแช่น้ำได้ชั่วคราว (ลึกไม่เกิน 1 เมตร นาน 30 นาที)
เหมาะสำหรับ: พื้นที่ที่สภาพอากาศรุนแรงมาก หรือจุดที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังชั่วคราว
สรุป: ติด กล้องวงจรปิดนอกอาคาร ควรเลือกตัวเลขไหน?
หากคุณกำลังมองหา กล้องวงจรปิดนอกอาคาร เพื่อติดตั้งบริเวณรั้วบ้าน ลานจอดรถ หรือหน้าประตูบ้าน :“แนะนำให้มาตรฐาน IP กล้องวงจรปิด IP66 เป็นอย่างน้อย” เนื่องจาก IP66 เพียงพอต่อการป้องกันฝนสาดและฝุ่นละอองในประเทศไทยได้แบบหายห่วง แต่ถ้าพื้นที่ติดตั้งไม่มีชายคาเลย และต้องเผชิญกับพายุฝนโดยตรง การขยับไปใช้ IP67 จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้นครับ
การติดตั้ง กล้องวงจรปิดนอกอาคาร ที่มีมาตรฐาน IP Rating (เช่น IP66 หรือ IP67) ให้ใช้งานได้ยาวนาน ไม่ใช่แค่การยึดน็อตแล้วจบครับ เพราะความชื้นและความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของระบบไฟฟ้า
สิ่งที่ต้องเตรียม (Checklist)
กล้องที่มีมาตรฐาน IP66 หรือ IP67: เลือกตามความเหมาะสมของหน้างาน (แนะนำ IP66 ขึ้นไปสำหรับนอกอาคาร)
กล่องกันน้ำ (Junction Box): สำคัญมาก! ใช้สำหรับเก็บข้อต่อสายไฟและ Balun เพื่อไม่ให้โดนน้ำและแสงแดด
ท่อร้อยสายไฟ (PVC/PE) และข้อต่อ: เพื่อป้องกันสายสัญญาณถูกของมีคม สัตว์กัดแทะ หรือกรอบแตกจากรังสี UV
ซิลิโคน (Silicone Sealant): สำหรับอุดรูเจาะผนังและรอยต่อกล่องกันน้ำ
เทปพันละลาย (Self-fusing Rubber Tape): ใช้พันขั้วต่อ BNC หรือ DC ก่อนเก็บเข้ากล่องเพื่อป้องกันความชื้น 100%
อุปกรณ์ช่างพื้นฐาน: สว่านกระแทก, บันได, คีมย้ำหัว, และเครื่องทดสอบสัญญาณ (Monitor Tester)
ขั้นตอนการติดตั้งกล้องวงจรปิดนอกอาคาร
1. วางแผนตำแหน่งและมุมภาพ
หลีกเลี่ยงการหันกล้องย้อนแสงอาทิตย์โดยตรง เพราะจะทำให้ภาพย้อนแสง (WDR อาจช่วยได้ระดับหนึ่งแต่ควรเลี่ยง)
ความสูงที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 2.5 – 4 เมตร เพื่อป้องกันการถูกทุบทำลาย แต่ยังสามารถบันทึกใบหน้าคนได้ชัดเจน
2. ติดตั้งกล่องกันน้ำและเดินท่อ
ยึดกล่องกันน้ำเข้ากับผนังหรือเสาในตำแหน่งที่จะวางตัวกล้อง
เดินท่อร้อยสายจากภายในอาคารออกมายังกล่องกันน้ำ โดยใช้ “ข้อต่อคอนเนคเตอร์” เชื่อมระหว่างท่อกับกล่องให้มิดชิด
เทคนิค: ควรเดินท่อให้มีส่วนโค้งหย่อนลง (Drip Loop) ก่อนเข้ากล่อง เพื่อป้องกันน้ำฝนไหลตามท่อเข้าสู่กล่องโดยตรง
3. การเข้าหัวสายและการป้องกันความชื้น
เมื่อลากสายสัญญาณมาถึงกล่องกันน้ำ ให้ทำการเข้าหัว BNC หรือ RJ45 ให้เรียบร้อย
จุดตายที่หลายคนพลาด: ถึงแม้กล้องจะกันน้ำ แต่ “ขั้วต่อ” มักจะไม่กันน้ำ 100% ให้ใช้ เทปพันละลาย พันรอยต่อระหว่างสายกับขั้วกล้องให้หนาแน่น
4. การติดตั้งตัวกล้องเข้ากับกล่อง
ยึดฐานกล้องเข้ากับฝากล่องกันน้ำ (หรือผนังตามการออกแบบ)
เก็บสายและขั้วต่อทั้งหมดไว้ภายในกล่องกันน้ำ แล้วปิดฝาให้สนิท ขันน็อตให้ครบทุกตัว
5. การเก็บรายละเอียด (Sealing)
ใช้ ซิลิโคน อุดรอยต่อระหว่างกล่องกันน้ำกับผนัง และอุดรูที่เจาะร้อยสายไฟเข้ามาในอาคาร เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าผนังและป้องกันมดหรือแมลงเข้าไปทำรังในกล่อง
6. ปรับมุมภาพและทดสอบระบบ
เปิดระบบเพื่อเช็กมุมภาพผ่านจอมอนิเตอร์หรือมือถือ
ตรวจสอบว่าระบบ Infrared หรือ Smart Hybrid Light ทำงานปกติเมื่อไม่มีแสง เพื่อให้มั่นใจว่าการเฝ้าระวังตอนกลางคืนไม่มีจุดบอด

ในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิด สิ่งที่ต้องดูควบคู่ไปกับค่า IP Rating คือ “รูปทรง” และ “ลักษณะการใช้งาน” ของกล้องแต่ละประเภทครับ เพราะกล้องแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างกัน
| ประเภทกล้อง | มาตรฐาน IP ทั่วไป | ความทนทาน / สถานที่ติดตั้งที่เหมาะสม |
| กล้องทรงกระบอก (Bullet) | IP66 / IP67 | สูงที่สุด: ออกแบบมาเพื่อใช้นอกอาคารโดยเฉพาะ กันน้ำกันฝุ่นได้ดีเยี่ยม ติดตั้งบนเสาหรือกำแพงที่โดนฝนตรงๆ ได้ |
| กล้องทรงโดม (Dome) | IP20 / IP66 | ปานกลาง: รุ่น IP20 ใช้เฉพาะในอาคาร ส่วนรุ่น IP66/67 จะมีครอบแก้วป้องกันการทุบทำลาย เหมาะกับใต้ชายคาหรือแนวระเบียง |
| กล้องหมุนได้ (PTZ) | IP66 | สูง: กล้องขนาดใหญ่ที่หมุนได้รอบทิศทาง มีระบบซีลกันน้ำที่ข้อต่ออย่างดี เหมาะสำหรับลานจอดรถหรือดาดฟ้า |
| กล้องไร้สาย (Wi-Fi / Robot) | ไอพี20 | ต่ำ: ส่วนใหญ่ไม่กันน้ำ ออกแบบมาเพื่อตั้งโต๊ะหรือติดเพดานภายในบ้านเท่านั้น (ห้ามโดนแดด/ฝน) |
| กล้องกระบอกจิ๋ว (Mini Bullet) | IP65 | ปานกลาง: กันละอองน้ำได้บ้าง แต่ไม่แนะนำให้ตากฝนหนักๆ เป็นเวลานาน เหมาะกับติดหน้าประตูบ้านที่มีหลังคาคลุม |
เจาะลึกการเลือกตามลักษณะหน้างาน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น คุณสามารถเลือกใช้กล้องให้เหมาะสมกับจุดต่างๆ ดังนี้ครับ:
1. ติดตั้งกลางแจ้ง (เสาไฟฟ้า, รั้วบ้าน, ดาดฟ้า)
รุ่นที่แนะนำ: กล้องทรงกระบอก (Bullet) หรือ PTZ
ค่า IP ที่ต้องมี: IP67
เหตุผล: ต้องรับแรงกระแทกจากเม็ดฝนและฝุ่นควันตลอดเวลา ตัวกล้องทรงกระบอกจะระบายน้ำได้ดีกว่าและมีหน้ากากกันแดด (Sunshield) ในตัว
2. ติดตั้งใต้ชายคา (หน้าประตูบ้าน, ที่จอดรถที่มีหลังคา)
รุ่นที่แนะนำ: กล้องทรงโดม (Dome) หรือกล้องกระบอกขนาดเล็ก
ค่า IP ที่ต้องมี: IP66
เหตุผล: ป้องกันละอองน้ำสาดและฝุ่นสะสมได้เพียงพอ ทรงโดมจะช่วยให้หน้าเลนส์สะอาดนานกว่าเพราะมีฝาครอบ
3. ติดตั้งภายในอาคาร (ห้องนั่งเล่น, ออฟฟิศ)
รุ่นที่แนะนำ: กล้อง Wi-Fi หรือกล้องโดมภายใน
ค่า IP ที่ต้องมี: IP20 หรือไม่ระบุค่า IP
เหตุผล: เน้นดีไซน์สวยงามและขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องทนน้ำ แต่ควรระวังเรื่องความชื้นจากเครื่องปรับอากาศหากติดใกล้ช่องแอร์เกินไป
พบปัญหาการเชื่อมต่อ หรือต้องการสอบถามบริการ ติดต่อเราได้ทันที
Line Official: @chaisolution
ทีมฝ่ายขายพร้อมดูแล
088-5851649 (หญิง) | 080-3373324 (แยม)
085-0555331 (มุก) | 061-8084109 (มิ้น)
061-9172440 (แม็ค) | 093-4918722 (ก็อต)
ทักมาได้เลย ยินดีให้บริการทุกเคสเพื่อให้บ้านของคุณออนไลน์ได้ทุกที่ทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. กล้อง IP67 ดีกว่า IP66 เสมอไปไหม?
คำตอบ: ในแง่การ “กันน้ำแช่” ใช่ครับ แต่ในแง่การใช้งาน “นอกอาคารทั่วไป” IP66 เพียงพอแล้ว เพราะ IP66 ออกแบบมาเพื่อทนน้ำฉีดแรงดันสูง (เหมือนพายุฝน) ส่วน IP67 ออกแบบมาเพื่อกันการตกน้ำชั่วคราว หากติดตั้งบนผนังปกติ IP66 ก็ถือว่าทำงานได้ยอดเยี่ยมเท่ากันครับ
2. ถ้ากล้องระบุว่า IP67 แล้ว ยังต้องใช้กล่องกันน้ำ (Junction Box) อีกไหม?
คำตอบ: “จำเป็นอย่างยิ่งครับ” เพราะมาตรฐาน IP67 กันน้ำแค่ที่ “ตัวบอดี้กล้อง” แต่ “ขั้วต่อสายสัญญาณ” (หัว BNC หรือ RJ45) ที่อยู่ท้ายกล้องไม่ได้กันน้ำ หากไม่มีกล่องกันน้ำเก็บขั้วสาย น้ำจะซึมเข้าที่ข้อต่อและทำให้กล้องชอร์ตหรือภาพล้มได้
3. ติดกล้องในร่ม (IP20) แต่อยู่ใต้ชายคาที่ไม่โดนฝนได้ไหม?
คำตอบ: ไม่แนะนำครับ แม้จะไม่โดนฝนโดยตรง แต่กล้องในร่มไม่ได้ออกแบบมาให้ทนต่อ “ความชื้นในอากาศ” และ “ละอองฝุ่น” ภายนอก รวมถึงพลาสติกของกล้องในร่มมักไม่ทนต่อรังสี UV ทำให้สีซีดและกรอบแตกได้ง่ายเมื่อเจอความร้อนสะสม
4. ทำไมกล้องที่กันน้ำได้ (IP66/67) ถึงยังมีไอน้ำขึ้นที่หน้าเลนส์?
คำตอบ: เกิดจาก “ความชื้นสะสม” ภายในกล้อง ซึ่งมักเกิดจากการติดตั้งในวันที่มีความชื้นสูง หรือปิดฝากล้องไม่สนิท
วิธีแก้: ใส่ซองกันชื้น (Silica Gel) ไว้ในกล่องกันน้ำ หรือในตัวบอดี้กล้อง (ถ้าเปิดได้) จะช่วยลดปัญหานี้ได้ครับ
5. มาตรฐาน IP Rating รับประกันว่ากล้องจะไม่พังจากน้ำ 100% ใช่ไหม?
คำตอบ: ไม่ใช่ 100% ครับ มาตรฐานนี้คือการทดสอบจากโรงงานในสภาวะควบคุม แต่ในชีวิตจริงมีปัจจัยอื่น เช่น:
การเสื่อมสภาพของซีลยางตามอายุการใช้งาน
การฉีดน้ำล้างบ้านแรงๆ ใส่ตัวกล้องโดยตรง (Pressure Washer)
การติดตั้งที่ผิดวิธี (เช่น หงายรูสายไฟขึ้นฟ้า)
6. กล้องวงจรปิดโดนแดดจัดๆ ค่า IP ช่วยป้องกันไหม?
คำตอบ: ค่า IP ไม่ได้บอกเรื่องการทนแดด ครับ มันบอกแค่เรื่องกันฝุ่นและน้ำ หากต้องการกล้องที่ทนแดดเมืองไทย ให้ดูที่วัสดุตัวกล้อง (ควรเป็นโลหะ) และดูค่า Operating Temperature ในสเปกบุ๊ก (ควรรับได้ถึง 50-60°C)
