
| คุณสมบัติ | ซีรี่ส์เริ่มต้น (ซีรี่ส์อี) | ชุดธุรกิจ (ชุด B) | ชุดอุปกรณ์เฝ้าระวัง (ซีรีส์ D) |
| เหมาะสำหรับ | ใช้งานทั่วไป/สำนักงาน | กราฟิก/เน้นดีไซน์ | ห้องควบคุม/เปิด 24 ชม. |
| ความละเอียด | ฟูล HD (1080p) | ฟูล HD – 4K | ฟูล HD – 4K |
| พาเนล (Panel) | เวอร์จิเนีย / เทนเนสซี | IPS (สีตรง มุมมองกว้าง) | VA / IPS (เน้นความทนทาน) |
| ดีไซน์ขอบจอ | ขอบปกติ | Ultra-Slim (ขอบบางพิเศษ) | แข็งแรง/ระบายความร้อนดี |
| อัตราการรีเฟรช | 60Hz – 75Hz | 75Hz – 100Hz | 60Hz |
| การเชื่อมต่อ | สาย HDMI, สาย VGA | HDMI, DP, VGA | HDMI, VGA, BNC (บางรุ่น) |
| จุดเด่น | ราคาประหยัด คุ้มค่า | ภาพสวย ถนอมสายตา | เปิดได้ตลอด 24/7 |
1. Entry Series (รุ่นรหัส DS-D5022QE / DS-D5024QE)
-
การใช้งาน: เหมาะสำหรับเป็นหน้าจอสำนักงานทั่วไป หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องหลัก
-
ข้อดี: ราคาเป็นมิตรกับงบประมาณ ติดตั้งง่าย มีลำโพงในตัว (ในบางรุ่น)
2. Business Series (รุ่นรหัส DS-D5024FN / DS-D5027FN)
-
การใช้งาน: งานเอกสารที่ต้องจ้องนานๆ หรือใช้ต่อจอคู่ (Dual Monitor)
-
ข้อดี: ขอบจอบางมาก (Borderless) ทำให้เวลาวางต่อกันรอยต่อน้อยมาก มีเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้าช่วยถนอมสายตา
3. Surveillance Professional (รุ่นรหัส DS-D50 Series รุ่นสูง)
-
การใช้งาน: ต่อกับเครื่องบันทึก NVR/DVR เพื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ
-
ข้อดี: มีวงจรภายในที่ทนทานต่อการเกิดอาการ Image Ghosting (ภาพค้าง) แม้จะเปิดภาพนิ่งจากกล้องมุมเดิมเป็นเวลานานหลายเดือน
คำแนะนำในการเลือกซื้อ
-
ถ้าใช้ดูตัวอย่างภาพกล้องวงจรปิด: แนะนำเลือกกลุ่ม Surveillance เพราะจอคอมทั่วไปหากเปิดทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงนานๆ จอจะเสื่อมสภาพเร็วและเกิดอาการ “ภาพเบิร์น” ได้ง่ายกว่า
-
ถ้าใช้งานออฟฟิศควบคู่ไปด้วย: แนะนำรุ่นที่เป็นพาเนล IPS (Business Series) เพราะจะให้สีสันที่สดใสและไม่เพี้ยนเวลาเรามองจากด้านข้าง

ทำไมต้องเลือกใช้ Monitor Hikvision?
-
Industrial Grade Reliability: แตกต่างจากจอคอมพิวเตอร์ทั่วไป Monitor Hikvision รุ่นที่ใช้กับงานระบบรักษาความปลอดภัยถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ตลอด 24/7 โดยที่ความร้อนต่ำและภาพไม่ค้าง (Ghosting)
-
Wide Viewing Angle: ส่วนใหญ่มาพร้อมกับพาเนลแบบ VA หรือ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ช่วยให้การตรวจสอบรายละเอียดบนหน้าจอชัดเจนจากทุกมุม
-
Eye Care Technology: มีเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้า (Low Blue Light) และลดการกระพริบของจอ (Flicker-free) ช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตาเมื่อต้องจ้องหน้าจอนานๆ
-
High Compatibility: รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายทั้ง HDMI และ VGA ทำให้ใช้งานร่วมกับเครื่องบันทึก NVR/DVR หรือคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้อย่างง่ายดาย
1. Monitor Hikvision เหมาะกับงานประเภทไหน?
แม้ว่าจะเป็นหน้าจอเหมือนกัน แต่ Hikvision ออกแบบผลิตภัณฑ์มาโดยเน้น “ความอึด” และ “ความเฉพาะทาง” เป็นหลัก:
-
ระบบรักษาความปลอดภัย (CCTV Monitoring): นี่คือหัวใจหลัก เพราะ Monitor Hikvision ถูกสร้างมาให้เปิดใช้งานได้แบบ 24/7 (24 ชั่วโมง 7 วัน) ซึ่งจอคอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาให้ทนความร้อนและการทำงานหนักขนาดนี้
-
ห้องควบคุมสถานี (Control Room): เหมาะสำหรับการมอนิเตอร์ระบบที่ต้องดูภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวซ้ำๆ ตลอดเวลา
-
งานออฟฟิศและธุรกิจ: รุ่นใหม่ๆ เริ่มทำขอบบาง (Ultra-Slim) และมีเทคโนโลยีถนอมสายตา ทำให้ใช้ทำงานเอกสารหรือเป็นหน้าจอ POS ในร้านค้าได้ดี
-
งานสื่อโฆษณา (Digital Signage): ด้วยความทนทานจึงนิยมนำไปใช้แสดงสื่อโฆษณาในห้างสรรพสินค้าหรือหน้าร้านที่ต้องเปิดจอทิ้งไว้ทั้งวัน
2. ลักษณะการแสดงผล (Visual Experience)
การแสดงผลของ Hikvision จะไม่ได้เน้นความฉูดฉาดแบบจอเกมมิ่ง แต่จะเน้น “ความสมจริงและความเสถียร” ของภาพ:
ความแม่นยำของภาพ (Anti-Image Burn-in)
- จุดเด่นที่สุดคือเทคโนโลยีป้องกัน Image Ghosting หรืออาการภาพติดตา ปกติถ้าเราเปิดหน้าจอทิ้งไว้ที่มุมกล้องเดิมนานๆ จอทั่วไปจะมีรอยไหม้หรือภาพซ้อนติดอยู่บนจอ แต่จอ Hikvision มีอัลกอริทึมที่ช่วยลดปัญหานี้ ทำให้ภาพจากกล้องวงจรปิดคมชัดอยู่เสมอ
มุมมองที่กว้าง (Wide Viewing Angle)
- ส่วนใหญ่จะใช้พาเนล VA หรือ IPS ซึ่งให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ความสำคัญคือ เมื่อเจ้าหน้าที่รักษความปลอดภัยนั่งมองจอจากมุมเฉียง ภาพจะยังเห็นรายละเอียดชัดเจน สีไม่เพี้ยน และไม่มืด
การประมวลผลวิดีโอ (Image Processing)
-
3D Comb Filter: ช่วยลดสัญญาณรบกวน (Noise) ในภาพ ทำให้ภาพจากกล้องดูสมูทและสะอาดตาขึ้น
-
High Brightness & Contrast: ปรับค่าความสว่างและคอนทราสต์มาให้เหมาะกับการมองรายละเอียดในที่มืด (เช่น ดูภาพย้อนหลังจากกล้องในจุดที่แสงน้อย)
ความลื่นไหล (Refresh Rate)
- ในรุ่นมาตรฐานจะอยู่ที่ 60Hz – 75Hz ซึ่งเพียงพอมากสำหรับการดูภาพจากกล้องวิดีโอทั่วไป (ซึ่งปกติบันทึกที่ 15-30 fps) และทำงานออฟฟิศได้สบายตา
การเชื่อมต่อ Monitor Hikvision เข้ากับเครื่องบันทึก (NVR หรือ DVR) เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้คุณสามารถดูภาพสดและตั้งค่าระบบได้ โดยปกติจะมีวิธีการหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้
1. วิธีการเชื่อมต่อทางกายภาพ (Physical Connection)
เครื่องบันทึกและจอภาพส่วนใหญ่จะรองรับการเชื่อมต่อ 2 ประเภทหลัก:
-
HDMI (แนะนำ): เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะส่งทั้งสัญญาณภาพความคมชัดสูง (Full HD / 4K) และสัญญาณเสียงไปพร้อมกันในเส้นเดียว
-
VGA: เหมาะสำหรับจอภาพรุ่นเก่า หรือในกรณีที่ต้องการต่อจอแยกเป็นจอที่สอง โดยส่งได้เฉพาะสัญญาณภาพเท่านั้น
ขั้นตอนการต่อ:
-
เสียบสาย HDMI หรือ VGA เข้าที่พอร์ตด้านหลังเครื่อง NVR/DVR
-
นำปลายสายอีกด้านเสียบเข้าที่พอร์ตของ Monitor Hikvision
-
เสียบปลั๊กไฟให้ทั้งหน้าจอและเครื่องบันทึก
-
กดปุ่ม Source/Input ที่หน้าจอเพื่อเลือกช่องสัญญาณให้ตรงกับที่เสียบไว้ (เช่น HDMI 1)
2. การตั้งค่าความละเอียด (Resolution Setup)
บางครั้งเมื่อต่อสายแล้วภาพอาจไม่ขึ้น (ขึ้นว่า No Signal หรือ Out of Range) มักเกิดจากค่าความละเอียดของ NVR ไม่ตรงกับที่หน้าจอรอบรับ
วิธีแก้ไขและตั้งค่า:
-
ถ้าภาพขึ้นปกติ: ให้คลิกขวาที่หน้าจอเครื่องบันทึก ไปที่ Configuration > System > Display Output แล้วเลือกความละเอียดที่เหมาะสม (เช่น 1920 x 1080) เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดที่สุด
-
ถ้าภาพไม่ขึ้น: อาจต้องนำเครื่อง NVR ไปต่อกับจออื่นก่อนเพื่อลดความละเอียดลงมา (Resolution Downscale) หรือใช้การรีโมทผ่านคอมพิวเตอร์ (Web Browser) เข้าไปแก้ค่า Resolution ในเมนูตั้งค่าของเครื่องบันทึก
3. ผังการเชื่อมต่อพื้นฐาน
เพื่อให้เห็นภาพการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ในระบบ:
-
Cameras: เชื่อมต่อเข้ากับ NVR (ผ่านสาย LAN/PoE) หรือ DVR (ผ่านสาย Coaxial)
-
NVR/DVR: เป็นตัวประมวลผลสัญญาณภาพ
-
Monitor: รับสัญญาณผ่านสาย HDMI เพื่อแสดงผล Live View และ Playback
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
-
การเชื่อมต่อระยะไกล: หากหน้าจออยู่ไกลจากเครื่องบันทึกเกิน 15 เมตร การใช้สาย HDMI ทั่วไปอาจทำให้สัญญาณตก แนะนำให้ใช้ HDMI Extender ผ่านสาย LAN เพื่อคงความเสถียรของภาพ
-
ลำโพง: หากคุณใช้จอ Hikvision รุ่นที่มีลำโพงในตัว การต่อสาย HDMI จะทำให้เสียงจากกล้อง (ถ้ามีไมค์) ดังออกที่หน้าจอได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อลำโพงแยก
การเชื่อมต่อ Monitor Hikvision นั้นง่ายและเสถียรมากเพราะเป็นอุปกรณ์ใน Ecosystem เดียวกัน ทำให้ระบบตรวจพบความละเอียดที่เหมาะสมได้ค่อนข้างแม่นยำ
หากพิจารณาจากเทคโนโลยีที่ Hikvision ใส่มาในจอภาพ (Monitor) ของพวกเขา จะพบว่ามีความแตกต่างจากจอคอมพิวเตอร์ทั่วไป โดยเน้นไปที่ “ความทนทาน” และ “ความคมชัดของภาพวิดีโอ” เป็นหลัก นี่คือฟังก์ชัน (Fn) เด็ดๆ ที่น่าสนใจ
1. Image Repair & Anti-Ghosting (ฟังก์ชันถนอมเม็ดพิกเซล)
นี่คือจุดแข็งที่สุดของ Hikvision เนื่องจากจอสาย Security ต้องเปิดภาพมุมเดิมซ้ำๆ ตลอด 24 ชั่วโมง
-
Fn: มีอัลกอริทึมช่วยจัดการการเรียงตัวของผลึกเหลวในจอภาพ เพื่อป้องกันอาการ Image Stick (ภาพค้าง) หรือ Burn-in ซึ่งมักเกิดกับจอทั่วไปที่เปิดภาพนิ่งทิ้งไว้นานๆ
2. 3D Comb Filter & 3D De-interlace (ฟังก์ชันเคลียร์ภาพ)
เทคโนโลยีที่ยกมาจากจอทีวีเกรดพรีเมียม เพื่อจัดการสัญญาณภาพวิดีโอโดยเฉพาะ
-
Fn: ช่วยลดสัญญาณรบกวน (Noise) และรอยหยักบนขอบภาพ ทำให้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ส่งผ่านมาทางสายสัญญาณดูสมูทและคมชัดกว่าการดูผ่านจอคอมพิวเตอร์ปกติ
3. Industrial Grade Power Circuit (วงจรไฟฟ้ามาตรฐานอุตสาหกรรม)
-
Fn: ออกแบบมาให้รองรับการใช้งานแบบ 24/7 ของจริง วงจรภายในมีความเสถียรสูง ทนต่อความร้อนสะสมและการแกว่งของกระแสไฟฟ้าได้ดีกว่าจอเกรด Consumer ทั่วไป
4. MVA / IPS Wide Viewing Angle (มุมมองกว้างพิเศษ)
-
Fn: หน้าจอส่วนใหญ่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เหมาะมากสำหรับห้อง Control Room ที่เจ้าหน้าที่ต้องมองหน้าจอจากหลายมุม หรือวางจอเรียงต่อกันหลายใบ (Video Wall)
5. Blue Light Filtering (โหมดถนอมสายตา)
-
Fn: แม้จะเป็นจอสายอุตสาหกรรม แต่รุ่นใหม่ๆ จะมีฟังก์ชันลดแสงสีฟ้ามาให้ เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตาเจ้าหน้าที่ที่ต้องจ้องหน้าจอมอนิเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
6. Auto-Signal Input Detection (ระบบสลับสัญญาณอัจฉริยะ)
-
Fn: ในบางรุ่นจะมีความสามารถในการตรวจจับสัญญาณภาพอัตโนมัติ เช่น หากสัญญาณจาก NVR ดับไป จอสามารถสลับไปรับสัญญาณสำรอง หรือแสดงสถานะแจ้งเตือนได้อย่างรวดเร็ว
คำนิยามของ “Monitor Hikvision จอแสดงผลมาตรฐานระดับโลก” ไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่เป็นคำที่สะท้อนถึงการรวมกันของเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยระดับสูง เข้ากับมาตรฐานการผลิตอุปกรณ์แสดงผลที่ใช้งานได้ในระดับอุตสาหกรรม หากจะสรุปให้เข้าใจง่ายว่าทำไมถึงถูกเรียกว่ามาตรฐานระดับโลก ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ดังนี้
1. มาตรฐานความทนทานระดับ Industrial Grade
ในขณะที่จอคอมพิวเตอร์ทั่วไป (Consumer Grade) ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเฉลี่ย 8-12 ชั่วโมงต่อวัน แต่ Monitor Hikvision ถูกสร้างมาเพื่อรองรับการใช้งานแบบ 24/7/365 (เปิดทิ้งไว้ตลอดทั้งปีโดยไม่ปิด)
-
ชุดวงจรทนทานสูง: ทนต่อความร้อนสะสมได้ดีเยี่ยม
-
วัสดุไม่ลามไฟ: มีการเลือกใช้วัสดุที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยในอาคารและสถานประกอบการขนาดใหญ่
2. เทคโนโลยีแสดงผลเพื่อความปลอดภัย (Security Focus)
สิ่งที่ทำให้ Hikvision แตกต่างคือการใส่ ฟังก์ชันเฉพาะทาง ที่จอภาพแบรนด์ไอทีทั่วไปไม่มี:
-
Anti-Burn-in: ป้องกันอาการภาพค้างหน้าจอจากการเปิดภาพกล้องวงจรปิดมุมเดิมซ้ำๆ นานหลายเดือน
-
Video Enhancement: มีอัลกอริทึมช่วยเกลี่ยสีและลด Noise ของวิดีโอ ทำให้ภาพจากกล้องวงจรปิดดูคมชัดสมจริงกว่าการดูผ่านจอทั่วไป
-
Wide View Angle: ให้ความสำคัญกับมุมมองที่กว้าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่รักษความปลอดภัยที่นั่งอยู่หลายจุดมองเห็นภาพได้ชัดเจนเท่ากัน
3. การยอมรับและมาตรฐานสากล
Hikvision เป็นผู้ผลิตระบบรักษาความปลอดภัยอันดับ 1 ของโลก ซึ่งจอภาพของพวกเขาได้รับมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ เช่น:
-
CE / FCC / RoHS: มาตรฐานด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการแผ่กระจายของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
-
Energy Star: การประหยัดพลังงาน แม้จะต้องเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง
-
Global Presence: มีการใช้งานจริงในสถานที่สำคัญทั่วโลก ตั้งแต่สนามบิน ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมและ Smart City
พบปัญหาการเชื่อมต่อ หรือต้องการสอบถามบริการ ติดต่อเราได้ทันที
-
Line Official: @chaisolution
-
ทีมฝ่ายขายพร้อมดูแล
-
088-5851649 (หญิง) | 080-3373324 (แยม)
-
085-0555331 (มุก) | 061-8084109 (มิ้น)
-
061-9172440 (แม็ค) | 093-4918722 (ก็อต)
-
ทักมาได้เลย ยินดีให้บริการทุกเคสเพื่อให้บ้านของคุณออนไลน์ได้ทุกที่ทั่วโลก
รวมคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Monitor Hikvision เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจการเลือกใช้งาน
1. ใช้จอคอมพิวเตอร์ทั่วไปแทน Monitor Hikvision ได้ไหม?
คำตอบ: ใช้แทนกันได้ในเชิงเทคนิคครับ แต่ไม่แนะนำสำหรับระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องเปิดตลอดเวลา เนื่องจากจอคอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาให้ระบายความร้อนได้ดีเท่า และเสี่ยงต่อการเกิดอาการ Image Burn-in (ภาพค้างสะสม) หากเปิดหน้าเดิมทิ้งไว้นานๆ ต่างจากจอ Hikvision ที่มีเกรดวัสดุแบบ Industrial
2. ทำไมต่อสาย HDMI แล้วภาพไม่ขึ้นจอ (No Signal / Out of Range)?
คำตอบ: สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก “ค่าความละเอียด (Resolution)” ไม่ตรงกันครับ
-
เครื่องบันทึก (NVR/DVR) อาจตั้งค่าความละเอียดไว้สูงกว่าที่หน้าจอจะรับได้ (เช่น เครื่องตั้งไว้ 4K แต่จอรับได้แค่ Full HD)
-
วิธีแก้: ให้ลองเปลี่ยนสาย หรือนำเครื่องบันทึกไปต่อกับจอที่ความละเอียดสูงกว่าเพื่อเข้าไปลดค่า Resolution ในเมนู
Displayของเครื่องบันทึกให้เหมาะสมกับจอ Hikvision ที่คุณใช้
3. จอ Hikvision มีลำโพงในตัวทุกรุ่นหรือไม่?
คำตอบ: ไม่ทุกรุ่นครับ
-
ส่วนใหญ่รุ่นที่เป็นรหัส
DS-D50...จะมีรุ่นย่อยทั้งที่มีลำโพงและไม่มีลำโพง -
หากคุณต้องการฟังเสียงจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอโดยตรง ควรตรวจสอบสเปกก่อนซื้อว่ามีตัวเลือก “Built-in Speaker” หรือไม่
4. อาการภาพสั่น หรือภาพลายบนจอเกิดจากอะไร?
คำตอบ: มักเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก:
-
สายสัญญาณ: สาย HDMI หรือ VGA อาจยาวเกินไปหรือคุณภาพต่ำ ทำให้สัญญาณดรอป
-
สัญญาณรบกวน: หากวางจอใกล้กับแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง หรือใช้ปลั๊กไฟร่วมกับอุปกรณ์ที่กินไฟหนักๆ อาจทำให้ภาพลายได้
5. จอ Hikvision รับประกันกี่ปี?
คำตอบ: โดยมาตรฐานของศูนย์ไทย (เช่น Hikvision Thailand) มักมีการรับประกันอยู่ที่ 3 ปี (ขึ้นอยู่กับรุ่นและตัวแทนจำหน่าย) ซึ่งครอบคลุมความผิดพลาดจากการผลิตครับ
6. สามารถแขวนผนังได้หรือไม่?
คำตอบ: ได้ครับ จอ Hikvision เกือบทุกรุ่นรองรับมาตรฐาน VESA Mount (รูน็อตด้านหลังจอ) คุณสามารถซื้อขาแขวนผนังมาตรฐานทั่วไปมาติดตั้งได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นขนาด 75×75 มม. หรือ 100×100 มม.
7. จอ Hikvision ใช้เล่นเกมได้ไหม?
คำตอบ: ใช้ได้ครับ แต่ต้องเข้าใจว่า Refresh Rate ของจอสาย Security ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 60Hz – 75Hz ซึ่งเหมาะกับงานเอกสารและวิดีโอทั่วไป แต่อาจไม่ลื่นไหลเท่าจอเกมมิ่งราคาแพงที่มี 144Hz ขึ้นไปครับ
