
แหล่งจ่ายไฟ CCTV หรือที่มักเรียกกันว่า CCTV Power Supply คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าสลับ (AC) จากไฟบ้านที่มีแรงดันสูง (220V) ให้เป็นกระแสไฟฟ้าตรง (DC) ที่มีแรงดันต่ำ (โดยทั่วไปคือ 12V) เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของกล้องวงจรปิดและเครื่องบันทึกภาพ
ประเภทของ แหล่งจ่ายไฟ CCTV ที่นิยมใช้ในระบบ CCTV

-
แบบอะแดปเตอร์ (Power Adapter): เป็นปลั๊กเสียบแยกสำหรับกล้องแต่ละตัว (1 ต่อ 1)
-
ข้อดี: ติดตั้งง่าย ถ้าตัวหนึ่งเสีย ตัวอื่นยังทำงานต่อได้
-
ข้อเหมาะ: ระบบขนาดเล็กที่มีกล้อง 1-2 ตัว

-
-
แบบรังผึ้ง (Switching Power Supply – Enclosed Type): เป็นกล่องโลหะที่มีรูระบายความร้อนคล้ายรังผึ้ง
-
ข้อดี: จ่ายไฟได้แรง (Amp สูง) สามารถจ่ายไฟให้กล้องหลายตัวได้พร้อมกันจากจุดเดียว
-
การติดตั้ง: ต้องนำไปต่อสายไฟเองและมักเก็บไว้ในตู้คอนโทรล

-
-
แบบตู้สำเร็จรูป (Power Supply Box): เป็นตู้เหล็กที่มีวงจรจ่ายไฟอยู่ภายใน พร้อมช่องเสียบแยกสำหรับกล้องแต่ละตัว
-
ข้อดี: มีฟิวส์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรแยกแต่ละช่อง (หากกล้องตัวหนึ่งช็อต ฟิวส์จะตัดแค่ตัวนั้น ตัวอื่นไม่ดับตาม) และมีกุญแจล็อกปลอดภัย
-
| หัวข้อเปรียบเทียบ | แบบอะแดปเตอร์ (Individual Adapter) | แบบรังผึ้ง (Switching Enclosed) | แบบตู้สำเร็จรูป (Power Supply Box) |
| ลักษณะการใช้งาน | 1 ตัว ต่อกล้อง 1 ตัว | 1 ตัว ต่อกล้องหลายตัว (รวมศูนย์) | 1 ตู้ ต่อกล้องหลายตัว (รวมศูนย์) |
| ความสะดวกในการติดตั้ง | ง่ายมาก แค่เสียบปลั๊ก | ปานกลาง (ต้องเข้าหัวสายเอง) | ปานกลาง (ต้องยึดตู้และเข้าหัวสาย) |
| ความเป็นระเบียบ | น้อย (ปลั๊กเยอะเกะกะ) | ปานกลาง (ต้องหาที่เก็บ/ตู้ใส่) | สูงมาก (รวมสายไว้ในตู้เดียว) |
| ความปลอดภัย/การป้องกัน | พื้นฐาน (ฟิวส์ในตัว) | พื้นฐาน (Short Circuit Protection) | สูง (มีฟิวส์แยกช่องกล้องแต่ละตัว) |
| การบำรุงรักษา | ง่าย (เสียตัวไหนเปลี่ยนตัวนั้น) | ยากกว่า (เสียทีเดียวดับทั้งระบบ) | ง่าย (เช็กฟิวส์รายตัวได้ มีไฟสถานะ) |
| ความสวยงาม/ความปลอดภัย | สายไฟระโยงระยางตามจุดต่างๆ | มักต้องซ่อนในฝ้าหรือตู้คอนโทรล | ดูเป็นมืออาชีพ มีกุญแจล็อกตู้ |
| เหมาะสำหรับ | งานติดตั้ง 1-2 ตัว หรือกล้อง Wi-Fi | งานโปรเจกต์ที่ต้องการประหยัดงบ | งานมาตรฐานที่เน้นความปลอดภัย |
คำแนะนำเพิ่มเติมในการเลือกใช้:
-
เลือกแบบอะแดปเตอร์: เมื่อคุณติดตั้งกล้องไม่กี่ตัว และมีปลั๊กไฟอยู่ใกล้ๆ จุดติดตั้งกล้องแต่ละจุด ข้อดีคือถ้าตัวจ่ายไฟเสีย กล้องตัวอื่นจะยังคงทำงานได้ปกติ
-
เลือกแบบรังผึ้ง: เมื่อคุณต้องการประหยัดงบประมาณและต้องการรวมจุดจ่ายไฟไว้ที่เดียว (เช่น ใกล้เครื่องบันทึก) แต่ต้องระวังเรื่องความร้อนและการป้องกันไฟช็อต เพราะถ้าช็อตจุดเดียวอาจดึงให้ดับไปทั้งชุด
-
เลือกแบบตู้สำเร็จรูป: เป็นตัวเลือกที่ ดีที่สุดสำหรับระบบขนาดกลางถึงใหญ่ (4-16 ตัวขึ้นไป) เพราะมี “ฟิวส์แยกช่อง” (PTC Fuse) ถ้ากล้องตัวที่ 1 สายช็อต ฟิวส์ช่องที่ 1 จะตัดไฟแค่ช่องเดียว กล้องตัวที่ 2-3-4 ยังทำงานได้ปกติ ทำให้ไล่เช็กระยะ (Troubleshoot) ได้ง่ายมาก
ส่วนประกอบที่สำคัญและหน้าที่
-
แรงดันไฟฟ้า (Voltage): กล้องวงจรปิดส่วนใหญ่ใช้ไฟ 12V DC การใช้แรงดันผิดประเภทอาจทำให้อุปกรณ์ไหม้ได้
-
กระแสไฟฟ้า (Current/Amps): บอกถึงกำลังในการจ่ายไฟ เช่น 5A, 10A, 20A ยิ่งแอมป์สูงยิ่งรองรับกล้องได้หลายตัว หรือรองรับกล้องที่มีอินฟราเรดระยะไกลได้ดี
-
ระบบป้องกัน (Protection): แหล่งจ่ายไฟที่ดีควรมีระบบป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection) และการลัดวงจร เพื่อป้องกันกล้องราคาแพงเสียหาย
ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับแหล่งจ่ายไฟ?
หากเลือกแหล่งจ่ายไฟที่ไม่มีคุณภาพหรือ “แอมป์ไม่เต็ม” อาจส่งผลเสียต่อระบบดังนี้:
-
ภาพลายหรือมีสัญญาณรบกวน: เนื่องจากแรงดันไฟไม่นิ่ง
-
กล้องดับตอนกลางคืน: เพราะเมื่อมืด อินฟราเรดจะทำงานและกินไฟมากขึ้น หากไฟไม่พอ กล้องจะรีสตาร์ทตัวเอง
-
อายุการใช้งานสั้น: อุปกรณ์ที่ได้รับไฟไม่สม่ำเสมอจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
ทำไมต้องใช้ Switching Power Supply?
Switching Power Supply ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าสลับ (AC) จากไฟบ้าน ให้เป็นกระแสตรง (DC) ที่แรงดันคงที่ (ส่วนใหญ่คือ 12V) เพื่อจ่ายไฟให้กล้องวงจรปิดและเครื่องบันทึก (DVR) มีข้อดีคือ:
-
แรงดันนิ่ง: ช่วยป้องกันกล้องเสียหายจากไฟกระชาก
-
ประสิทธิภาพสูง: สูญเสียพลังงานน้อยและเกิดความร้อนต่ำกว่าหม้อแปลงแบบเก่า
-
ขนาดกะทัดรัด: ติดตั้งง่ายในตู้เก็บสายหรือผนัง
วิธีคำนวณขนาด (Amp) ให้เพียงพอต่อการใช้งาน
สูตรการคำนวณเบื้องต้น แหล่งจ่ายไฟ CCTV คือ จำนวนกล้อง x กระแสไฟที่กล้องใช้
-
กล้องทั่วไป (ไม่มีอินฟราเรดระยะไกล): กินไฟประมาณ 0.5A – 1A
-
กล้องที่มีอินฟราเรด (IR) หรือกล้อง Speed Dome (PTZ): อาจกินไฟถึง 2A – 3A
ตัวอย่าง: หากมีกล้อง 8 ตัว แต่ละตัวกินไฟ 1A รวมเป็น 8A
เคล็ดลับ: ควรเลือกเผื่อไว้ประมาณ 20-30% เพื่อไม่ให้แหล่งจ่ายไฟทำงานหนักเกินไป ดังนั้นควรเลือกขนาด 10A หรือ 12A ขึ้นไป
เช็กก่อนเลือกซื้อ
-
มีระบบป้องกัน (Protection): ต้องมีระบบป้องกันไฟลัดวงจร (Short Circuit) และไฟเกิน (Overload)
-
วัสดุแข็งแรง: ตัวเคสควรเป็นโลหะที่ระบายความร้อนได้ดี
-
มาตรฐานรับรอง: มองหาสัญลักษณ์ CE, RoHS หรือมาตรฐาน มอก. เพื่อความมั่นใจในระยะยาว
-
พัดลมระบายอากาศ: สำหรับขนาด 20A ขึ้นไป ควรมีพัดลมในตัวเพื่อยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์
กลุ่มแบรนด์ผู้ผลิตกล้องวงจรปิด (Original Brand)
กลุ่มนี้ผลิตแหล่งจ่ายไฟออกมาเพื่อรองรับอุปกรณ์ของตัวเองโดยเฉพาะ มั่นใจได้เรื่องมาตรฐานและ “แอมป์เต็ม” แน่นอน
-
Hikvision: แบรนด์อันดับ 1 ของโลก มีทั้งอะแดปเตอร์แยกและแบบตู้สำเร็จรูป จุดเด่นคือความทนทานและมีวงจรกรองสัญญาณรบกวนที่ดีมาก (Noise Filter)
-
Dahua: มีอุปกรณ์จ่ายไฟที่ออกแบบมาให้รองรับเทคโนโลยีของเขา เช่น ระบบป้องกันไฟกระชากที่สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป เหมาะกับงานโครงการที่เน้นความเสถียร
-
Hi-Look: แบรนด์ลูกของ Hikvision ที่เน้นความคุ้มค่าแต่ยังได้มาตรฐานการผลิตใกล้เคียงกับแบรนด์แม่
-
Glink ถือเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับต้นๆ ในใจช่างติดตั้งกล้องวงจรปิดและผู้ใช้งานทั่วไปในไทยครับ เพราะเป็นแบรนด์ที่เน้นความ “ซื้อง่าย ราคาคุ้มค่า และมีสินค้าครอบคลุมทุกรูปแบบ” โดยเฉพาะอุปกรณ์เสริม (Accessories) สำหรับระบบไอทีและ CCTV
สินค้าประเภทหลักของ Glink
Glink มีแหล่งจ่ายไฟหลักๆ 3 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์หน้างานที่ต่างกัน:
-
แบบตู้สำเร็จรูป (Power Supply Box): * เป็นสินค้าขายดีที่สุดของแบรนด์นี้ มีขนาดตั้งแต่ 4 ช่อง (5A), 9 ช่อง (10A-12A) ไปจนถึง 18 ช่อง (20A-30A)
-
จุดเด่น: มีฟิวส์แยกช่องแบบ PTC Fuse (ฟิวส์ที่ตัดเองเมื่อช็อตและคืนตัวได้เองเมื่อแก้ไขจุดช็อตแล้ว) และมีกุญแจล็อกตู้มาให้ในชุด
-
-
แบบรังผึ้ง (Switching Power Supply): * มีหลายขนาดตั้งแต่อันเล็กๆ 5A ไปจนถึงขนาดใหญ่ 30A-40A
-
จุดเด่น: ราคาประหยัดที่สุด เคสโลหะระบายความร้อนได้ดี แต่อาจจะต้องติดตั้งในตู้กันน้ำหรือตู้คอนโทรลแยกต่างหาก
-
-
แบบอะแดปเตอร์ (Power Adapter):
-
มีทั้งรุ่นมาตรฐาน 12V 1A/2A สำหรับกล้องทั่วไป และรุ่นที่ทนทานสูง
-
จุดเด่น: เสถียรภาพดีกว่าอะแดปเตอร์โนเนมทั่วไป และมักจะมีหัวแจ็คที่แน่น ไม่หลวมง่าย
-
2. ทำไมแบรนด์ Glink ถึงเป็นที่นิยมในไทย?
-
ราคาเป็นมิตร (Budget-Friendly): เมื่อเทียบกับแบรนด์อย่าง Mean Well หรือแบรนด์กล้องโดยตรง Glink จะมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก เหมาะกับงานบ้านพักอาศัยหรือร้านค้าขนาดเล็ก
-
หาซื้อง่าย: มีวางจำหน่ายแทบทุกห้างไอที (Fortune, Pantip, Zeer) และร้านขายอุปกรณ์กล้องวงจรปิดทั่วไป รวมถึงร้านค้าออนไลน์
-
งานประกอบได้มาตรฐาน: แม้จะเป็นแบรนด์เน้นความคุ้มค่า แต่วัสดุที่ใช้ เช่น ตัวตู้เหล็กหรือแผงวงจร ถือว่าทำออกมาได้ดีในระดับมาตรฐาน มั่นใจได้มากกว่าของเลียนแบบ
-
การรับประกัน: มีศูนย์บริการในไทยและตัวแทนจำหน่ายชัดเจน ทำให้เวลาสินค้ามีปัญหาสามารถเคลมหรือเปลี่ยนได้ง่าย
3. ข้อสังเกตและคำแนะนำในการใช้ Glink
เพื่อให้การใช้งาน แหล่งจ่ายไฟ CCTV Glink เสถียรที่สุด ผมมีคำแนะนำเพิ่มเติมดังนี้ครับ:
-
การเลือกแอมป์ (Amp): แนะนำให้ใช้กล้องไม่เกิน 70-80% ของกำลังไฟที่ระบุ เช่น ตู้ขนาด 10A ควรใช้กับกล้องประมาณ 8 ตัว (ถ้ากล้องมีอินฟราเรดแรงๆ) เพื่อไม่ให้ความร้อนสะสมสูงเกินไป
-
พัดลมระบายอากาศ: ในรุ่นตัวใหญ่ (เช่น 20A หรือ 30A) มักจะมีพัดลมในตัว หากติดตั้งในที่เงียบๆ อาจจะได้ยินเสียงพัดลมทำงานบ้าง และควรเช็กเป็นระยะว่าพัดลมยังหมุนอยู่
-
ความร้อน: หากติดตั้งในที่แคบหรือไม่มีอากาศถ่ายเท ตัวตู้จะมีความร้อนสะสม แนะนำให้ติดตั้งในที่ร่มและมีช่องว่างรอบตัวเครื่องบ้าง
| คุณสมบัติ | รุ่น Glink 5A (G-001) | รุ่น Glink 10A (G-002) | รุ่น Glink 20A (G-003) |
| แรงดันไฟฟ้าเข้า | 110V – 220V AC | 110V – 220V AC | 110V – 220V AC |
| แรงดันไฟฟ้าออก | 12V DC | 12V DC | 12V DC |
| กระแสไฟสูงสุด | 5 Amp | 10 Amp | 20 Amp |
| จำนวนช่องจ่ายไฟ | 4 ช่อง | 9 ช่อง | 18 ช่อง |
| กำลังไฟรวม | 60 Watts | 120 Watts | 240 Watts |
| ประเภทฟิวส์ | PTC Fuse (คืนตัวอัตโนมัติ) | PTC Fuse (คืนตัวอัตโนมัติ) | PTC Fuse (คืนตัวอัตโนมัติ) |
| พัดลมระบายอากาศ | ไม่มี (ระบายอากาศตามช่อง) | ไม่มี (ระบายอากาศตามช่อง) | มีพัดลมในตัว |
| ระบบป้องกัน | Surge / Short Circuit | Surge / Short Circuit | Surge / Short Circuit |
| ความเหมาะสม | กล้อง 1 – 4 ตัว | กล้อง 5 – 8 ตัว | กล้อง 9 – 16 ตัว |
กลุ่มแบรนด์อุปกรณ์ไฟฟ้าและ Switching โดยตรง (Specialized Brand)
กลุ่มนี้ไม่ได้ผลิตกล้อง แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลงไฟ (Power Conversion) ซึ่งมักถูกเลือกใช้ในงานติดตั้งระดับมืออาชีพ
-
Mean Well (มินเวล): แบรนด์ระดับโลกจากไต้หวัน ถือเป็น “ตัวท็อป” ของวงการ Switching Power Supply มีความเสถียรสูงมาก อัตราการเคลมต่ำ เหมาะสำหรับระบบที่ต้องเปิดทิ้งไว้ 24/7 เป็นเวลาหลายปี
-
Delta: อีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ผลิตอุปกรณ์จ่ายไฟให้คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ระดับโลก คุณภาพงานประกอบเนี๊ยบและทนความร้อนได้สูง
3. กลุ่มแบรนด์ยอดนิยมในไทย (Market Leaders in Thailand)
เป็นแบรนด์ที่ช่างติดตั้งในไทยคุ้นเคย หาซื้อง่าย ราคาเหมาะสม และมีการรับประกันในประเทศชัดเจน
-
V-Power: แบรนด์ที่โดดเด่นเรื่อง Power Supply Box (แบบตู้) มีฟิวส์แยกช่องที่เป็นระบบ PTC (ฟิวส์คืนตัวได้เอง) นิยมมากในงานติดตั้งหอพักหรืออาคารพาณิชย์
-
Fullwatt: เน้นความหลากหลายของสินค้า มีตั้งแต่ตัวเล็กไปจนถึงตัวใหญ่ที่จ่ายไฟได้หลายสิบแอมป์ ในราคาที่เป็นมิตรกับงบประมาณ
-
G-Link: แบรนด์อุปกรณ์เสริมไอทีและกล้องวงจรปิดที่หาซื้อง่ายตามห้างไอทีทั่วไป เหมาะกับงานติดตั้งทั่วไปที่เน้นความสะดวก
ตารางสรุปการเลือกแบรนด์ตามการใช้งาน
| กลุ่มแบรนด์ | ความโดดเด่น | เหมาะสำหรับ |
| Hikvision / Dahua | มาตรฐานเดียวกับตัวกล้อง | ผู้ที่ต้องการความอุ่นใจ ประกันแบรนด์เดียวกับกล้อง |
| Mean Well | ความทนทานระดับอุตสาหกรรม | งานโครงการ, ไซต์งานที่ไฟกระชากบ่อย, พื้นที่ร้อนจัด |
| V-Power / G-Link | หาซื้อง่าย ราคาคุ้มค่า | บ้านพักอาศัยทั่วไป, ร้านค้า, หอพัก |
ปัญหาที่พบบ่อยหากเลือก แหล่งจ่ายไฟ CCTV ไม่ได้มาตรฐาน
-
ภาพมีสัญญาณรบกวน (Noise): เกิดจากแรงดันไฟไม่นิ่ง ทำให้เห็นภาพเป็นเส้นริ้วๆ
-
กล้องดับตอนกลางคืน: เมื่ออินฟราเรดทำงาน กล้องจะกินไฟมากขึ้น หากจ่ายไฟไม่พอ กล้องจะรีบูตตัวเองตลอดเวลา
-
อุปกรณ์ไหม้: แหล่งจ่ายไฟที่ไม่มีคุณภาพอาจเกิดความร้อนสะสมจนละลายหรือไฟลุกไหม้ได้
ปรึกษาทีมเทคนิคเพื่อประเมินจุดติดตั้งและเลือกอุปกรณ์:
- Line Official: @chaisolution
- ติดต่อฝ่ายขายโดยตรง:
- 088-5851649 (หญิง) | 080-3373324 (แยม)
- 085-0555331 (มุก) | 061-8084109 (มิ้น)
- 061-9172440 (แม็ค) | 093-4918722 (ก็อต)
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Power Supply กล้องวงจรปิด
1. ทำไมกล้องวงจรปิดถึงชอบดับตอนกลางคืน?
คำตอบ: สาเหตุหลักคือ “กระแสไฟไม่พอ” ครับ ในตอนกลางคืนกล้องจะต้องเปิดหลอดอินฟราเรด (IR) หรือไฟส่องสว่างหน้ากล้อง ซึ่งกินไฟมากกว่าตอนกลางวัน 2-3 เท่า หากคุณเลือก Power Supply ที่มีแอมป์ (Amp) พอดีเกินไป หรือใช้สายไฟยาวเกินไปจนเกิดแรงดันตก (Voltage Drop) จะทำให้กล้องรีบูตตัวเองวนไปเรื่อยๆ ครับ
2. ควรเลือก Power Supply กี่แอมป์ (A) ดี?
คำตอบ: สูตรคำนวณง่ายๆ คือ (จำนวนกล้อง x 1A) + เผื่อเหลือ 30% * เช่น กล้อง 4 ตัว ควรใช้ขนาด 5A หรือ 10A
-
เช่น กล้อง 8 ตัว ควรใช้ขนาด 10A หรือ 12A
-
หากเป็นกล้อง PTZ หรือกล้องที่มีระยะอินฟราเรดไกลมาก ควรเผื่อเป็นกล้องละ 2A-3A ครับ
3. “แอมป์เต็ม” กับ “แอมป์ไม่เต็ม” ต่างกันอย่างไร?
คำตอบ: * แอมป์เต็ม: คืออุปกรณ์ที่สามารถจ่ายกระแสได้ต่อเนื่องตามที่ระบุบนสลากโดยไม่ร้อนจัดหรือแรงดันตก
-
แอมป์ไม่เต็ม: มักเป็นสินค้าราคาถูกมากเกินจริง ระบุว่า 10A แต่จ่ายจริงได้เพียง 5-6A ซึ่งเสี่ยงต่อการไหม้และทำให้กล้องพังได้ง่าย
4. ใช้สายไฟ VAF (สายไฟบ้าน) หรือสาย RG6 แบบมีสายไฟในตัว (Power Line) แบบไหนดีกว่ากัน?
คำตอบ: * สาย RG6 + Power Line: สะดวกในการเดินสายพร้อมกัน เหมาะกับระยะไม่เกิน 50-70 เมตร
-
สายไฟแยก (เช่น VAF หรือ VCT): เหมาะกับงานระยะไกล เพราะช่วยลดปัญหาแรงดันไฟตก (Voltage Drop) ได้ดีกว่าเนื่องจากแกนทองแดงใหญ่กว่าครับ
5. ทำไมภาพที่ได้ถึงมีเส้นริ้วๆ หรือสัญญาณรบกวน (Noise)?
คำตอบ: มักเกิดจาก Switching Power Supply คุณภาพต่ำ ที่มีการกรองสัญญาณไม่ดีพอ (High Ripple) ทำให้มีคลื่นความถี่สูงปนไปกับไฟ DC ที่จ่ายให้กล้อง หรืออาจเกิดจากการวางสายไฟใกล้กับสายไฟฟ้าแรงสูงเกินไป
6. ระบบตู้สำเร็จรูป (Power Supply Box) ดีกว่าแบบรังผึ้งอย่างไร?
คำตอบ: จุดเด่นที่สุดคือ “การแยกฟิวส์” ครับ หากกล้องตัวที่ 1 เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ฟิวส์เฉพาะช่องนั้นจะตัด ทำให้กล้องตัวที่ 2, 3, 4 ยังทำงานได้ปกติ แต่ถ้าเป็นแบบรังผึ้ง หากช็อตจุดเดียว อาจจะพาให้ Power Supply ตัดการทำงานทั้งหมด (System Down) ทันที
