คู่มือการเลือก Power Supply สำหรับกล้องวงจรปิด: มั่นใจ ระบบเสถียร ภาพไม่ตัด

แหล่งจ่ายไฟ CCTV

แหล่งจ่ายไฟ CCTV หรือที่มักเรียกกันว่า CCTV Power Supply คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าสลับ (AC) จากไฟบ้านที่มีแรงดันสูง (220V) ให้เป็นกระแสไฟฟ้าตรง (DC) ที่มีแรงดันต่ำ (โดยทั่วไปคือ 12V) เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของกล้องวงจรปิดและเครื่องบันทึกภาพ

ประเภทของ แหล่งจ่ายไฟ CCTV ที่นิยมใช้ในระบบ CCTV

แหล่งจ่ายไฟ CCTV

  1. แบบอะแดปเตอร์ (Power Adapter): เป็นปลั๊กเสียบแยกสำหรับกล้องแต่ละตัว (1 ต่อ 1)

    • ข้อดี: ติดตั้งง่าย ถ้าตัวหนึ่งเสีย ตัวอื่นยังทำงานต่อได้

    • ข้อเหมาะ: ระบบขนาดเล็กที่มีกล้อง 1-2 ตัว

      แหล่งจ่ายไฟ CCTV

  2. แบบรังผึ้ง (Switching Power Supply – Enclosed Type): เป็นกล่องโลหะที่มีรูระบายความร้อนคล้ายรังผึ้ง

    • ข้อดี: จ่ายไฟได้แรง (Amp สูง) สามารถจ่ายไฟให้กล้องหลายตัวได้พร้อมกันจากจุดเดียว

    • การติดตั้ง: ต้องนำไปต่อสายไฟเองและมักเก็บไว้ในตู้คอนโทรล

      แหล่งจ่ายไฟ CCTV

  3. แบบตู้สำเร็จรูป (Power Supply Box): เป็นตู้เหล็กที่มีวงจรจ่ายไฟอยู่ภายใน พร้อมช่องเสียบแยกสำหรับกล้องแต่ละตัว

    • ข้อดี: มีฟิวส์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรแยกแต่ละช่อง (หากกล้องตัวหนึ่งช็อต ฟิวส์จะตัดแค่ตัวนั้น ตัวอื่นไม่ดับตาม) และมีกุญแจล็อกปลอดภัย

หัวข้อเปรียบเทียบ แบบอะแดปเตอร์ (Individual Adapter) แบบรังผึ้ง (Switching Enclosed) แบบตู้สำเร็จรูป (Power Supply Box)
ลักษณะการใช้งาน 1 ตัว ต่อกล้อง 1 ตัว 1 ตัว ต่อกล้องหลายตัว (รวมศูนย์) 1 ตู้ ต่อกล้องหลายตัว (รวมศูนย์)
ความสะดวกในการติดตั้ง ง่ายมาก แค่เสียบปลั๊ก ปานกลาง (ต้องเข้าหัวสายเอง) ปานกลาง (ต้องยึดตู้และเข้าหัวสาย)
ความเป็นระเบียบ น้อย (ปลั๊กเยอะเกะกะ) ปานกลาง (ต้องหาที่เก็บ/ตู้ใส่) สูงมาก (รวมสายไว้ในตู้เดียว)
ความปลอดภัย/การป้องกัน พื้นฐาน (ฟิวส์ในตัว) พื้นฐาน (Short Circuit Protection) สูง (มีฟิวส์แยกช่องกล้องแต่ละตัว)
การบำรุงรักษา ง่าย (เสียตัวไหนเปลี่ยนตัวนั้น) ยากกว่า (เสียทีเดียวดับทั้งระบบ) ง่าย (เช็กฟิวส์รายตัวได้ มีไฟสถานะ)
ความสวยงาม/ความปลอดภัย สายไฟระโยงระยางตามจุดต่างๆ มักต้องซ่อนในฝ้าหรือตู้คอนโทรล ดูเป็นมืออาชีพ มีกุญแจล็อกตู้
เหมาะสำหรับ งานติดตั้ง 1-2 ตัว หรือกล้อง Wi-Fi งานโปรเจกต์ที่ต้องการประหยัดงบ งานมาตรฐานที่เน้นความปลอดภัย

คำแนะนำเพิ่มเติมในการเลือกใช้:

  1. เลือกแบบอะแดปเตอร์: เมื่อคุณติดตั้งกล้องไม่กี่ตัว และมีปลั๊กไฟอยู่ใกล้ๆ จุดติดตั้งกล้องแต่ละจุด ข้อดีคือถ้าตัวจ่ายไฟเสีย กล้องตัวอื่นจะยังคงทำงานได้ปกติ

  2. เลือกแบบรังผึ้ง: เมื่อคุณต้องการประหยัดงบประมาณและต้องการรวมจุดจ่ายไฟไว้ที่เดียว (เช่น ใกล้เครื่องบันทึก) แต่ต้องระวังเรื่องความร้อนและการป้องกันไฟช็อต เพราะถ้าช็อตจุดเดียวอาจดึงให้ดับไปทั้งชุด

  3. เลือกแบบตู้สำเร็จรูป: เป็นตัวเลือกที่ ดีที่สุดสำหรับระบบขนาดกลางถึงใหญ่ (4-16 ตัวขึ้นไป) เพราะมี “ฟิวส์แยกช่อง” (PTC Fuse) ถ้ากล้องตัวที่ 1 สายช็อต ฟิวส์ช่องที่ 1 จะตัดไฟแค่ช่องเดียว กล้องตัวที่ 2-3-4 ยังทำงานได้ปกติ ทำให้ไล่เช็กระยะ (Troubleshoot) ได้ง่ายมาก

ส่วนประกอบที่สำคัญและหน้าที่

  • แรงดันไฟฟ้า (Voltage): กล้องวงจรปิดส่วนใหญ่ใช้ไฟ 12V DC การใช้แรงดันผิดประเภทอาจทำให้อุปกรณ์ไหม้ได้

  • กระแสไฟฟ้า (Current/Amps): บอกถึงกำลังในการจ่ายไฟ เช่น 5A, 10A, 20A ยิ่งแอมป์สูงยิ่งรองรับกล้องได้หลายตัว หรือรองรับกล้องที่มีอินฟราเรดระยะไกลได้ดี

  • ระบบป้องกัน (Protection): แหล่งจ่ายไฟที่ดีควรมีระบบป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection) และการลัดวงจร เพื่อป้องกันกล้องราคาแพงเสียหาย

ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับแหล่งจ่ายไฟ?

หากเลือกแหล่งจ่ายไฟที่ไม่มีคุณภาพหรือ “แอมป์ไม่เต็ม” อาจส่งผลเสียต่อระบบดังนี้:

  • ภาพลายหรือมีสัญญาณรบกวน: เนื่องจากแรงดันไฟไม่นิ่ง

  • กล้องดับตอนกลางคืน: เพราะเมื่อมืด อินฟราเรดจะทำงานและกินไฟมากขึ้น หากไฟไม่พอ กล้องจะรีสตาร์ทตัวเอง

  • อายุการใช้งานสั้น: อุปกรณ์ที่ได้รับไฟไม่สม่ำเสมอจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

ทำไมต้องใช้ Switching Power Supply?

Switching Power Supply ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าสลับ (AC) จากไฟบ้าน ให้เป็นกระแสตรง (DC) ที่แรงดันคงที่ (ส่วนใหญ่คือ 12V) เพื่อจ่ายไฟให้กล้องวงจรปิดและเครื่องบันทึก (DVR) มีข้อดีคือ:

  • แรงดันนิ่ง: ช่วยป้องกันกล้องเสียหายจากไฟกระชาก

  • ประสิทธิภาพสูง: สูญเสียพลังงานน้อยและเกิดความร้อนต่ำกว่าหม้อแปลงแบบเก่า

  • ขนาดกะทัดรัด: ติดตั้งง่ายในตู้เก็บสายหรือผนัง

วิธีคำนวณขนาด (Amp) ให้เพียงพอต่อการใช้งาน

สูตรการคำนวณเบื้องต้น แหล่งจ่ายไฟ CCTV คือ จำนวนกล้อง x กระแสไฟที่กล้องใช้

  • กล้องทั่วไป (ไม่มีอินฟราเรดระยะไกล): กินไฟประมาณ 0.5A – 1A

  • กล้องที่มีอินฟราเรด (IR) หรือกล้อง Speed Dome (PTZ): อาจกินไฟถึง 2A – 3A

ตัวอย่าง: หากมีกล้อง 8 ตัว แต่ละตัวกินไฟ 1A รวมเป็น 8A
เคล็ดลับ: ควรเลือกเผื่อไว้ประมาณ 20-30% เพื่อไม่ให้แหล่งจ่ายไฟทำงานหนักเกินไป ดังนั้นควรเลือกขนาด 10A หรือ 12A ขึ้นไป

เช็กก่อนเลือกซื้อ

  • มีระบบป้องกัน (Protection): ต้องมีระบบป้องกันไฟลัดวงจร (Short Circuit) และไฟเกิน (Overload)

  • วัสดุแข็งแรง: ตัวเคสควรเป็นโลหะที่ระบายความร้อนได้ดี

  • มาตรฐานรับรอง: มองหาสัญลักษณ์ CE, RoHS หรือมาตรฐาน มอก. เพื่อความมั่นใจในระยะยาว

  • พัดลมระบายอากาศ: สำหรับขนาด 20A ขึ้นไป ควรมีพัดลมในตัวเพื่อยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์

กลุ่มแบรนด์ผู้ผลิตกล้องวงจรปิด (Original Brand)

กลุ่มนี้ผลิตแหล่งจ่ายไฟออกมาเพื่อรองรับอุปกรณ์ของตัวเองโดยเฉพาะ มั่นใจได้เรื่องมาตรฐานและ “แอมป์เต็ม” แน่นอน

  • Hikvision: แบรนด์อันดับ 1 ของโลก มีทั้งอะแดปเตอร์แยกและแบบตู้สำเร็จรูป จุดเด่นคือความทนทานและมีวงจรกรองสัญญาณรบกวนที่ดีมาก (Noise Filter)

  • Dahua: มีอุปกรณ์จ่ายไฟที่ออกแบบมาให้รองรับเทคโนโลยีของเขา เช่น ระบบป้องกันไฟกระชากที่สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป เหมาะกับงานโครงการที่เน้นความเสถียร

  • Hi-Look: แบรนด์ลูกของ Hikvision ที่เน้นความคุ้มค่าแต่ยังได้มาตรฐานการผลิตใกล้เคียงกับแบรนด์แม่

  • Glink ถือเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับต้นๆ ในใจช่างติดตั้งกล้องวงจรปิดและผู้ใช้งานทั่วไปในไทยครับ เพราะเป็นแบรนด์ที่เน้นความ “ซื้อง่าย ราคาคุ้มค่า และมีสินค้าครอบคลุมทุกรูปแบบ” โดยเฉพาะอุปกรณ์เสริม (Accessories) สำหรับระบบไอทีและ CCTV

สินค้าประเภทหลักของ Glink

Glink มีแหล่งจ่ายไฟหลักๆ 3 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์หน้างานที่ต่างกัน:

  • แบบตู้สำเร็จรูป (Power Supply Box): * เป็นสินค้าขายดีที่สุดของแบรนด์นี้ มีขนาดตั้งแต่ 4 ช่อง (5A), 9 ช่อง (10A-12A) ไปจนถึง 18 ช่อง (20A-30A)

    • จุดเด่น: มีฟิวส์แยกช่องแบบ PTC Fuse (ฟิวส์ที่ตัดเองเมื่อช็อตและคืนตัวได้เองเมื่อแก้ไขจุดช็อตแล้ว) และมีกุญแจล็อกตู้มาให้ในชุด

  • แบบรังผึ้ง (Switching Power Supply): * มีหลายขนาดตั้งแต่อันเล็กๆ 5A ไปจนถึงขนาดใหญ่ 30A-40A

    • จุดเด่น: ราคาประหยัดที่สุด เคสโลหะระบายความร้อนได้ดี แต่อาจจะต้องติดตั้งในตู้กันน้ำหรือตู้คอนโทรลแยกต่างหาก

  • แบบอะแดปเตอร์ (Power Adapter):

    • มีทั้งรุ่นมาตรฐาน 12V 1A/2A สำหรับกล้องทั่วไป และรุ่นที่ทนทานสูง

    • จุดเด่น: เสถียรภาพดีกว่าอะแดปเตอร์โนเนมทั่วไป และมักจะมีหัวแจ็คที่แน่น ไม่หลวมง่าย

2. ทำไมแบรนด์ Glink ถึงเป็นที่นิยมในไทย?

  • ราคาเป็นมิตร (Budget-Friendly): เมื่อเทียบกับแบรนด์อย่าง Mean Well หรือแบรนด์กล้องโดยตรง Glink จะมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก เหมาะกับงานบ้านพักอาศัยหรือร้านค้าขนาดเล็ก

  • หาซื้อง่าย: มีวางจำหน่ายแทบทุกห้างไอที (Fortune, Pantip, Zeer) และร้านขายอุปกรณ์กล้องวงจรปิดทั่วไป รวมถึงร้านค้าออนไลน์

  • งานประกอบได้มาตรฐาน: แม้จะเป็นแบรนด์เน้นความคุ้มค่า แต่วัสดุที่ใช้ เช่น ตัวตู้เหล็กหรือแผงวงจร ถือว่าทำออกมาได้ดีในระดับมาตรฐาน มั่นใจได้มากกว่าของเลียนแบบ

  • การรับประกัน: มีศูนย์บริการในไทยและตัวแทนจำหน่ายชัดเจน ทำให้เวลาสินค้ามีปัญหาสามารถเคลมหรือเปลี่ยนได้ง่าย

3. ข้อสังเกตและคำแนะนำในการใช้ Glink

เพื่อให้การใช้งาน แหล่งจ่ายไฟ CCTV Glink เสถียรที่สุด ผมมีคำแนะนำเพิ่มเติมดังนี้ครับ:

  1. การเลือกแอมป์ (Amp): แนะนำให้ใช้กล้องไม่เกิน 70-80% ของกำลังไฟที่ระบุ เช่น ตู้ขนาด 10A ควรใช้กับกล้องประมาณ 8 ตัว (ถ้ากล้องมีอินฟราเรดแรงๆ) เพื่อไม่ให้ความร้อนสะสมสูงเกินไป

  2. พัดลมระบายอากาศ: ในรุ่นตัวใหญ่ (เช่น 20A หรือ 30A) มักจะมีพัดลมในตัว หากติดตั้งในที่เงียบๆ อาจจะได้ยินเสียงพัดลมทำงานบ้าง และควรเช็กเป็นระยะว่าพัดลมยังหมุนอยู่

  3. ความร้อน: หากติดตั้งในที่แคบหรือไม่มีอากาศถ่ายเท ตัวตู้จะมีความร้อนสะสม แนะนำให้ติดตั้งในที่ร่มและมีช่องว่างรอบตัวเครื่องบ้าง

คุณสมบัติ รุ่น Glink 5A (G-001) รุ่น Glink 10A (G-002) รุ่น Glink 20A (G-003)
แรงดันไฟฟ้าเข้า 110V – 220V AC 110V – 220V AC 110V – 220V AC
แรงดันไฟฟ้าออก 12V DC 12V DC 12V DC
กระแสไฟสูงสุด 5 Amp 10 Amp 20 Amp
จำนวนช่องจ่ายไฟ 4 ช่อง 9 ช่อง 18 ช่อง
กำลังไฟรวม 60 Watts 120 Watts 240 Watts
ประเภทฟิวส์ PTC Fuse (คืนตัวอัตโนมัติ) PTC Fuse (คืนตัวอัตโนมัติ) PTC Fuse (คืนตัวอัตโนมัติ)
พัดลมระบายอากาศ ไม่มี (ระบายอากาศตามช่อง) ไม่มี (ระบายอากาศตามช่อง) มีพัดลมในตัว
ระบบป้องกัน Surge / Short Circuit Surge / Short Circuit Surge / Short Circuit
ความเหมาะสม กล้อง 1 – 4 ตัว กล้อง 5 – 8 ตัว กล้อง 9 – 16 ตัว

กลุ่มแบรนด์อุปกรณ์ไฟฟ้าและ Switching โดยตรง (Specialized Brand)

กลุ่มนี้ไม่ได้ผลิตกล้อง แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลงไฟ (Power Conversion) ซึ่งมักถูกเลือกใช้ในงานติดตั้งระดับมืออาชีพ

  • Mean Well (มินเวล): แบรนด์ระดับโลกจากไต้หวัน ถือเป็น “ตัวท็อป” ของวงการ Switching Power Supply มีความเสถียรสูงมาก อัตราการเคลมต่ำ เหมาะสำหรับระบบที่ต้องเปิดทิ้งไว้ 24/7 เป็นเวลาหลายปี

  • Delta: อีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ผลิตอุปกรณ์จ่ายไฟให้คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ระดับโลก คุณภาพงานประกอบเนี๊ยบและทนความร้อนได้สูง

3. กลุ่มแบรนด์ยอดนิยมในไทย (Market Leaders in Thailand)

เป็นแบรนด์ที่ช่างติดตั้งในไทยคุ้นเคย หาซื้อง่าย ราคาเหมาะสม และมีการรับประกันในประเทศชัดเจน

  • V-Power: แบรนด์ที่โดดเด่นเรื่อง Power Supply Box (แบบตู้) มีฟิวส์แยกช่องที่เป็นระบบ PTC (ฟิวส์คืนตัวได้เอง) นิยมมากในงานติดตั้งหอพักหรืออาคารพาณิชย์

  • Fullwatt: เน้นความหลากหลายของสินค้า มีตั้งแต่ตัวเล็กไปจนถึงตัวใหญ่ที่จ่ายไฟได้หลายสิบแอมป์ ในราคาที่เป็นมิตรกับงบประมาณ

  • G-Link: แบรนด์อุปกรณ์เสริมไอทีและกล้องวงจรปิดที่หาซื้อง่ายตามห้างไอทีทั่วไป เหมาะกับงานติดตั้งทั่วไปที่เน้นความสะดวก

ตารางสรุปการเลือกแบรนด์ตามการใช้งาน

กลุ่มแบรนด์ ความโดดเด่น เหมาะสำหรับ
Hikvision / Dahua มาตรฐานเดียวกับตัวกล้อง ผู้ที่ต้องการความอุ่นใจ ประกันแบรนด์เดียวกับกล้อง
Mean Well ความทนทานระดับอุตสาหกรรม งานโครงการ, ไซต์งานที่ไฟกระชากบ่อย, พื้นที่ร้อนจัด
V-Power / G-Link หาซื้อง่าย ราคาคุ้มค่า บ้านพักอาศัยทั่วไป, ร้านค้า, หอพัก

ปัญหาที่พบบ่อยหากเลือก แหล่งจ่ายไฟ CCTV ไม่ได้มาตรฐาน

  • ภาพมีสัญญาณรบกวน (Noise): เกิดจากแรงดันไฟไม่นิ่ง ทำให้เห็นภาพเป็นเส้นริ้วๆ

  • กล้องดับตอนกลางคืน: เมื่ออินฟราเรดทำงาน กล้องจะกินไฟมากขึ้น หากจ่ายไฟไม่พอ กล้องจะรีบูตตัวเองตลอดเวลา

  • อุปกรณ์ไหม้: แหล่งจ่ายไฟที่ไม่มีคุณภาพอาจเกิดความร้อนสะสมจนละลายหรือไฟลุกไหม้ได้

ปรึกษาทีมเทคนิคเพื่อประเมินจุดติดตั้งและเลือกอุปกรณ์:

  • Line Official:   @chaisolution
  • ติดต่อฝ่ายขายโดยตรง:
    • 088-5851649 (หญิง) | 080-3373324 (แยม)
    • 085-0555331 (มุก) | 061-8084109 (มิ้น)
    • 061-9172440 (แม็ค) | 093-4918722 (ก็อต)

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Power Supply กล้องวงจรปิด

1. ทำไมกล้องวงจรปิดถึงชอบดับตอนกลางคืน?

คำตอบ: สาเหตุหลักคือ “กระแสไฟไม่พอ” ครับ ในตอนกลางคืนกล้องจะต้องเปิดหลอดอินฟราเรด (IR) หรือไฟส่องสว่างหน้ากล้อง ซึ่งกินไฟมากกว่าตอนกลางวัน 2-3 เท่า หากคุณเลือก Power Supply ที่มีแอมป์ (Amp) พอดีเกินไป หรือใช้สายไฟยาวเกินไปจนเกิดแรงดันตก (Voltage Drop) จะทำให้กล้องรีบูตตัวเองวนไปเรื่อยๆ ครับ

2. ควรเลือก Power Supply กี่แอมป์ (A) ดี?

คำตอบ: สูตรคำนวณง่ายๆ คือ (จำนวนกล้อง x 1A) + เผื่อเหลือ 30% * เช่น กล้อง 4 ตัว ควรใช้ขนาด 5A หรือ 10A

  • เช่น กล้อง 8 ตัว ควรใช้ขนาด 10A หรือ 12A

  • หากเป็นกล้อง PTZ หรือกล้องที่มีระยะอินฟราเรดไกลมาก ควรเผื่อเป็นกล้องละ 2A-3A ครับ

3. “แอมป์เต็ม” กับ “แอมป์ไม่เต็ม” ต่างกันอย่างไร?

คำตอบ: * แอมป์เต็ม: คืออุปกรณ์ที่สามารถจ่ายกระแสได้ต่อเนื่องตามที่ระบุบนสลากโดยไม่ร้อนจัดหรือแรงดันตก

  • แอมป์ไม่เต็ม: มักเป็นสินค้าราคาถูกมากเกินจริง ระบุว่า 10A แต่จ่ายจริงได้เพียง 5-6A ซึ่งเสี่ยงต่อการไหม้และทำให้กล้องพังได้ง่าย

4. ใช้สายไฟ VAF (สายไฟบ้าน) หรือสาย RG6 แบบมีสายไฟในตัว (Power Line) แบบไหนดีกว่ากัน?

คำตอบ: * สาย RG6 + Power Line: สะดวกในการเดินสายพร้อมกัน เหมาะกับระยะไม่เกิน 50-70 เมตร

  • สายไฟแยก (เช่น VAF หรือ VCT): เหมาะกับงานระยะไกล เพราะช่วยลดปัญหาแรงดันไฟตก (Voltage Drop) ได้ดีกว่าเนื่องจากแกนทองแดงใหญ่กว่าครับ

5. ทำไมภาพที่ได้ถึงมีเส้นริ้วๆ หรือสัญญาณรบกวน (Noise)?

คำตอบ: มักเกิดจาก Switching Power Supply คุณภาพต่ำ ที่มีการกรองสัญญาณไม่ดีพอ (High Ripple) ทำให้มีคลื่นความถี่สูงปนไปกับไฟ DC ที่จ่ายให้กล้อง หรืออาจเกิดจากการวางสายไฟใกล้กับสายไฟฟ้าแรงสูงเกินไป

6. ระบบตู้สำเร็จรูป (Power Supply Box) ดีกว่าแบบรังผึ้งอย่างไร?

คำตอบ: จุดเด่นที่สุดคือ “การแยกฟิวส์” ครับ หากกล้องตัวที่ 1 เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ฟิวส์เฉพาะช่องนั้นจะตัด ทำให้กล้องตัวที่ 2, 3, 4 ยังทำงานได้ปกติ แต่ถ้าเป็นแบบรังผึ้ง หากช็อตจุดเดียว อาจจะพาให้ Power Supply ตัดการทำงานทั้งหมด (System Down) ทันที

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *