
ลองจินตนาการดูครับว่า ถ้าคุณอุตส่าห์ลงทุนซื้อกล้องวงจรปิดความละเอียดสูง ภาพสีชัดแจ๋วมาติดตั้งไว้รอบบ้าน แต่พอถึงเวลาเกิดเหตุจริงกลับต้องมานั่งตาลายไล่ดูวิดีโอย้อนหลังเป็นชั่วโมงๆ เพื่อหาจังหวะที่สำคัญเพียงไม่กี่วินาที นั่นเป็นเพราะ “สมอง” ของระบบรักษาความปลอดภัยคุณยังไม่ฉลาดพอครับ เพราะในโลกของระบบรักษาความปลอดภัยยุคนี้ กล้องที่ดีเปรียบเสมือนดวงตาที่คมชัด แต่ เครื่องบันทึก hikvision คือสมองกลอัจฉริยะที่จะตัดสินว่าภาพที่ตาเห็นนั้น “สำคัญ” หรือไม่
ลืมภาพจำเก่าๆ ที่ว่าเครื่องบันทึกเป็นแค่กล่องเก็บไฟล์วิดีโอไปได้เลยครับ เพราะ เครื่องบันทึก hikvision เจนเนอเรชันใหม่ถูกอัปเกรดให้เป็นระบบ AI เต็มตัว ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่บันทึกภาพ แต่ยังช่วย “คิด” และ “คัดกรอง” เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการแยกแยะระหว่างคนกับเงาไม้ หรือรถยนต์กับสัตว์เลี้ยง ทำให้การรักษาความปลอดภัยของคุณแม่นยำขึ้นแบบตัวมารดา แถมยังประหยัดเวลาในการเช็กภาพย้อนหลังไปได้มหาศาล ถ้าอยากรู้ว่าทำไมแบรนด์นี้ถึงครองใจคนติดกล้องทั่วโลก และรุ่นไหนจะตอบโจทย์คุณที่สุด ตามมาดูความจึ้งไปพร้อมกันเลยครับ
ทำความรู้จัก เครื่องบันทึก hikvision แต่ละประเภทที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณ
ก่อนจะขยับไปดูฟีเจอร์ล้ำๆ เราต้องมาปรับพื้นฐานให้ตรงกันก่อนครับว่า ระบบกล้องที่คุณมีหรือกำลังจะติดตั้งนั้นใช้เทคโนโลยีแบบไหน เพราะหัวใจหลักของการเลือกซื้อ เครื่องบันทึก hikvision คือการแมตช์ประเภทเครื่องให้เข้ากับระบบสายสัญญาณ เพื่อให้ระบบทำงานได้เสถียรและรีดประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุดนั่นเองครับ
ทำความรู้จัก เครื่องบันทึก hikvision แต่ละประเภทที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณ
ในปัจจุบัน เครื่องบันทึก hikvision จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ตระกูลใหญ่ๆ ตามลักษณะการเชื่อมต่อครับ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับเรื่องงบประมาณ ความง่ายในการติดตั้ง หรือความละเอียดของภาพเป็นหลักครับ
เครื่องบันทึกระบบ Analog หรือ DVR รุ่นยอดนิยม
นี่คือทางเลือกสุดคลาสสิกที่ยังครองใจมหาชนครับ DVR (Digital Video Recorder) ทำงานร่วมกับกล้องระบบ Analog ผ่านสายสัญญาณ Coaxial (RG6)
- Cost-Effective: ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ที่สุด เหมาะสำหรับคนที่มีงบจำกัดแต่ต้องการระบบที่ไว้ใจได้
- Compatibility: รองรับการอัปเกรดระบบเดิมได้ง่าย เพียงแค่เปลี่ยนเครื่องบันทึกตัวเก่าออกแล้วเสียบสายเดิมเข้าเครื่องใหม่
- Long Distance: ส่งสัญญาณได้ไกลโดยที่ภาพไม่ดีเลย์ เหมาะกับหน้างานที่ต้องเดินสายยาวๆ รอบตัวอาคาร
เครื่องบันทึกระบบเครือข่าย NVR สำหรับกล้อง IP
ถ้าคุณคือสาย Gadget ที่ชอบความชัดระดับ 4K และความล้ำสมัย NVR (Network Video Recorder) คือคำตอบที่ถูกต้องครับ:
- High Resolution: รองรับความละเอียดภาพได้สูงกว่าระบบ Analog มาก เก็บรายละเอียดใบหน้าหรือทะเบียนรถได้คมกริบ
- PoE Technology: หากเลือกเครื่องรุ่นที่มี PoE ในตัว คุณสามารถส่งทั้งสัญญาณภาพและไฟเลี้ยงกล้องผ่านสาย LAN เพียงเส้นเดียว ติดตั้งง่ายและดูสะอาดตาแบบมินิมอล
- Scalability: สามารถเชื่อมต่อกล้องผ่านระบบ Network ได้หลากหลาย ทำให้การขยายระบบในอนาคตทำได้ยืดหยุ่นกว่า
DVR กับ NVR Hikvision ต่างกันอย่างไร
แม้ว่าทั้งคู่จะทำหน้าที่บันทึกภาพเหมือนกัน แต่เทคโนโลยีเบื้องหลังและวิธีการส่งสัญญาณนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ DVR คือรากฐานที่แข็งแกร่งและคุ้มค่า ส่วน NVR คืออนาคตที่เน้นความคมชัดและความฉลาดของ AI ครับ
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง DVR และ NVR Hikvision
| หัวข้อเปรียบเทียบ | DVR (Digital Video Recorder) | NVR (Network Video Recorder) |
| ระบบกล้องที่รองรับ | กล้อง Analog / Turbo HD | กล้อง IP (IP Camera) |
| สายสัญญาณที่ใช้ | สาย Coaxial (RG6) | สาย LAN (Cat5e / Cat6) |
| ความคมชัดสูงสุด | สูงสุดประมาณ 5MP – 8MP (มีข้อจำกัด) | สูงสุดระดับ 4K (8MP) หรือมากกว่า |
| การจ่ายไฟเลี้ยง | ต้องเดินสายไฟแยกไปที่ตัวกล้อง | รองรับ PoE (ส่งไฟไปพร้อมสาย LAN) |
| ความฉลาดของ AI | รองรับฟีเจอร์พื้นฐาน (รุ่น AcuSense) | รองรับ AI ขั้นสูงได้เต็มประสิทธิภาพกว่า |
| ความยากง่ายในการติดตั้ง | ติดตั้งง่ายแต่สายพะรุงพะรังกว่า | ติดตั้งง่าย ดูมินิมอล (กรณีใช้ PoE) |
| งบประมาณ | ประหยัดกว่า (คุ้มค่าในระยะยาว) | สูงกว่า (แลกกับฟีเจอร์และคุณภาพ) |
การประมวลผลวิดีโอที่แตกต่างกัน
ความลับที่ทำให้ NVR ให้ภาพชัดกว่าคือ “จุดที่ประมวลผล” ครับ ในระบบ DVR กล้องจะส่งสัญญาณภาพดิบมาให้เครื่องบันทึกทำการเข้ารหัส (Encode) แต่สำหรับระบบ NVR ตัวกล้อง IP จะมีชิปประมวลผลในตัวที่ทำการเข้ารหัสภาพมาให้เสร็จสรรพ ทำให้เครื่อง NVR ไม่ต้องทำงานหนักและได้ภาพที่มีคุณภาพสูงกว่าครับ
ความยืดหยุ่นในการจัดวางตำแหน่งกล้อง
DVR ต้องลากสายจากกล้องทุกตัวกลับมาที่เครื่องบันทึกเพียงจุดเดียว แต่ NVR สามารถเชื่อมต่อผ่านวง Network เดียวกันได้ เช่น คุณมีออฟฟิศ 2 ฝั่งถนน ก็สามารถเชื่อมกล้องจากอีกฝั่งผ่านระบบ Link มาลงเครื่องบันทึกเครื่องเดียวได้แบบจึ้งๆ เลยครับ
ฟีเจอร์ AcuSense เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกใน เครื่องบันทึก hikvision
หัวใจสำคัญของ AcuSense คือระบบ Deep Learning ที่ถูกฝังลงในชิปประมวลผลของ เครื่องบันทึก hikvision ทำให้มันมีความสามารถในการจำแนกวัตถุได้เหมือนมนุษย์ครับ เมื่อมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้อง ระบบจะทำการวิเคราะห์ทันทีว่าเป็นภัยคุกคามจริงหรือไม่ ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุดดังนี้ครับ
- การคัดกรองเฉพาะคนและยานพาหนะ
ฟีเจอร์นี้คือตัวชูโรงเลยครับ ระบบจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างของวัตถุที่เคลื่อนไหว หากไม่ใช่ “มนุษย์” หรือ “รถยนต์” ระบบจะไม่ส่งเสียงร้องเตือนและไม่ส่งข้อความแจ้งเตือนมาที่มือถือของคุณ ทำให้คุณไม่ต้องปวดหัวกับการเช็กภาพย้อนหลังเพราะแมลงบินผ่านหน้ากล้องหรือเงาของต้นไม้ไหว ช่วยให้คุณหลับสบายโดยไม่ต้องกังวลกับการแจ้งเตือนที่ไร้ประโยชน์ครับ - ระบบ Quick Search ค้นหาเหตุการณ์ได้ไวในไม่กี่วินาที
เคยไหมครับที่ต้องมานั่งกรอดูภาพย้อนหลังนานเป็นชั่วโมงเพื่อหาว่าใครมาส่งของ? ด้วย AcuSense คุณสามารถเลือกค้นหาเหตุการณ์เฉพาะที่มี “คน” หรือ “รถ” ปรากฏตัวขึ้นได้เลย ระบบจะคัดกรองไฟล์วิดีโอทั้งหมดมาให้ดูในรูปแบบไฮไลต์ ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและเจอหลักฐานสำคัญได้ในไม่กี่วินาที จึ้งใจสายสืบสุดๆ ครับ
AcuSense Hikvision คืออะไร
AcuSense คือเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้ระบบ Deep Learning (การเรียนรู้เชิงลึก) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ภาพวิดีโอแบบ Real-time โดยหน้าที่หลักของมันคือการจำแนกเป้าหมายที่สำคัญออกจากวัตถุอื่นๆ ในฉาก ซึ่งสามารถสรุปความน่าสนใจได้ดังนี้ครับ
- Human & Vehicle Classification: ระบบจะโฟกัสเฉพาะ “มนุษย์” และ “ยานพาหนะ” เท่านั้น โดยจะมองข้ามสิ่งเร้าที่ไม่สำคัญ เช่น สุนัขวิ่งผ่าน, ใบไม้ปลิว, ฝนตก หรือแม้แต่แสงไฟหน้ารถที่สาดเข้ามา ทำให้การแจ้งเตือนมีความแม่นยำสูงถึง 90%
- Efficient Search: ช่วยให้การดูภาพย้อนหลังง่ายขึ้นมหาศาล เพราะคุณสามารถระบุเงื่อนไขการค้นหาเฉพาะช่วงที่มี “คน” หรือ “รถ” ปรากฏตัว ระบบจะคัดกรองมาให้ดูทันที ไม่ต้องนั่งรอไล่ดูวิดีโอทั้งวัน
- Real-time Alarm: เมื่อตรวจพบเป้าหมายที่ตรงตามเงื่อนไข (เช่น มีคนบุกรุกในโซนที่กำหนด) เครื่องบันทึกจะส่ง Push Notification แจ้งเตือนเข้ามือถือคุณทันที พร้อมคลิปวิดีโอสั้นๆ ให้ตรวจสอบได้ทันท่วงทีครับ
วิธีเลือกจำนวนช่องสัญญาณให้พอดีกับการใช้งาน
จำนวนช่องสัญญาณของ เครื่องบันทึก hikvision มักจะมาในตัวเลขทวีคูณครับ เช่น 4, 8, 16 ไปจนถึง 32 ช่อง ซึ่งการตัดสินใจเลือกไม่ได้ดูแค่จำนวนกล้องที่คุณจะติดในวันนี้เท่านั้น แต่ต้องมองเผื่อไปถึงอนาคตด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่บ่อยๆ ครับ
เครื่องบันทึกขนาด 4 และ 8 ช่องสำหรับบ้านพักอาศัย
สำหรับบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโด ขนาด 4 และ 8 ช่องคือจุดเริ่มต้นที่จึ้งที่สุดครับ
- 4 ช่อง: เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น หน้าบ้าน หลังบ้าน และที่จอดรถ ครอบคลุมจุดเสี่ยงสำคัญได้ครบถ้วน
- 8 ช่อง: เป็นรุ่นที่แนะนำที่สุดสำหรับบ้านทั่วไป เพราะช่วยให้คุณติดกล้องได้รอบด้าน 4 ทิศ และยังมีช่องว่างเหลือเผื่ออยากเพิ่มกล้องภายในบ้านหรือจุดอับสายตาในภายหลังได้ครับ
เครื่องบันทึกขนาด 16 และ 32 ช่องสำหรับธุรกิจหรือหอพัก
หากคุณทำธุรกิจ มีหน้าร้านหลายจุด หรือดูแลหอพัก ขนาด 16 และ 32 ช่องคือคำตอบที่มือโปรเลือกใช้ครับ
- High Capacity: รองรับการบันทึกภาพจากกล้องจำนวนมาก ครอบคลุมทุกทางเดิน บันไดหนีไฟ และจุดรับแขก
- Scalability: เหมาะสำหรับโปรเจกต์ที่ต้องการความละเอียดสูงและการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก เพราะเครื่องรุ่นใหญ่เหล่านี้มักจะใส่ Hard Disk ได้หลายลูก บันทึกภาพย้อนหลังได้นานสะใจแน่นอนครับ
การบีบอัดข้อมูลแบบ H.265+ ที่ช่วยให้บันทึกภาพได้นานขึ้น
หนึ่งในปัญหาที่คนติดกล้องกังวลที่สุดคือ “เมมเต็มเร็ว” หรือฮาร์ดดิสก์เก็บภาพได้ไม่กี่วันก็ถูกบันทึกทับแล้วครับ แต่สำหรับ เครื่องบันทึก hikvision ปัญหานี้จะหมดไปเพราะเขามีเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวอย่าง H.265+ ซึ่งเป็นมาตรฐานการบีบอัดวิดีโอระดับโลกที่จะช่วยให้คุณเก็บภาพความละเอียดสูงได้นานขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ
เทคโนโลยี H.265+ ไม่ได้เป็นแค่การทำให้ไฟล์เล็กลงธรรมดาครับ แต่มันคือการคำนวณที่ชาญฉลาดของ เครื่องบันทึก hikvision ที่จะวิเคราะห์ว่าส่วนไหนของภาพมีการเคลื่อนไหว และส่วนไหนที่อยู่นิ่งๆ เพื่อลดการใช้ข้อมูลในส่วนที่ไม่จำเป็น ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ที่เหลือเฟือขึ้นแบบจึ้งๆ เลยครับ
- ประสิทธิภาพการประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
ถ้าเทียบกับระบบเก่าอย่าง H.264 เจ้า H.265+ สามารถประหยัดพื้นที่เก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 75% เลยครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าฮาร์ดดิสก์ 1TB แบบเดิมเก็บภาพได้แค่ 7 วัน พอเปลี่ยนมาใช้ เครื่องบันทึก hikvision ที่มี H.265+ คุณอาจจะเก็บภาพได้นานถึง 20-30 วัน โดยที่ไม่ต้องอัปเกรดความจุฮาร์ดดิสก์ให้เปลืองงบเลยครับ - การรักษาคุณภาพความคมชัดแม้ไฟล์จะมีขนาดเล็กลง
หลายคนกลัวว่าพอไฟล์เล็กลงแล้วภาพจะแตกหรือมัว บอกเลยว่าหายห่วงครับ เพราะ H.265+ จะเน้นความคมชัดไปที่วัตถุที่มีการเคลื่อนไหว (Moving Objects) เป็นหลัก ทำให้รายละเอียดสำคัญอย่างใบหน้าคนหรือทะเบียนรถยังคมกริบเหมือนเดิม ในขณะที่ใช้แบนด์วิดท์ในการดูออนไลน์น้อยลงด้วยครับ
การดูออนไลน์ผ่านแอป Hik-Connect ที่เสถียรที่สุด
หัวใจหลักของการดูออนไลน์ของ เครื่องบันทึก hikvision คือแอปพลิเคชัน Hik-Connect ครับ ซึ่งถูกพัฒนามาให้ใช้งานง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไอทีหรือผู้ใช้งานทั่วไปก็สามารถจัดการทุกอย่างได้ผ่านปลายนิ้ว ความโดดเด่นอยู่ที่ความลื่นไหลและการแจ้งเตือนที่ไวระดับเรียลไทม์ ทำให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญครับ
ขั้นตอนการเพิ่มอุปกรณ์ลงในสมาร์ทโฟน
ลืมการตั้งค่า Forward Port ที่แสนยุ่งยากในสมัยก่อนไปได้เลยครับ เพราะระบบปัจจุบันของ เครื่องบันทึก hikvision ใช้เทคโนโลยี P2P Cloud ที่ง่ายสุดๆ เพียงแค่คุณโหลดแอป Hik-Connect แล้วใช้มือถือสแกน QR Code ที่ตัวเครื่องบันทึก ระบบจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลให้คุณดูภาพออนไลน์ได้ทันทีภายในไม่กี่วินาที สะดวกสบายแบบตัวแม่สุดๆ ครับ
ระบบแจ้งเตือน Real-time เมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติ
ความจึ้งของแอปนี้คือมันทำงานร่วมกับ AI AcuSense ในเครื่องบันทึกได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ เมื่อมีคนหรือรถบุกรุกเข้ามาในโซนที่กำหนด แอปจะเด้งข้อความแจ้งเตือน (Push Notification) พร้อมคลิปวิดีโอสั้นๆ มาที่หน้าจอมือถือคุณทันที ทำให้คุณสามารถตรวจสอบและระงับเหตุได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกก็ตามครับ
ข้อควรระวังในการเลือกซื้อและการรับประกันสินค้า
ในตลาดปัจจุบันมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้เลือกมากมายครับ แต่การจะเลือก เครื่องบันทึก hikvision ให้คุ้มค่าที่สุด คุณต้องมองลึกไปถึงเรื่องการสนับสนุนทางเทคนิคและการรับประกันด้วย เพราะเครื่องบันทึกต้องทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกซื้ออย่างชาญฉลาดจึงต้องพิจารณาดังนี้ครับ
- การเช็กวอยด์รับประกันจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
สิ่งแรกที่ต้องสังเกตคือสติกเกอร์รับประกัน (Warranty Void) ที่ตัวเครื่องครับ การซื้อเครื่องศูนย์ไทยจากตัวแทนอย่างเป็นทางการจะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการอัปเดต Firmware เวอร์ชันล่าสุดที่แก้บั๊กและเพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ๆ เสมอ รวมถึงสิทธิ์ในการเคลมอะไหล่แท้หากเครื่องมีปัญหา ซึ่งถ้าซื้อเครื่องหิ้วหรือเครื่องนอกมา คุณอาจจะเข้าใช้งานแอป Hik-Connect ในไทยไม่ได้ หรือไม่มีศูนย์ซ่อมรองรับครับ - การเลือกแหล่งจ่ายไฟหรือ Adapter ที่ได้มาตรฐาน
หลายคนมักตกม้าตายที่อุปกรณ์เสริมครับ เครื่องบันทึก hikvision จะทำงานได้นิ่งและทนทานต้องได้รับกระแสไฟที่สม่ำเสมอ การเลือกใช้ Adapter ที่มีคุณภาพดีหรือการต่อผ่านเครื่องสำรองไฟ (UPS) จะช่วยป้องกันบอร์ดภายในไหม้จากไฟกระชากได้ ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องบันทึกของคุณให้ยาวนานขึ้นอีกหลายปีเลยครับ
บทสรุป คุ้มค่ากว่าที่เคยด้วย เครื่องบันทึก hikvision สมองกลที่ตอบโจทย์ความปลอดภัยยุคใหม่
หากจะถามว่าทำไมแบรนด์นี้ถึงครองอันดับ 1 ในใจผู้ใช้งานทั่วโลกและเหล่าช่างมืออาชีพมาอย่างยาวนาน คำตอบสรุปได้จากความโดดเด่นที่ยากจะหาใครเลียนแบบได้ดังนี้ครับ:
- Intelligence ที่จับต้องได้จริง: เทคโนโลยี AcuSense เปลี่ยนให้การเฝ้าระวังเป็นเรื่องง่าย ด้วยระบบ AI ที่คัดกรองเฉพาะเหตุการณ์สำคัญ ลดเสียงร้องเตือนที่ไร้สาระ และช่วยให้การค้นหาหลักฐานย้อนหลังทำได้รวดเร็วแบบไม่ต้องนั่งเดา
- แอปพลิเคชันที่เสถียรที่สุด: Hik-Connect คือแอปที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียร เชื่อมต่อง่ายผ่าน Cloud P2P และมีการแจ้งเตือนที่ไวระดับเรียลไทม์ ทำให้คุณอุ่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
- ประหยัดงบในระยะยาว: ด้วยมาตรฐานการบีบอัดวิดีโอ H.265+ ที่ช่วยให้คุณเก็บภาพได้นานขึ้นบนฮาร์ดดิสก์ลูกเดิม ช่วยลดต้นทุนในการซื้ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และลดภาระการใช้งานอินเทอร์เน็ตในการดูออนไลน์
เครื่องบันทึก hikvision จึงไม่ใช่แค่เครื่องรับสัญญาณภาพ แต่คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อปกป้องทรัพย์สินและคนที่คุณรัก ด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและความแข็งแกร่งของศูนย์บริการในไทย การเลือกใช้ Hikvision จึงเป็นการตัดสินใจที่จบและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาวครับ
สนใจสั่งซื้อหรือปรึกษาการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด ติดต่อทีมงาน Chai Solution ได้เลยครับ
- Line Official: @chaisolution (มี @ ด้วยนะครับ)
- สายด่วนฝ่ายขาย ยินดีให้บริการ
- 088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
- 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
- 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เครื่องบันทึก hikvision
- ใช้เครื่องบันทึก Hikvision กับกล้องยี่ห้ออื่นได้ไหม?
ตอบ: ได้แน่นอนครับ! หากเป็นระบบกล้อง IP ให้เช็กว่ากล้องตัวนั้นรองรับมาตรฐาน ONVIF หรือไม่ ส่วนถ้าเป็นระบบ Analog เครื่องบันทึกรุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Multi-signal (รองรับ TVI, AHD, CVI, CVBS) ทำให้สามารถนำกล้องยี่ห้ออื่นมาเสียบใช้งานร่วมกันได้ทันทีครับ
- เครื่องบันทึกมีเสียงร้องเตือนเกิดจากอะไร?
ตอบ: ส่วนใหญ่เสียงร้อง “ติ๊ดๆ” มักจะเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ HDD Error (ฮาร์ดดิสก์มีปัญหาหรือยังไม่ได้ฟอร์แมต) และ Network Disconnected (สายแลนหลุดหรืออินเทอร์เน็ตมีปัญหา) ครับ คุณสามารถเข้าไปเช็กสาเหตุที่ชัดเจนได้ที่เมนู Configuration > Event > Exception เพื่อดูว่าเครื่องฟ้องเรื่องอะไรครับ
- ลืมรหัสผ่านเครื่องบันทึกต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ไม่ต้องตกใจครับ! คุณสามารถรีเซ็ตผ่านอีเมลที่ผูกไว้ตอนเปิดเครื่องครั้งแรกได้เลย แต่ถ้าไม่ได้ผูกอีเมลไว้ ให้ใช้โปรแกรม SADP Tool ดึงไฟล์ XML จากตัวเครื่องส่งไปให้ตัวแทนจำหน่ายที่คุณซื้อมา เพื่อขอรหัสปลดล็อกชั่วคราว (Security Code) มาตั้งรหัสใหม่ครับ
- DVR รุ่นเก่ารองรับกล้อง ColorVu ไหม?
ตอบ: รองรับครับ! เพราะกล้อง ColorVu ส่งสัญญาณภาพแบบ Analog ปกติ แต่สิ่งที่ต้องเช็กคือ “ความละเอียดสูงสุด (Resolution)” ที่เครื่องบันทึกรับได้ เช่น ถ้ากล้องชัด 5MP แต่เครื่องรับได้แค่ 2MP ภาพที่ได้ก็จะลดความคมชัดลงมาตามสเปกเครื่องครับ ดังนั้นควรเลือกให้สอดคล้องกันเพื่อให้ได้ภาพสีที่สวยที่สุด
- NVR จำเป็นต้องต่อเน็ตตลอดเวลาไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็นครับ! หากคุณต้องการแค่ให้ระบบบันทึกภาพลงฮาร์ดดิสก์ไว้ดูย้อนหลังที่หน้าจอมอนิเตอร์ ระบบสามารถทำงานได้ปกติโดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต แต่ถ้าคุณต้องการดูออนไลน์ผ่านแอป Hik-Connect หรือรับแจ้งเตือนเหตุการณ์ผ่านมือถือ จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาครับ
