อัปเกรดระบบความปลอดภัยด้วย เครื่องบันทึก hikvision สมองกลอัจฉริยะที่ทำให้กล้องวงจรปิดฉลาดกว่าเดิม

เครื่องบันทึก hikvision

ลองจินตนาการดูครับว่า ถ้าคุณอุตส่าห์ลงทุนซื้อกล้องวงจรปิดความละเอียดสูง ภาพสีชัดแจ๋วมาติดตั้งไว้รอบบ้าน แต่พอถึงเวลาเกิดเหตุจริงกลับต้องมานั่งตาลายไล่ดูวิดีโอย้อนหลังเป็นชั่วโมงๆ เพื่อหาจังหวะที่สำคัญเพียงไม่กี่วินาที นั่นเป็นเพราะ “สมอง” ของระบบรักษาความปลอดภัยคุณยังไม่ฉลาดพอครับ เพราะในโลกของระบบรักษาความปลอดภัยยุคนี้ กล้องที่ดีเปรียบเสมือนดวงตาที่คมชัด แต่ เครื่องบันทึก hikvision คือสมองกลอัจฉริยะที่จะตัดสินว่าภาพที่ตาเห็นนั้น “สำคัญ” หรือไม่

ลืมภาพจำเก่าๆ ที่ว่าเครื่องบันทึกเป็นแค่กล่องเก็บไฟล์วิดีโอไปได้เลยครับ เพราะ เครื่องบันทึก hikvision เจนเนอเรชันใหม่ถูกอัปเกรดให้เป็นระบบ AI เต็มตัว ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่บันทึกภาพ แต่ยังช่วย “คิด” และ “คัดกรอง” เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการแยกแยะระหว่างคนกับเงาไม้ หรือรถยนต์กับสัตว์เลี้ยง ทำให้การรักษาความปลอดภัยของคุณแม่นยำขึ้นแบบตัวมารดา แถมยังประหยัดเวลาในการเช็กภาพย้อนหลังไปได้มหาศาล ถ้าอยากรู้ว่าทำไมแบรนด์นี้ถึงครองใจคนติดกล้องทั่วโลก และรุ่นไหนจะตอบโจทย์คุณที่สุด ตามมาดูความจึ้งไปพร้อมกันเลยครับ

ทำความรู้จัก เครื่องบันทึก hikvision แต่ละประเภทที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณ

ก่อนจะขยับไปดูฟีเจอร์ล้ำๆ เราต้องมาปรับพื้นฐานให้ตรงกันก่อนครับว่า ระบบกล้องที่คุณมีหรือกำลังจะติดตั้งนั้นใช้เทคโนโลยีแบบไหน เพราะหัวใจหลักของการเลือกซื้อ เครื่องบันทึก hikvision คือการแมตช์ประเภทเครื่องให้เข้ากับระบบสายสัญญาณ เพื่อให้ระบบทำงานได้เสถียรและรีดประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุดนั่นเองครับ

ทำความรู้จัก เครื่องบันทึก hikvision แต่ละประเภทที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณ

ในปัจจุบัน เครื่องบันทึก hikvision จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ตระกูลใหญ่ๆ ตามลักษณะการเชื่อมต่อครับ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับเรื่องงบประมาณ ความง่ายในการติดตั้ง หรือความละเอียดของภาพเป็นหลักครับ

เครื่องบันทึกระบบ Analog หรือ DVR รุ่นยอดนิยม

นี่คือทางเลือกสุดคลาสสิกที่ยังครองใจมหาชนครับ DVR (Digital Video Recorder) ทำงานร่วมกับกล้องระบบ Analog ผ่านสายสัญญาณ Coaxial (RG6)

  • Cost-Effective: ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ที่สุด เหมาะสำหรับคนที่มีงบจำกัดแต่ต้องการระบบที่ไว้ใจได้
  • Compatibility: รองรับการอัปเกรดระบบเดิมได้ง่าย เพียงแค่เปลี่ยนเครื่องบันทึกตัวเก่าออกแล้วเสียบสายเดิมเข้าเครื่องใหม่
  • Long Distance: ส่งสัญญาณได้ไกลโดยที่ภาพไม่ดีเลย์ เหมาะกับหน้างานที่ต้องเดินสายยาวๆ รอบตัวอาคาร

เครื่องบันทึกระบบเครือข่าย NVR สำหรับกล้อง IP

ถ้าคุณคือสาย Gadget ที่ชอบความชัดระดับ 4K และความล้ำสมัย NVR (Network Video Recorder) คือคำตอบที่ถูกต้องครับ:

  • High Resolution: รองรับความละเอียดภาพได้สูงกว่าระบบ Analog มาก เก็บรายละเอียดใบหน้าหรือทะเบียนรถได้คมกริบ
  • PoE Technology: หากเลือกเครื่องรุ่นที่มี PoE ในตัว คุณสามารถส่งทั้งสัญญาณภาพและไฟเลี้ยงกล้องผ่านสาย LAN เพียงเส้นเดียว ติดตั้งง่ายและดูสะอาดตาแบบมินิมอล
  • Scalability: สามารถเชื่อมต่อกล้องผ่านระบบ Network ได้หลากหลาย ทำให้การขยายระบบในอนาคตทำได้ยืดหยุ่นกว่า

DVR กับ NVR Hikvision ต่างกันอย่างไร

แม้ว่าทั้งคู่จะทำหน้าที่บันทึกภาพเหมือนกัน แต่เทคโนโลยีเบื้องหลังและวิธีการส่งสัญญาณนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ DVR คือรากฐานที่แข็งแกร่งและคุ้มค่า ส่วน NVR คืออนาคตที่เน้นความคมชัดและความฉลาดของ AI ครับ

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง DVR และ NVR Hikvision

หัวข้อเปรียบเทียบ DVR (Digital Video Recorder) NVR (Network Video Recorder)
ระบบกล้องที่รองรับ กล้อง Analog / Turbo HD กล้อง IP (IP Camera)
สายสัญญาณที่ใช้ สาย Coaxial (RG6) สาย LAN (Cat5e / Cat6)
ความคมชัดสูงสุด สูงสุดประมาณ 5MP – 8MP (มีข้อจำกัด) สูงสุดระดับ 4K (8MP) หรือมากกว่า
การจ่ายไฟเลี้ยง ต้องเดินสายไฟแยกไปที่ตัวกล้อง รองรับ PoE (ส่งไฟไปพร้อมสาย LAN)
ความฉลาดของ AI รองรับฟีเจอร์พื้นฐาน (รุ่น AcuSense) รองรับ AI ขั้นสูงได้เต็มประสิทธิภาพกว่า
ความยากง่ายในการติดตั้ง ติดตั้งง่ายแต่สายพะรุงพะรังกว่า ติดตั้งง่าย ดูมินิมอล (กรณีใช้ PoE)
งบประมาณ ประหยัดกว่า (คุ้มค่าในระยะยาว) สูงกว่า (แลกกับฟีเจอร์และคุณภาพ)

การประมวลผลวิดีโอที่แตกต่างกัน

ความลับที่ทำให้ NVR ให้ภาพชัดกว่าคือ “จุดที่ประมวลผล” ครับ ในระบบ DVR กล้องจะส่งสัญญาณภาพดิบมาให้เครื่องบันทึกทำการเข้ารหัส (Encode) แต่สำหรับระบบ NVR ตัวกล้อง IP จะมีชิปประมวลผลในตัวที่ทำการเข้ารหัสภาพมาให้เสร็จสรรพ ทำให้เครื่อง NVR ไม่ต้องทำงานหนักและได้ภาพที่มีคุณภาพสูงกว่าครับ

ความยืดหยุ่นในการจัดวางตำแหน่งกล้อง

DVR ต้องลากสายจากกล้องทุกตัวกลับมาที่เครื่องบันทึกเพียงจุดเดียว แต่ NVR สามารถเชื่อมต่อผ่านวง Network เดียวกันได้ เช่น คุณมีออฟฟิศ 2 ฝั่งถนน ก็สามารถเชื่อมกล้องจากอีกฝั่งผ่านระบบ Link มาลงเครื่องบันทึกเครื่องเดียวได้แบบจึ้งๆ เลยครับ

ฟีเจอร์ AcuSense เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกใน เครื่องบันทึก hikvision

หัวใจสำคัญของ AcuSense คือระบบ Deep Learning ที่ถูกฝังลงในชิปประมวลผลของ เครื่องบันทึก hikvision ทำให้มันมีความสามารถในการจำแนกวัตถุได้เหมือนมนุษย์ครับ เมื่อมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้อง ระบบจะทำการวิเคราะห์ทันทีว่าเป็นภัยคุกคามจริงหรือไม่ ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุดดังนี้ครับ

  • การคัดกรองเฉพาะคนและยานพาหนะ
    ฟีเจอร์นี้คือตัวชูโรงเลยครับ ระบบจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างของวัตถุที่เคลื่อนไหว หากไม่ใช่ “มนุษย์” หรือ “รถยนต์” ระบบจะไม่ส่งเสียงร้องเตือนและไม่ส่งข้อความแจ้งเตือนมาที่มือถือของคุณ ทำให้คุณไม่ต้องปวดหัวกับการเช็กภาพย้อนหลังเพราะแมลงบินผ่านหน้ากล้องหรือเงาของต้นไม้ไหว ช่วยให้คุณหลับสบายโดยไม่ต้องกังวลกับการแจ้งเตือนที่ไร้ประโยชน์ครับ
  • ระบบ Quick Search ค้นหาเหตุการณ์ได้ไวในไม่กี่วินาที
    เคยไหมครับที่ต้องมานั่งกรอดูภาพย้อนหลังนานเป็นชั่วโมงเพื่อหาว่าใครมาส่งของ? ด้วย AcuSense คุณสามารถเลือกค้นหาเหตุการณ์เฉพาะที่มี “คน” หรือ “รถ” ปรากฏตัวขึ้นได้เลย ระบบจะคัดกรองไฟล์วิดีโอทั้งหมดมาให้ดูในรูปแบบไฮไลต์ ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและเจอหลักฐานสำคัญได้ในไม่กี่วินาที จึ้งใจสายสืบสุดๆ ครับ

AcuSense Hikvision คืออะไร

AcuSense คือเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้ระบบ Deep Learning (การเรียนรู้เชิงลึก) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ภาพวิดีโอแบบ Real-time โดยหน้าที่หลักของมันคือการจำแนกเป้าหมายที่สำคัญออกจากวัตถุอื่นๆ ในฉาก ซึ่งสามารถสรุปความน่าสนใจได้ดังนี้ครับ

  • Human & Vehicle Classification: ระบบจะโฟกัสเฉพาะ “มนุษย์” และ “ยานพาหนะ” เท่านั้น โดยจะมองข้ามสิ่งเร้าที่ไม่สำคัญ เช่น สุนัขวิ่งผ่าน, ใบไม้ปลิว, ฝนตก หรือแม้แต่แสงไฟหน้ารถที่สาดเข้ามา ทำให้การแจ้งเตือนมีความแม่นยำสูงถึง 90%
  • Efficient Search: ช่วยให้การดูภาพย้อนหลังง่ายขึ้นมหาศาล เพราะคุณสามารถระบุเงื่อนไขการค้นหาเฉพาะช่วงที่มี “คน” หรือ “รถ” ปรากฏตัว ระบบจะคัดกรองมาให้ดูทันที ไม่ต้องนั่งรอไล่ดูวิดีโอทั้งวัน
  • Real-time Alarm: เมื่อตรวจพบเป้าหมายที่ตรงตามเงื่อนไข (เช่น มีคนบุกรุกในโซนที่กำหนด) เครื่องบันทึกจะส่ง Push Notification แจ้งเตือนเข้ามือถือคุณทันที พร้อมคลิปวิดีโอสั้นๆ ให้ตรวจสอบได้ทันท่วงทีครับ

วิธีเลือกจำนวนช่องสัญญาณให้พอดีกับการใช้งาน

จำนวนช่องสัญญาณของ เครื่องบันทึก hikvision มักจะมาในตัวเลขทวีคูณครับ เช่น 4, 8, 16 ไปจนถึง 32 ช่อง ซึ่งการตัดสินใจเลือกไม่ได้ดูแค่จำนวนกล้องที่คุณจะติดในวันนี้เท่านั้น แต่ต้องมองเผื่อไปถึงอนาคตด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่บ่อยๆ ครับ

เครื่องบันทึกขนาด 4 และ 8 ช่องสำหรับบ้านพักอาศัย

สำหรับบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโด ขนาด 4 และ 8 ช่องคือจุดเริ่มต้นที่จึ้งที่สุดครับ

  • 4 ช่อง: เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น หน้าบ้าน หลังบ้าน และที่จอดรถ ครอบคลุมจุดเสี่ยงสำคัญได้ครบถ้วน
  • 8 ช่อง: เป็นรุ่นที่แนะนำที่สุดสำหรับบ้านทั่วไป เพราะช่วยให้คุณติดกล้องได้รอบด้าน 4 ทิศ และยังมีช่องว่างเหลือเผื่ออยากเพิ่มกล้องภายในบ้านหรือจุดอับสายตาในภายหลังได้ครับ

เครื่องบันทึกขนาด 16 และ 32 ช่องสำหรับธุรกิจหรือหอพัก

หากคุณทำธุรกิจ มีหน้าร้านหลายจุด หรือดูแลหอพัก ขนาด 16 และ 32 ช่องคือคำตอบที่มือโปรเลือกใช้ครับ

  • High Capacity: รองรับการบันทึกภาพจากกล้องจำนวนมาก ครอบคลุมทุกทางเดิน บันไดหนีไฟ และจุดรับแขก
  • Scalability: เหมาะสำหรับโปรเจกต์ที่ต้องการความละเอียดสูงและการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก เพราะเครื่องรุ่นใหญ่เหล่านี้มักจะใส่ Hard Disk ได้หลายลูก บันทึกภาพย้อนหลังได้นานสะใจแน่นอนครับ

การบีบอัดข้อมูลแบบ H.265+ ที่ช่วยให้บันทึกภาพได้นานขึ้น

หนึ่งในปัญหาที่คนติดกล้องกังวลที่สุดคือ “เมมเต็มเร็ว” หรือฮาร์ดดิสก์เก็บภาพได้ไม่กี่วันก็ถูกบันทึกทับแล้วครับ แต่สำหรับ เครื่องบันทึก hikvision ปัญหานี้จะหมดไปเพราะเขามีเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวอย่าง H.265+ ซึ่งเป็นมาตรฐานการบีบอัดวิดีโอระดับโลกที่จะช่วยให้คุณเก็บภาพความละเอียดสูงได้นานขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ

เทคโนโลยี H.265+ ไม่ได้เป็นแค่การทำให้ไฟล์เล็กลงธรรมดาครับ แต่มันคือการคำนวณที่ชาญฉลาดของ เครื่องบันทึก hikvision ที่จะวิเคราะห์ว่าส่วนไหนของภาพมีการเคลื่อนไหว และส่วนไหนที่อยู่นิ่งๆ เพื่อลดการใช้ข้อมูลในส่วนที่ไม่จำเป็น ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ที่เหลือเฟือขึ้นแบบจึ้งๆ เลยครับ

  • ประสิทธิภาพการประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
    ถ้าเทียบกับระบบเก่าอย่าง H.264 เจ้า H.265+ สามารถประหยัดพื้นที่เก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 75% เลยครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าฮาร์ดดิสก์ 1TB แบบเดิมเก็บภาพได้แค่ 7 วัน พอเปลี่ยนมาใช้ เครื่องบันทึก hikvision ที่มี H.265+ คุณอาจจะเก็บภาพได้นานถึง 20-30 วัน โดยที่ไม่ต้องอัปเกรดความจุฮาร์ดดิสก์ให้เปลืองงบเลยครับ
  • การรักษาคุณภาพความคมชัดแม้ไฟล์จะมีขนาดเล็กลง
    หลายคนกลัวว่าพอไฟล์เล็กลงแล้วภาพจะแตกหรือมัว บอกเลยว่าหายห่วงครับ เพราะ H.265+ จะเน้นความคมชัดไปที่วัตถุที่มีการเคลื่อนไหว (Moving Objects) เป็นหลัก ทำให้รายละเอียดสำคัญอย่างใบหน้าคนหรือทะเบียนรถยังคมกริบเหมือนเดิม ในขณะที่ใช้แบนด์วิดท์ในการดูออนไลน์น้อยลงด้วยครับ

การดูออนไลน์ผ่านแอป Hik-Connect ที่เสถียรที่สุด

หัวใจหลักของการดูออนไลน์ของ เครื่องบันทึก hikvision คือแอปพลิเคชัน Hik-Connect ครับ ซึ่งถูกพัฒนามาให้ใช้งานง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไอทีหรือผู้ใช้งานทั่วไปก็สามารถจัดการทุกอย่างได้ผ่านปลายนิ้ว ความโดดเด่นอยู่ที่ความลื่นไหลและการแจ้งเตือนที่ไวระดับเรียลไทม์ ทำให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญครับ

ขั้นตอนการเพิ่มอุปกรณ์ลงในสมาร์ทโฟน

ลืมการตั้งค่า Forward Port ที่แสนยุ่งยากในสมัยก่อนไปได้เลยครับ เพราะระบบปัจจุบันของ เครื่องบันทึก hikvision ใช้เทคโนโลยี P2P Cloud ที่ง่ายสุดๆ เพียงแค่คุณโหลดแอป Hik-Connect แล้วใช้มือถือสแกน QR Code ที่ตัวเครื่องบันทึก ระบบจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลให้คุณดูภาพออนไลน์ได้ทันทีภายในไม่กี่วินาที สะดวกสบายแบบตัวแม่สุดๆ ครับ

ระบบแจ้งเตือน Real-time เมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติ

ความจึ้งของแอปนี้คือมันทำงานร่วมกับ AI AcuSense ในเครื่องบันทึกได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ เมื่อมีคนหรือรถบุกรุกเข้ามาในโซนที่กำหนด แอปจะเด้งข้อความแจ้งเตือน (Push Notification) พร้อมคลิปวิดีโอสั้นๆ มาที่หน้าจอมือถือคุณทันที ทำให้คุณสามารถตรวจสอบและระงับเหตุได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกก็ตามครับ

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อและการรับประกันสินค้า

ในตลาดปัจจุบันมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้เลือกมากมายครับ แต่การจะเลือก เครื่องบันทึก hikvision ให้คุ้มค่าที่สุด คุณต้องมองลึกไปถึงเรื่องการสนับสนุนทางเทคนิคและการรับประกันด้วย เพราะเครื่องบันทึกต้องทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกซื้ออย่างชาญฉลาดจึงต้องพิจารณาดังนี้ครับ

  • การเช็กวอยด์รับประกันจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
    สิ่งแรกที่ต้องสังเกตคือสติกเกอร์รับประกัน (Warranty Void) ที่ตัวเครื่องครับ การซื้อเครื่องศูนย์ไทยจากตัวแทนอย่างเป็นทางการจะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการอัปเดต Firmware เวอร์ชันล่าสุดที่แก้บั๊กและเพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ๆ เสมอ รวมถึงสิทธิ์ในการเคลมอะไหล่แท้หากเครื่องมีปัญหา ซึ่งถ้าซื้อเครื่องหิ้วหรือเครื่องนอกมา คุณอาจจะเข้าใช้งานแอป Hik-Connect ในไทยไม่ได้ หรือไม่มีศูนย์ซ่อมรองรับครับ
  • การเลือกแหล่งจ่ายไฟหรือ Adapter ที่ได้มาตรฐาน
    หลายคนมักตกม้าตายที่อุปกรณ์เสริมครับ เครื่องบันทึก hikvision จะทำงานได้นิ่งและทนทานต้องได้รับกระแสไฟที่สม่ำเสมอ การเลือกใช้ Adapter ที่มีคุณภาพดีหรือการต่อผ่านเครื่องสำรองไฟ (UPS) จะช่วยป้องกันบอร์ดภายในไหม้จากไฟกระชากได้ ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องบันทึกของคุณให้ยาวนานขึ้นอีกหลายปีเลยครับ

บทสรุป คุ้มค่ากว่าที่เคยด้วย เครื่องบันทึก hikvision สมองกลที่ตอบโจทย์ความปลอดภัยยุคใหม่

หากจะถามว่าทำไมแบรนด์นี้ถึงครองอันดับ 1 ในใจผู้ใช้งานทั่วโลกและเหล่าช่างมืออาชีพมาอย่างยาวนาน คำตอบสรุปได้จากความโดดเด่นที่ยากจะหาใครเลียนแบบได้ดังนี้ครับ:

  • Intelligence ที่จับต้องได้จริง: เทคโนโลยี AcuSense เปลี่ยนให้การเฝ้าระวังเป็นเรื่องง่าย ด้วยระบบ AI ที่คัดกรองเฉพาะเหตุการณ์สำคัญ ลดเสียงร้องเตือนที่ไร้สาระ และช่วยให้การค้นหาหลักฐานย้อนหลังทำได้รวดเร็วแบบไม่ต้องนั่งเดา
  • แอปพลิเคชันที่เสถียรที่สุด: Hik-Connect คือแอปที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียร เชื่อมต่อง่ายผ่าน Cloud P2P และมีการแจ้งเตือนที่ไวระดับเรียลไทม์ ทำให้คุณอุ่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
  • ประหยัดงบในระยะยาว: ด้วยมาตรฐานการบีบอัดวิดีโอ H.265+ ที่ช่วยให้คุณเก็บภาพได้นานขึ้นบนฮาร์ดดิสก์ลูกเดิม ช่วยลดต้นทุนในการซื้ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และลดภาระการใช้งานอินเทอร์เน็ตในการดูออนไลน์

เครื่องบันทึก hikvision จึงไม่ใช่แค่เครื่องรับสัญญาณภาพ แต่คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อปกป้องทรัพย์สินและคนที่คุณรัก ด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและความแข็งแกร่งของศูนย์บริการในไทย การเลือกใช้ Hikvision จึงเป็นการตัดสินใจที่จบและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาวครับ

สนใจสั่งซื้อหรือปรึกษาการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด ติดต่อทีมงาน Chai Solution ได้เลยครับ

  • Line Official: @chaisolution (มี @ ด้วยนะครับ)
  • สายด่วนฝ่ายขาย ยินดีให้บริการ
    • 088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
    • 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
    • 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เครื่องบันทึก hikvision

  1. ใช้เครื่องบันทึก Hikvision กับกล้องยี่ห้ออื่นได้ไหม?
    ตอบ: ได้แน่นอนครับ! หากเป็นระบบกล้อง IP ให้เช็กว่ากล้องตัวนั้นรองรับมาตรฐาน ONVIF หรือไม่ ส่วนถ้าเป็นระบบ Analog เครื่องบันทึกรุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Multi-signal (รองรับ TVI, AHD, CVI, CVBS) ทำให้สามารถนำกล้องยี่ห้ออื่นมาเสียบใช้งานร่วมกันได้ทันทีครับ
  1. เครื่องบันทึกมีเสียงร้องเตือนเกิดจากอะไร?
    ตอบ: ส่วนใหญ่เสียงร้อง “ติ๊ดๆ” มักจะเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ HDD Error (ฮาร์ดดิสก์มีปัญหาหรือยังไม่ได้ฟอร์แมต) และ Network Disconnected (สายแลนหลุดหรืออินเทอร์เน็ตมีปัญหา) ครับ คุณสามารถเข้าไปเช็กสาเหตุที่ชัดเจนได้ที่เมนู Configuration > Event > Exception เพื่อดูว่าเครื่องฟ้องเรื่องอะไรครับ
  1. ลืมรหัสผ่านเครื่องบันทึกต้องทำอย่างไร?
    ตอบ: ไม่ต้องตกใจครับ! คุณสามารถรีเซ็ตผ่านอีเมลที่ผูกไว้ตอนเปิดเครื่องครั้งแรกได้เลย แต่ถ้าไม่ได้ผูกอีเมลไว้ ให้ใช้โปรแกรม SADP Tool ดึงไฟล์ XML จากตัวเครื่องส่งไปให้ตัวแทนจำหน่ายที่คุณซื้อมา เพื่อขอรหัสปลดล็อกชั่วคราว (Security Code) มาตั้งรหัสใหม่ครับ
  1. DVR รุ่นเก่ารองรับกล้อง ColorVu ไหม?
    ตอบ: รองรับครับ! เพราะกล้อง ColorVu ส่งสัญญาณภาพแบบ Analog ปกติ แต่สิ่งที่ต้องเช็กคือ “ความละเอียดสูงสุด (Resolution)” ที่เครื่องบันทึกรับได้ เช่น ถ้ากล้องชัด 5MP แต่เครื่องรับได้แค่ 2MP ภาพที่ได้ก็จะลดความคมชัดลงมาตามสเปกเครื่องครับ ดังนั้นควรเลือกให้สอดคล้องกันเพื่อให้ได้ภาพสีที่สวยที่สุด
  1. NVR จำเป็นต้องต่อเน็ตตลอดเวลาไหม?
    ตอบ: ไม่จำเป็นครับ! หากคุณต้องการแค่ให้ระบบบันทึกภาพลงฮาร์ดดิสก์ไว้ดูย้อนหลังที่หน้าจอมอนิเตอร์ ระบบสามารถทำงานได้ปกติโดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต แต่ถ้าคุณต้องการดูออนไลน์ผ่านแอป Hik-Connect หรือรับแจ้งเตือนเหตุการณ์ผ่านมือถือ จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาครับ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *