Hi-View AI Dynamic Face: ทางเลือกใหม่ของระบบ Access Control

HDD กล้องวงจรปิด

Access Control Hi-View  คือ ระบบควบคุมการเข้า-ออกประตูอัจฉริยะที่รวมเทคโนโลยี AI และการตรวจสอบสิทธิ์แบบ Hybrid เข้าด้วยกัน โดยความพิเศษของซีรีส์ “Dynamic Face” คือความสามารถในการตรวจจับและจดจำใบหน้าได้แบบเรียลไทม์ในขณะที่บุคคลกำลังเคลื่อนที่ครับ

สรุปใจความสำคัญของระบบนี้ได้ดังนี้ครับ:

1. ระบบการทำงานแบบ 3-in-1

ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้รองรับการยืนยันตัวตนได้หลากหลาย เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน:

  • สแกนใบหน้า (Face Recognition): ใช้ AI ตรวจจับใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเดินผ่านเครื่องโดยไม่ต้องหยุดนิ่ง

  • สแกนคีย์การ์ด (Card Reader): รองรับการแตะบัตร (เช่น บัตรพนักงาน หรือบัตรคอนโด)

  • กดรหัส (Password): สำหรับใช้เป็นทางเลือกเสริมหรือเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น

2. เทคโนโลยี “Dynamic Face” (AI อัจฉริยะ)

ต่างจากเครื่องสแกนใบหน้ายุคเก่าตรงที่:

  • ความเร็วสูง: ประมวลผลและยืนยันตัวตนได้ภายในไม่เกิน 0.2 – 0.5 วินาที

  • แม่นยำสูง: สามารถแยกแยะใบหน้าจริงออกจากภาพถ่ายหรือวิดีโอได้ (ป้องกันการโกงระบบ)

  • จดจำได้ในสภาวะยากลำบาก: เช่น ขณะใส่หน้ากากอนามัย, ใส่แว่น หรือในพื้นที่ที่มีแสงน้อย/ย้อนแสง

3. การใช้งานและประโยชน์

  • ควบคุมประตู: เชื่อมต่อกับชุดกลอนไฟฟ้าเพื่อปลดล็อคประตูออฟฟิศ หอพัก หรือประตูบ้าน

  • บันทึกเวลาทำงาน: ใช้แทนเครื่องตอกบัตร (Time Attendance) เพื่อดึงรายงานเวลาเข้า-ออกของพนักงานได้แม่นยำ

  • ลดการสัมผัส (Touchless): ไม่ต้องใช้ลายนิ้วมือหรือสัมผัสตัวเครื่อง ช่วยเรื่องสุขอนามัยได้ดี

ทำไมต้อง Hi-View AI Dynamic Face?

ระบบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องสแกนธรรมดา แต่มาพร้อมกับเทคโนโลยี AI Dynamic Face Recognition ที่สามารถตรวจจับใบหน้าได้ในขณะเคลื่อนที่ ไม่ต้องหยุดยืนนิ่งรอคิวเหมือนเทคโนโลยีสมัยก่อน ช่วยลดความแออัดบริเวณทางเข้าได้อย่างดีเยี่ยม

ระบบควบคุมการเข้าออก Hi-View AI Dynamic Face

หลักการทำงานของAccess Control Hi-View AI Dynamic Faceเป็นการผสมผสานระหว่างฮาร์ดแวร์ตรวจจับสัญญาณภาพและซอฟต์แวร์ประมวลผล AI ขั้นสูง เพื่อตัดสินใจว่าจะ “อนุญาต” หรือ “ปฏิเสธ” การเข้าพื้นที่ โดยมีขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบดังนี้

1. ขั้นตอนการตรวจจับและวิเคราะห์ (Detection & Analysis)

เมื่อมีบุคคลเดินเข้ามาในระยะตรวจจับ (ประมาณ 0.5 – 3 เมตร) ระบบจะเริ่มทำงานทันที:

  • Dynamic Motion Detection: กล้องความละเอียดสูงบนตัวเครื่องจะตรวจจับ “การเคลื่อนไหว” ของใบหน้าแบบ Real-time โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องหยุดยืนนิ่งหน้าเครื่อง (ไม่ต้องโพสต์ท่า)

  • Live Body Detection: ระบบ AI จะวิเคราะห์ว่าใบหน้าที่เห็นเป็น “มนุษย์จริงๆ” หรือไม่ โดยการตรวจจับมิติของใบหน้า ความร้อน หรือการกระพริบตา เพื่อป้องกันการใช้ รูปถ่าย หรือ วิดีโอจากมือถือ มาหลอกสแกน

2. ขั้นตอนการประมวลผลด้วย AI (Deep Learning)

นี่คือหัวใจหลักที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่างจากระบบทั่วไป:

  • Feature Extraction: AI จะดึงจุดเด่นบนใบหน้า (Face Landmarks) เช่น ระยะห่างระหว่างดวงตา โครงจมูก โหนกแก้ม และคาง มาสร้างเป็นรหัสทางคณิตศาสตร์

  • Database Matching: นำรหัสที่ได้ไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลใบหน้าที่บันทึกไว้ในตัวเครื่องหรือบน Server อย่างรวดเร็ว (มักใช้เวลาไม่เกิน 0.2-0.5 วินาที)

  • Mask Detection: ในรุ่นใหม่ๆ AI จะสามารถประมวลผลได้แม้ผู้ใช้งานจะสวมหน้ากากอนามัย โดยเน้นวิเคราะห์พื้นที่รอบดวงตาและหน้าผากเป็นหลัก

3. ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์แบบ Multi-Mode (Verification)

ระบบจะตรวจสอบเงื่อนไขตามที่เจ้าของสถานที่ตั้งไว้:

  • Face Only: สแกนหน้าผ่านแล้วเปิดประตูทันที

  • Card + Face: ต้องทาบบัตรก่อน แล้วสแกนหน้าซ้ำเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัตรจริง

  • Card / Keycard: หากลืมลงทะเบียนใบหน้า หรือในกรณีฉุกเฉิน สามารถใช้บัตรทาบที่ตัวอ่าน (Reader) เพื่อผ่านเข้าได้โดยตรง

4. ขั้นตอนการสั่งการและบันทึกผล (Action & Logging)

เมื่อการยืนยันตัวตนสำเร็จ:

  • Signal Trigger: ตัวเครื่องจะส่งสัญญาณไฟฟ้า (Dry Contact) ไปยัง Controller เพื่อสั่งให้ชุดกลอนแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Lock) คลายล็อค

  • Data Logging: ระบบจะบันทึกชื่อ-นามสกุล เวลาที่เข้า-ออก และ “ภาพถ่ายใบหน้า” ขณะสแกนลงในหน่วยความจำ

  • Real-time Notification: ข้อมูลจะถูกส่งไปยังซอฟต์แวร์บริหารจัดการ หรือแอปพลิเคชัน เพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบได้ทันที

การเลือกซื้อระบบ Access Control Hi-View AI Dynamic Face

ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริง ควรพิจารณาจากปัจจัยหลักดังนี้

1. ความจุของฐานข้อมูล (Capacity)

ต้องเลือกให้สัมพันธ์กับจำนวนคนในองค์กร:

  • Face Capacity: เครื่องรองรับการจดจำใบหน้าได้กี่คน (เช่น 3,000 / 5,000 / 10,000 ใบหน้า)

  • Card/Log Capacity: รองรับจำนวนบัตรได้เท่าไหร่ และเก็บประวัติการเข้า-ออก (Log) ได้กี่รายการก่อนที่ข้อมูลจะเต็ม

2. สภาพแวดล้อมหน้างาน (Installation Environment)

  • ภายในอาคาร (Indoor): เน้นดีไซน์สวยงามและการสแกนที่รวดเร็ว

  • กึ่งภายนอก/ภายนอก (Outdoor): ต้องดูค่า IP Rating (เช่น IP65 หรือ IP66) เพื่อกันฝุ่นและกันน้ำ รวมถึงหน้าจอต้องเป็นแบบสู้แสง (Anti-glare) เพื่อให้สแกนหน้าติดแม้แดดจัด

3. ฟังก์ชันการคัดกรอง (Advanced Features)

ในยุคปัจจุบันควรมีฟังก์ชันเสริมเหล่านี้:

  • Mask Detection: ตั้งค่าให้แจ้งเตือนหรือไม่อนุญาตให้เข้าหากไม่สวมหน้ากากอนามัย

  • Thermal Sensor (Option): หากต้องการคัดกรองผู้ป่วย ควรเลือกรุ่นที่มีโมดูลวัดอุณหภูมิร่างกายในตัว

4. การเชื่อมต่อและการดึงข้อมูล (Connectivity)

  • Standalone vs Network: ต้องการให้เครื่องทำงานเดี่ยวๆ หรือเชื่อมต่อผ่านวง LAN เพื่อจัดการข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง

  • WiFi Support: หากหน้างานเดินสาย LAN ลำบาก ควรเลือกรุ่นที่รองรับ Wi-Fi

  • Wiegand Input/Output: สำหรับนำไปเชื่อมต่อกับระบบเดิมที่มีอยู่ หรือต่อเข้ากับชุด Controller ไม้กั้นรถยนต์

5. รูปแบบของบัตรที่ใช้ (Card Technology)

ต้องเช็คว่าบัตรเดิมที่มีอยู่เป็นแบบไหน เพื่อเลือกหัวอ่านให้ตรงกัน:

  • Proximity Card (125kHz): บัตรระยะใกล้ทั่วไป

  • Mifare Card (13.56MHz): บัตรที่มีความปลอดภัยสูงกว่า หรือบัตรแรบบิท/บัตรคอนโดรุ่นใหม่ๆ

6. การรับประกันและบริการหลังการขาย (After Sales Service)

  • Warranty: ควรมีการรับประกันอย่างน้อย 1-2 ปี

  • Technical Support: เนื่องจากเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับ Software หากเกิดปัญหาเรื่องการดึง Report หรือระบบ Network ขัดข้อง ควรมีทีม Support ที่ติดต่อได้ง่าย

จุดที่ต้องเช็ค ระดับทั่วไป (SME/โฮมออฟฟิศ) ระดับสูง (โรงงาน/องค์กรใหญ่)
จำนวนใบหน้า 500 – 1,000 ใบหน้า 5,000 – 10,000+ ใบหน้า
ความเร็วสแกน < 0.5 วินาที < 0.2 วินาที (ต้องเร็วมากเพื่อลดคิว)
การกันน้ำ ไม่เน้น จำเป็น (IP65 ขึ้นไป)
การดึงข้อมูล แฟลชไดรฟ์ / LAN การจัดการ LAN / คลาวด์

การติดตั้งและการดูแลรักษาเครื่อง Access Control Hi-View AI Dynamic Face

ให้ใช้งานได้ยาวนานและแม่นยำ มีข้อควรระวังและขั้นตอนสำคัญที่ช่างติดตั้งหรือเจ้าของบ้าน/อาคารควรทราบดังนี้

1. การติดตั้ง (Installation Guide)

เพื่อให้ระบบ AI ประมวลผลได้ดีที่สุด การวางตำแหน่งตัวเครื่องถือเป็นหัวใจสำคัญครับ

  • ระดับความสูงที่เหมาะสม: ควรติดตั้งให้ตัวเครื่อง (ตำแหน่งกล้อง) สูงจากพื้นประมาณ 140 – 150 ซม. ซึ่งเป็นระดับที่สามารถสแกนใบหน้าคนที่มีความสูงตั้งแต่ 150 – 190 ซม. ได้ครอบคลุมที่สุด

  • แสงสว่าง (Lighting):

    • หลีกเลี่ยงการติดตั้งในจุดที่มีแสงย้อนเข้าหน้ากล้องโดยตรง (เช่น หันหน้าออกไปทางถนนที่มีแดดจัด) เพราะจะทำให้ใบหน้ามืดและ AI ประมวลผลยาก

    • หากต้องติดในที่มืด ควรเลือกจุดที่มีแสงสว่างสม่ำเสมอ หรือใช้รุ่นที่มี White Light LED ในตัวเพื่อช่วยส่องหน้าขณะสแกน

  • การเดินสายสัญญาณ:

    • ใช้สาย LAN (Cat5e/Cat6) คุณภาพดีสำหรับการเชื่อมต่อ Network

    • สายไฟที่จ่ายให้ชุดกลอนแม่เหล็ก (Magnetic Lock) ควรมีขนาดใหญ่พอ (เช่น 0.75mm ขึ้นไป) เพื่อป้องกันแรงดันไฟตก ซึ่งจะทำให้ประตูปลดล็อคยากหรือเครื่องรีบูตตัวเอง

  • การสำรองไฟ (UPS): แนะนำให้ติดตั้งชุด Power Supply ที่มีแบตเตอรี่สำรองไฟ เพื่อให้ระบบยังทำงานได้แม้ไฟดับ ป้องกันคนติดค้างหรือประตูเปิดค้างเพื่อความปลอดภัย

2. การดูแลรักษา (Maintenance)

เนื่องจากเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีทั้งหน้าจอและเลนส์กล้อง การดูแลจึงแบ่งเป็น 2 ส่วนครับ

การดูแลภายนอก (Hardware)

  • ทำความสะอาดเลนส์และหน้าจอ: ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาดเช็ดเบาๆ ห้ามใช้แอลกอฮอล์เข้มข้นหรือน้ำยาเช็ดกระจกที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ฉีดลงบนตัวเครื่องโดยตรง เพราะอาจทำลายสารเคลือบหน้าจอและทำให้เลนส์กล้องมัว

  • ตรวจสอบการยึดเกาะ: ตรวจเช็คว่าตัวเครื่องยังยึดแน่นกับผนังหรือขาตั้งหรือไม่ รวมถึงชุดกลอนประตูว่ายังลงล็อคสนิท ไม่มีเสียงดังผิดปกติ

การดูแลระบบภายใน (Software & Data)

  • สำรองข้อมูล (Backup): ควรดึงข้อมูลรายงานการเข้า-ออก (Log) และสำรองฐานข้อมูลใบหน้าเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

  • ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น: หากพนักงานลาออกหรือฐานข้อมูลเต็ม ควรหมั่นลบรายชื่อเก่าออกเพื่อให้เครื่องประมวลผลได้เร็วอยู่เสมอ

  • อัปเดต Firmware: ตรวจสอบกับทาง Hi-View ว่ามีการอัปเดต Firmware ใหม่ๆ หรือไม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI และแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัย

3. ข้อควรระวังพิเศษ

  • ความร้อน: หากติดตั้งภายนอกอาคาร ควรมีชายคาหรือหลังคาคลุมเพื่อไม่ให้เครื่องรับความร้อนสะสมจากแสงแดดโดยตรงนานเกินไป ซึ่งอาจทำให้หน้าจอเสื่อมสภาพเร็ว

  • ความชื้น: แม้รุ่นที่เป็น Outdoor จะกันน้ำได้ แต่การติดตั้งในจุดที่ฝนสาดโดยตรงบ่อยๆ อาจทำให้เกิดคราบตะกรันที่หน้าเลนส์จนสแกนไม่ติด


ด้วยเทคโนโลยีที่เน้นความเร็วและความปลอดภัยแบบไร้การสัมผัส Access Control Hi-View AI Dynamic Face จึงเหมาะอย่างยิ่งกับสถานที่ที่มีคนเข้า-ออกจำนวนมาก หรือสถานที่ที่ต้องการภาพลักษณ์ความทันสมัย

1. สำนักงานและออฟฟิศ (Corporate Offices)

  • ทำไมถึงเหมาะ: ใช้แทนการตอกบัตรหรือสแกนนิ้ว ช่วยให้พนักงานเดินเข้าออฟฟิศได้รวดเร็วในช่วงเวลาเร่งด่วน (Check-in) โดยไม่ต้องยืนต่อคิวสแกนทีละคน

  • ประโยชน์: ป้องกันการฝากบัตรทาบแทนกัน และดูรายงานเวลาเข้า-ออกผ่านซอฟต์แวร์ได้ทันที

2. คอนโดมิเนียมและหอพัก (Residential & Apartments)

  • ทำไมถึงเหมาะ: ติดตั้งบริเวณทางเข้าโถงลิฟต์หรือประตูส่วนกลาง ช่วยให้ลูกบ้านสะดวกเวลาถือของหนักแล้วไม่ต้องควานหาคีย์การ์ด

  • ประโยชน์: ยกระดับความปลอดภัยให้สูงกว่าคีย์การ์ดทั่วไปที่อาจมีการทำสำลี (Copy) หรือทำหายได้ง่าย

3. โรงงานอุตสาหกรรม (Factories)

  • ทำไมถึงเหมาะ: ในโรงงานที่พนักงานต้องสวมถุงมือหรือมือเปื้อนคราบน้ำมัน/สารเคมี การสแกนนิ้วทำได้ยาก การสแกนใบหน้าจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

  • ประโยชน์: ลดการสัมผัสเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกสะสมบนตัวเครื่อง และรองรับฐานข้อมูลพนักงานจำนวนมากได้

4. สถานศึกษาและโรงเรียน (Schools & Universities)

  • ทำไมถึงเหมาะ: ใช้ควบคุมการเข้าอาคารเรียน ห้องสมุด หรือหอพักนักศึกษา

  • ประโยชน์: สามารถส่งข้อมูลแจ้งเตือนผู้ปกครองได้ว่าบุตรหลานเดินทางเข้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว และป้องกันบุคคลภายนอกแอบแฝงเข้ามา

5. ฟิตเนสและคลับเฮาส์ (Fitness & Member Clubs)

  • ทำไมถึงเหมาะ: ระบบ AI ช่วยตรวจสอบสิทธิ์สมาชิกได้แม่นยำ ป้องกันการให้ยืมบัตรสมาชิกกันใช้งาน

  • ประโยชน์: ให้บริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง (กรณีฟิตเนส 24 ชม.) โดยไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าหน้าประตูตลอดเวลา

6. ศูนย์ราชการหรือองค์กรที่เน้นความปลอดภัย (High-Security Zones)

  • ทำไมถึงเหมาะ: ใช้ติดตั้งในห้อง Server, ห้องเก็บเอกสารสำคัญ หรือคลังสินค้า

  • ประโยชน์: สามารถตั้งระบบ Multi-factor (เช่น ต้องสแกนทั้งใบหน้าและทาบบัตรคู่กัน) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

พบปัญหาการเชื่อมต่อ หรือต้องการสอบถามบริการ ติดต่อเราได้ทันที

  • Line Official:     @chaisolution

  • ทีมฝ่ายขายพร้อมดูแล

    • 088-5851649 (หญิง) | 080-3373324 (แยม)

    • 085-0555331 (มุก) | 061-8084109 (มิ้น)

    • 061-9172440 (แม็ค) | 093-4918722 (ก็อต)

ทักมาได้เลย ยินดีให้บริการทุกเคสเพื่อให้บ้านของคุณออนไลน์ได้ทุกที่ทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับระบบ Access Control Hi-View AI Dynamic Face

1. ถ้าใส่หน้ากากอนามัย หรือใส่แว่น จะสแกนติดไหม?

  • คำตอบ: สแกนติดครับ ระบบ AI Dynamic Face ถูกฝึกฝน (Train) มาเพื่อจดจำจุดเด่นรอบดวงตาและหน้าผากโดยเฉพาะ แม้สวมหน้ากากอนามัยหรือใส่แว่นสายตาก็สามารถระบุตัวตนได้อย่างแม่นยำ (ยกเว้นแว่นกันแดดที่มืดสนิทจนปิดบังดวงตา หรือหน้ากากที่ปิดคลุมทั้งใบหน้า)

2. เอารูปถ่ายหรือวิดีโอจากมือถือมาสแกนแทนเจ้าตัวได้ไหม?

  • คำตอบ: ไม่ได้ครับ ตัวเครื่องมีระบบ Live Body Detection (หรือ Anti-Spoofing) ซึ่งจะใช้กล้องคู่หรือเซนเซอร์ตรวจจับมิติความลึก (3D) และการเคลื่อนไหวเล็กน้อยของใบหน้า เพื่อแยกแยะระหว่างใบหน้าคนจริงๆ กับภาพนิ่งหรือวิดีโอ 2 มิติ

3. ถ้าไฟดับ ประตูจะล็อคค้างหรือเปิดออกเอง?

  • คำตอบ: ขึ้นอยู่กับการเลือกชุด Lock และการติดตั้งครับ:

    • Fail-Safe (แนะนำสำหรับประตูหนีไฟ): เมื่อไฟดับ กลอนจะคลายล็อคโดยอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย

    • Fail-Secure: เมื่อไฟดับ ประตูจะยังล็อคอยู่ (ต้องใช้กุญแจไข)

    • ข้อแนะนำ: ควรติดตั้งร่วมกับชุด Power Supply + Battery Backup เพื่อให้ระบบทำงานต่อได้อีก 2-4 ชั่วโมงแม้ไฟดับ

  • คำตอบ: ไม่ต้องหยุดยืนนิ่งครับ ด้วยความเป็นระบบ “Dynamic” ทำให้สแกนได้ในขณะที่กำลังเดินเข้าหาเครื่อง (Walk-through) ในระยะ 0.5 – 2 เมตร โดยใช้เวลาประมวลผลเพียง 0.2 – 0.5 วินาที เท่านั้น

5. เก็บข้อมูลใบหน้าได้สูงสุดเท่าไหร่ และข้อมูลเต็มจะเกิดอะไรขึ้น?

  • คำตอบ: ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกครับ โดยทั่วไปจะเริ่มที่ 3,000 / 5,000 / 10,000 ใบหน้า

    • หากบันทึกเวลา (Log) จนเต็ม ระบบส่วนใหญ่จะตั้งค่าให้ Overwrite (วนทับข้อมูลเก่าสุด) หรือส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้ดึงข้อมูลออก

6. สามารถดึงรายงาน (Report) ออกมาเป็น Excel ได้หรือไม่?

  • คำตอบ: ทำได้ครับ สามารถดึงข้อมูลผ่านสาย LAN เข้าโปรแกรมบริหารจัดการบนคอมพิวเตอร์ หรือบางรุ่นสามารถเสียบ USB Flash Drive เพื่อดึงไฟล์สรุปเวลาเข้า-ออก (Time Attendance) ออกมาเป็น Excel หรือ CSV ได้โดยตรง

7. ถ้าหน้าเปลี่ยนไป เช่น แต่งหน้าจัด หรือไว้หนวดเครา เครื่องจะจำได้ไหม?

  • คำตอบ: จำได้ครับ AI วิเคราะห์จากโครงสร้างกระดูกและระยะห่างของจุดสำคัญบนใบหน้า (Landmarks) ซึ่งการแต่งหน้าหรือการไว้หนวดเคราโดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเหล่านี้ ยกเว้นกรณีไปทำศัลยกรรมโครงหน้าใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจต้องลงทะเบียนใบหน้าใหม่

8. ติดตั้งภายนอกอาคารที่โดนฝนสาดได้ไหม?

  • คำตอบ: ต้องเลือกรุ่นที่มีมาตรฐาน IP65 หรือ IP66 ขึ้นไปครับ หากเป็นรุ่นมาตรฐานสำหรับสำนักงาน (Indoor) ไม่ควรโดนน้ำหรือฝนโดยตรง เพราะอาจทำให้แผงวงจรช็อตได้

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *