
Access Control Hi-View คือ ระบบควบคุมการเข้า-ออกประตูอัจฉริยะที่รวมเทคโนโลยี AI และการตรวจสอบสิทธิ์แบบ Hybrid เข้าด้วยกัน โดยความพิเศษของซีรีส์ “Dynamic Face” คือความสามารถในการตรวจจับและจดจำใบหน้าได้แบบเรียลไทม์ในขณะที่บุคคลกำลังเคลื่อนที่ครับ
สรุปใจความสำคัญของระบบนี้ได้ดังนี้ครับ:
1. ระบบการทำงานแบบ 3-in-1
ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้รองรับการยืนยันตัวตนได้หลากหลาย เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน:
-
สแกนใบหน้า (Face Recognition): ใช้ AI ตรวจจับใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเดินผ่านเครื่องโดยไม่ต้องหยุดนิ่ง
-
สแกนคีย์การ์ด (Card Reader): รองรับการแตะบัตร (เช่น บัตรพนักงาน หรือบัตรคอนโด)
-
กดรหัส (Password): สำหรับใช้เป็นทางเลือกเสริมหรือเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น
2. เทคโนโลยี “Dynamic Face” (AI อัจฉริยะ)
ต่างจากเครื่องสแกนใบหน้ายุคเก่าตรงที่:
-
ความเร็วสูง: ประมวลผลและยืนยันตัวตนได้ภายในไม่เกิน 0.2 – 0.5 วินาที
-
แม่นยำสูง: สามารถแยกแยะใบหน้าจริงออกจากภาพถ่ายหรือวิดีโอได้ (ป้องกันการโกงระบบ)
-
จดจำได้ในสภาวะยากลำบาก: เช่น ขณะใส่หน้ากากอนามัย, ใส่แว่น หรือในพื้นที่ที่มีแสงน้อย/ย้อนแสง
3. การใช้งานและประโยชน์
-
ควบคุมประตู: เชื่อมต่อกับชุดกลอนไฟฟ้าเพื่อปลดล็อคประตูออฟฟิศ หอพัก หรือประตูบ้าน
-
บันทึกเวลาทำงาน: ใช้แทนเครื่องตอกบัตร (Time Attendance) เพื่อดึงรายงานเวลาเข้า-ออกของพนักงานได้แม่นยำ
-
ลดการสัมผัส (Touchless): ไม่ต้องใช้ลายนิ้วมือหรือสัมผัสตัวเครื่อง ช่วยเรื่องสุขอนามัยได้ดี
ทำไมต้อง Hi-View AI Dynamic Face?
ระบบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องสแกนธรรมดา แต่มาพร้อมกับเทคโนโลยี AI Dynamic Face Recognition ที่สามารถตรวจจับใบหน้าได้ในขณะเคลื่อนที่ ไม่ต้องหยุดยืนนิ่งรอคิวเหมือนเทคโนโลยีสมัยก่อน ช่วยลดความแออัดบริเวณทางเข้าได้อย่างดีเยี่ยม

หลักการทำงานของAccess Control Hi-View AI Dynamic Faceเป็นการผสมผสานระหว่างฮาร์ดแวร์ตรวจจับสัญญาณภาพและซอฟต์แวร์ประมวลผล AI ขั้นสูง เพื่อตัดสินใจว่าจะ “อนุญาต” หรือ “ปฏิเสธ” การเข้าพื้นที่ โดยมีขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบดังนี้
1. ขั้นตอนการตรวจจับและวิเคราะห์ (Detection & Analysis)
เมื่อมีบุคคลเดินเข้ามาในระยะตรวจจับ (ประมาณ 0.5 – 3 เมตร) ระบบจะเริ่มทำงานทันที:
-
Dynamic Motion Detection: กล้องความละเอียดสูงบนตัวเครื่องจะตรวจจับ “การเคลื่อนไหว” ของใบหน้าแบบ Real-time โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องหยุดยืนนิ่งหน้าเครื่อง (ไม่ต้องโพสต์ท่า)
-
Live Body Detection: ระบบ AI จะวิเคราะห์ว่าใบหน้าที่เห็นเป็น “มนุษย์จริงๆ” หรือไม่ โดยการตรวจจับมิติของใบหน้า ความร้อน หรือการกระพริบตา เพื่อป้องกันการใช้ รูปถ่าย หรือ วิดีโอจากมือถือ มาหลอกสแกน
2. ขั้นตอนการประมวลผลด้วย AI (Deep Learning)
นี่คือหัวใจหลักที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่างจากระบบทั่วไป:
-
Feature Extraction: AI จะดึงจุดเด่นบนใบหน้า (Face Landmarks) เช่น ระยะห่างระหว่างดวงตา โครงจมูก โหนกแก้ม และคาง มาสร้างเป็นรหัสทางคณิตศาสตร์
-
Database Matching: นำรหัสที่ได้ไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลใบหน้าที่บันทึกไว้ในตัวเครื่องหรือบน Server อย่างรวดเร็ว (มักใช้เวลาไม่เกิน 0.2-0.5 วินาที)
-
Mask Detection: ในรุ่นใหม่ๆ AI จะสามารถประมวลผลได้แม้ผู้ใช้งานจะสวมหน้ากากอนามัย โดยเน้นวิเคราะห์พื้นที่รอบดวงตาและหน้าผากเป็นหลัก
3. ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์แบบ Multi-Mode (Verification)
ระบบจะตรวจสอบเงื่อนไขตามที่เจ้าของสถานที่ตั้งไว้:
-
Face Only: สแกนหน้าผ่านแล้วเปิดประตูทันที
-
Card + Face: ต้องทาบบัตรก่อน แล้วสแกนหน้าซ้ำเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัตรจริง
-
Card / Keycard: หากลืมลงทะเบียนใบหน้า หรือในกรณีฉุกเฉิน สามารถใช้บัตรทาบที่ตัวอ่าน (Reader) เพื่อผ่านเข้าได้โดยตรง
4. ขั้นตอนการสั่งการและบันทึกผล (Action & Logging)
เมื่อการยืนยันตัวตนสำเร็จ:
-
Signal Trigger: ตัวเครื่องจะส่งสัญญาณไฟฟ้า (Dry Contact) ไปยัง Controller เพื่อสั่งให้ชุดกลอนแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Lock) คลายล็อค
-
Data Logging: ระบบจะบันทึกชื่อ-นามสกุล เวลาที่เข้า-ออก และ “ภาพถ่ายใบหน้า” ขณะสแกนลงในหน่วยความจำ
-
Real-time Notification: ข้อมูลจะถูกส่งไปยังซอฟต์แวร์บริหารจัดการ หรือแอปพลิเคชัน เพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบได้ทันที
การเลือกซื้อระบบ Access Control Hi-View AI Dynamic Face
ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริง ควรพิจารณาจากปัจจัยหลักดังนี้
1. ความจุของฐานข้อมูล (Capacity)
ต้องเลือกให้สัมพันธ์กับจำนวนคนในองค์กร:
-
Face Capacity: เครื่องรองรับการจดจำใบหน้าได้กี่คน (เช่น 3,000 / 5,000 / 10,000 ใบหน้า)
-
Card/Log Capacity: รองรับจำนวนบัตรได้เท่าไหร่ และเก็บประวัติการเข้า-ออก (Log) ได้กี่รายการก่อนที่ข้อมูลจะเต็ม
2. สภาพแวดล้อมหน้างาน (Installation Environment)
-
ภายในอาคาร (Indoor): เน้นดีไซน์สวยงามและการสแกนที่รวดเร็ว
-
กึ่งภายนอก/ภายนอก (Outdoor): ต้องดูค่า IP Rating (เช่น IP65 หรือ IP66) เพื่อกันฝุ่นและกันน้ำ รวมถึงหน้าจอต้องเป็นแบบสู้แสง (Anti-glare) เพื่อให้สแกนหน้าติดแม้แดดจัด
3. ฟังก์ชันการคัดกรอง (Advanced Features)
ในยุคปัจจุบันควรมีฟังก์ชันเสริมเหล่านี้:
-
Mask Detection: ตั้งค่าให้แจ้งเตือนหรือไม่อนุญาตให้เข้าหากไม่สวมหน้ากากอนามัย
-
Thermal Sensor (Option): หากต้องการคัดกรองผู้ป่วย ควรเลือกรุ่นที่มีโมดูลวัดอุณหภูมิร่างกายในตัว
4. การเชื่อมต่อและการดึงข้อมูล (Connectivity)
-
Standalone vs Network: ต้องการให้เครื่องทำงานเดี่ยวๆ หรือเชื่อมต่อผ่านวง LAN เพื่อจัดการข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง
-
WiFi Support: หากหน้างานเดินสาย LAN ลำบาก ควรเลือกรุ่นที่รองรับ Wi-Fi
-
Wiegand Input/Output: สำหรับนำไปเชื่อมต่อกับระบบเดิมที่มีอยู่ หรือต่อเข้ากับชุด Controller ไม้กั้นรถยนต์
5. รูปแบบของบัตรที่ใช้ (Card Technology)
ต้องเช็คว่าบัตรเดิมที่มีอยู่เป็นแบบไหน เพื่อเลือกหัวอ่านให้ตรงกัน:
-
Proximity Card (125kHz): บัตรระยะใกล้ทั่วไป
-
Mifare Card (13.56MHz): บัตรที่มีความปลอดภัยสูงกว่า หรือบัตรแรบบิท/บัตรคอนโดรุ่นใหม่ๆ
6. การรับประกันและบริการหลังการขาย (After Sales Service)
-
Warranty: ควรมีการรับประกันอย่างน้อย 1-2 ปี
-
Technical Support: เนื่องจากเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับ Software หากเกิดปัญหาเรื่องการดึง Report หรือระบบ Network ขัดข้อง ควรมีทีม Support ที่ติดต่อได้ง่าย
| จุดที่ต้องเช็ค | ระดับทั่วไป (SME/โฮมออฟฟิศ) | ระดับสูง (โรงงาน/องค์กรใหญ่) |
| จำนวนใบหน้า | 500 – 1,000 ใบหน้า | 5,000 – 10,000+ ใบหน้า |
| ความเร็วสแกน | < 0.5 วินาที | < 0.2 วินาที (ต้องเร็วมากเพื่อลดคิว) |
| การกันน้ำ | ไม่เน้น | จำเป็น (IP65 ขึ้นไป) |
| การดึงข้อมูล | แฟลชไดรฟ์ / LAN | การจัดการ LAN / คลาวด์ |
การติดตั้งและการดูแลรักษาเครื่อง Access Control Hi-View AI Dynamic Face
ให้ใช้งานได้ยาวนานและแม่นยำ มีข้อควรระวังและขั้นตอนสำคัญที่ช่างติดตั้งหรือเจ้าของบ้าน/อาคารควรทราบดังนี้
1. การติดตั้ง (Installation Guide)
เพื่อให้ระบบ AI ประมวลผลได้ดีที่สุด การวางตำแหน่งตัวเครื่องถือเป็นหัวใจสำคัญครับ
-
ระดับความสูงที่เหมาะสม: ควรติดตั้งให้ตัวเครื่อง (ตำแหน่งกล้อง) สูงจากพื้นประมาณ 140 – 150 ซม. ซึ่งเป็นระดับที่สามารถสแกนใบหน้าคนที่มีความสูงตั้งแต่ 150 – 190 ซม. ได้ครอบคลุมที่สุด
-
แสงสว่าง (Lighting):
-
หลีกเลี่ยงการติดตั้งในจุดที่มีแสงย้อนเข้าหน้ากล้องโดยตรง (เช่น หันหน้าออกไปทางถนนที่มีแดดจัด) เพราะจะทำให้ใบหน้ามืดและ AI ประมวลผลยาก
-
หากต้องติดในที่มืด ควรเลือกจุดที่มีแสงสว่างสม่ำเสมอ หรือใช้รุ่นที่มี White Light LED ในตัวเพื่อช่วยส่องหน้าขณะสแกน
-
-
การเดินสายสัญญาณ:
-
ใช้สาย LAN (Cat5e/Cat6) คุณภาพดีสำหรับการเชื่อมต่อ Network
-
สายไฟที่จ่ายให้ชุดกลอนแม่เหล็ก (Magnetic Lock) ควรมีขนาดใหญ่พอ (เช่น 0.75mm ขึ้นไป) เพื่อป้องกันแรงดันไฟตก ซึ่งจะทำให้ประตูปลดล็อคยากหรือเครื่องรีบูตตัวเอง
-
-
การสำรองไฟ (UPS): แนะนำให้ติดตั้งชุด Power Supply ที่มีแบตเตอรี่สำรองไฟ เพื่อให้ระบบยังทำงานได้แม้ไฟดับ ป้องกันคนติดค้างหรือประตูเปิดค้างเพื่อความปลอดภัย
2. การดูแลรักษา (Maintenance)
เนื่องจากเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีทั้งหน้าจอและเลนส์กล้อง การดูแลจึงแบ่งเป็น 2 ส่วนครับ
การดูแลภายนอก (Hardware)
-
ทำความสะอาดเลนส์และหน้าจอ: ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาดเช็ดเบาๆ ห้ามใช้แอลกอฮอล์เข้มข้นหรือน้ำยาเช็ดกระจกที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ฉีดลงบนตัวเครื่องโดยตรง เพราะอาจทำลายสารเคลือบหน้าจอและทำให้เลนส์กล้องมัว
-
ตรวจสอบการยึดเกาะ: ตรวจเช็คว่าตัวเครื่องยังยึดแน่นกับผนังหรือขาตั้งหรือไม่ รวมถึงชุดกลอนประตูว่ายังลงล็อคสนิท ไม่มีเสียงดังผิดปกติ
การดูแลระบบภายใน (Software & Data)
-
สำรองข้อมูล (Backup): ควรดึงข้อมูลรายงานการเข้า-ออก (Log) และสำรองฐานข้อมูลใบหน้าเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
-
ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น: หากพนักงานลาออกหรือฐานข้อมูลเต็ม ควรหมั่นลบรายชื่อเก่าออกเพื่อให้เครื่องประมวลผลได้เร็วอยู่เสมอ
-
อัปเดต Firmware: ตรวจสอบกับทาง Hi-View ว่ามีการอัปเดต Firmware ใหม่ๆ หรือไม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI และแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัย
3. ข้อควรระวังพิเศษ
-
ความร้อน: หากติดตั้งภายนอกอาคาร ควรมีชายคาหรือหลังคาคลุมเพื่อไม่ให้เครื่องรับความร้อนสะสมจากแสงแดดโดยตรงนานเกินไป ซึ่งอาจทำให้หน้าจอเสื่อมสภาพเร็ว
-
ความชื้น: แม้รุ่นที่เป็น Outdoor จะกันน้ำได้ แต่การติดตั้งในจุดที่ฝนสาดโดยตรงบ่อยๆ อาจทำให้เกิดคราบตะกรันที่หน้าเลนส์จนสแกนไม่ติด
ด้วยเทคโนโลยีที่เน้นความเร็วและความปลอดภัยแบบไร้การสัมผัส Access Control Hi-View AI Dynamic Face จึงเหมาะอย่างยิ่งกับสถานที่ที่มีคนเข้า-ออกจำนวนมาก หรือสถานที่ที่ต้องการภาพลักษณ์ความทันสมัย
1. สำนักงานและออฟฟิศ (Corporate Offices)
-
ทำไมถึงเหมาะ: ใช้แทนการตอกบัตรหรือสแกนนิ้ว ช่วยให้พนักงานเดินเข้าออฟฟิศได้รวดเร็วในช่วงเวลาเร่งด่วน (Check-in) โดยไม่ต้องยืนต่อคิวสแกนทีละคน
-
ประโยชน์: ป้องกันการฝากบัตรทาบแทนกัน และดูรายงานเวลาเข้า-ออกผ่านซอฟต์แวร์ได้ทันที
2. คอนโดมิเนียมและหอพัก (Residential & Apartments)
-
ทำไมถึงเหมาะ: ติดตั้งบริเวณทางเข้าโถงลิฟต์หรือประตูส่วนกลาง ช่วยให้ลูกบ้านสะดวกเวลาถือของหนักแล้วไม่ต้องควานหาคีย์การ์ด
-
ประโยชน์: ยกระดับความปลอดภัยให้สูงกว่าคีย์การ์ดทั่วไปที่อาจมีการทำสำลี (Copy) หรือทำหายได้ง่าย
3. โรงงานอุตสาหกรรม (Factories)
-
ทำไมถึงเหมาะ: ในโรงงานที่พนักงานต้องสวมถุงมือหรือมือเปื้อนคราบน้ำมัน/สารเคมี การสแกนนิ้วทำได้ยาก การสแกนใบหน้าจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
-
ประโยชน์: ลดการสัมผัสเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกสะสมบนตัวเครื่อง และรองรับฐานข้อมูลพนักงานจำนวนมากได้
4. สถานศึกษาและโรงเรียน (Schools & Universities)
-
ทำไมถึงเหมาะ: ใช้ควบคุมการเข้าอาคารเรียน ห้องสมุด หรือหอพักนักศึกษา
-
ประโยชน์: สามารถส่งข้อมูลแจ้งเตือนผู้ปกครองได้ว่าบุตรหลานเดินทางเข้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว และป้องกันบุคคลภายนอกแอบแฝงเข้ามา
5. ฟิตเนสและคลับเฮาส์ (Fitness & Member Clubs)
-
ทำไมถึงเหมาะ: ระบบ AI ช่วยตรวจสอบสิทธิ์สมาชิกได้แม่นยำ ป้องกันการให้ยืมบัตรสมาชิกกันใช้งาน
-
ประโยชน์: ให้บริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง (กรณีฟิตเนส 24 ชม.) โดยไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าหน้าประตูตลอดเวลา
6. ศูนย์ราชการหรือองค์กรที่เน้นความปลอดภัย (High-Security Zones)
-
ทำไมถึงเหมาะ: ใช้ติดตั้งในห้อง Server, ห้องเก็บเอกสารสำคัญ หรือคลังสินค้า
-
ประโยชน์: สามารถตั้งระบบ Multi-factor (เช่น ต้องสแกนทั้งใบหน้าและทาบบัตรคู่กัน) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
พบปัญหาการเชื่อมต่อ หรือต้องการสอบถามบริการ ติดต่อเราได้ทันที
-
Line Official: @chaisolution
-
ทีมฝ่ายขายพร้อมดูแล
-
088-5851649 (หญิง) | 080-3373324 (แยม)
-
085-0555331 (มุก) | 061-8084109 (มิ้น)
-
061-9172440 (แม็ค) | 093-4918722 (ก็อต)
-
ทักมาได้เลย ยินดีให้บริการทุกเคสเพื่อให้บ้านของคุณออนไลน์ได้ทุกที่ทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับระบบ Access Control Hi-View AI Dynamic Face
1. ถ้าใส่หน้ากากอนามัย หรือใส่แว่น จะสแกนติดไหม?
-
คำตอบ: สแกนติดครับ ระบบ AI Dynamic Face ถูกฝึกฝน (Train) มาเพื่อจดจำจุดเด่นรอบดวงตาและหน้าผากโดยเฉพาะ แม้สวมหน้ากากอนามัยหรือใส่แว่นสายตาก็สามารถระบุตัวตนได้อย่างแม่นยำ (ยกเว้นแว่นกันแดดที่มืดสนิทจนปิดบังดวงตา หรือหน้ากากที่ปิดคลุมทั้งใบหน้า)
2. เอารูปถ่ายหรือวิดีโอจากมือถือมาสแกนแทนเจ้าตัวได้ไหม?
-
คำตอบ: ไม่ได้ครับ ตัวเครื่องมีระบบ Live Body Detection (หรือ Anti-Spoofing) ซึ่งจะใช้กล้องคู่หรือเซนเซอร์ตรวจจับมิติความลึก (3D) และการเคลื่อนไหวเล็กน้อยของใบหน้า เพื่อแยกแยะระหว่างใบหน้าคนจริงๆ กับภาพนิ่งหรือวิดีโอ 2 มิติ
3. ถ้าไฟดับ ประตูจะล็อคค้างหรือเปิดออกเอง?
-
คำตอบ: ขึ้นอยู่กับการเลือกชุด Lock และการติดตั้งครับ:
-
Fail-Safe (แนะนำสำหรับประตูหนีไฟ): เมื่อไฟดับ กลอนจะคลายล็อคโดยอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย
-
Fail-Secure: เมื่อไฟดับ ประตูจะยังล็อคอยู่ (ต้องใช้กุญแจไข)
-
ข้อแนะนำ: ควรติดตั้งร่วมกับชุด Power Supply + Battery Backup เพื่อให้ระบบทำงานต่อได้อีก 2-4 ชั่วโมงแม้ไฟดับ
-
-
คำตอบ: ไม่ต้องหยุดยืนนิ่งครับ ด้วยความเป็นระบบ “Dynamic” ทำให้สแกนได้ในขณะที่กำลังเดินเข้าหาเครื่อง (Walk-through) ในระยะ 0.5 – 2 เมตร โดยใช้เวลาประมวลผลเพียง 0.2 – 0.5 วินาที เท่านั้น
5. เก็บข้อมูลใบหน้าได้สูงสุดเท่าไหร่ และข้อมูลเต็มจะเกิดอะไรขึ้น?
-
คำตอบ: ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกครับ โดยทั่วไปจะเริ่มที่ 3,000 / 5,000 / 10,000 ใบหน้า
-
หากบันทึกเวลา (Log) จนเต็ม ระบบส่วนใหญ่จะตั้งค่าให้ Overwrite (วนทับข้อมูลเก่าสุด) หรือส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้ดึงข้อมูลออก
-
6. สามารถดึงรายงาน (Report) ออกมาเป็น Excel ได้หรือไม่?
-
คำตอบ: ทำได้ครับ สามารถดึงข้อมูลผ่านสาย LAN เข้าโปรแกรมบริหารจัดการบนคอมพิวเตอร์ หรือบางรุ่นสามารถเสียบ USB Flash Drive เพื่อดึงไฟล์สรุปเวลาเข้า-ออก (Time Attendance) ออกมาเป็น Excel หรือ CSV ได้โดยตรง
7. ถ้าหน้าเปลี่ยนไป เช่น แต่งหน้าจัด หรือไว้หนวดเครา เครื่องจะจำได้ไหม?
-
คำตอบ: จำได้ครับ AI วิเคราะห์จากโครงสร้างกระดูกและระยะห่างของจุดสำคัญบนใบหน้า (Landmarks) ซึ่งการแต่งหน้าหรือการไว้หนวดเคราโดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเหล่านี้ ยกเว้นกรณีไปทำศัลยกรรมโครงหน้าใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจต้องลงทะเบียนใบหน้าใหม่
8. ติดตั้งภายนอกอาคารที่โดนฝนสาดได้ไหม?
-
คำตอบ: ต้องเลือกรุ่นที่มีมาตรฐาน IP65 หรือ IP66 ขึ้นไปครับ หากเป็นรุ่นมาตรฐานสำหรับสำนักงาน (Indoor) ไม่ควรโดนน้ำหรือฝนโดยตรง เพราะอาจทำให้แผงวงจรช็อตได้
