
หน้าที่หลักของสาย RG6 Shield 60% ในทางเทคนิคคือการเป็น “เกราะป้องกันสัญญาณรบกวน” เพื่อให้สัญญาณข้อมูล (ภาพหรือเสียง) ที่วิ่งอยู่บนแกนทองแดงไปถึงปลายทางได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดครับ โดยสามารถแยกหน้าที่หลักออกได้เป็น 3 ข้อ ดังนี้:
1. ป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก (EMI Protection)
รอบตัวเรามีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ หรือสัญญาณวิทยุต่างๆ ตลอดเวลา
-
หน้าที่ของชีลด์: เส้นลวดที่ถักสานกัน 60% จะทำหน้าที่เป็นกรงโลหะคอยดักจับและสะท้อนคลื่นรบกวนเหล่านี้ ไม่ให้แทรกซึมเข้าไปถึงแกนกลาง
-
ผลลัพธ์: ทำให้ภาพจากกล้องวงจรปิดไม่มีอาการ “ภาพลาย” เป็นเส้นๆ หรือถ้าเป็นทีวี ภาพก็จะนิ่งและชัดเจน
2. รักษาคุณภาพของสัญญาณ (Signal Integrity)
การมีชีลด์ช่วยลดการสูญเสียสัญญาณในระหว่างที่ต้องเดินทางผ่านสายยาวๆ
-
หากไม่มีชีลด์ หรือชีลด์ขาด สัญญาณภาพจะรั่วไหลออกไปด้านนอก (Radiation) และรับสัญญาณขยะเข้ามาแทน
-
60% เพียงพอไหม? สำหรับระยะการใช้งานทั่วไปในบ้าน (ไม่เกิน 100-200 เมตร) การคลุมพื้นที่ 60% ถือเป็นระดับมาตรฐานที่เพียงพอจะรักษาคุณภาพสัญญาณให้คมชัดในราคาที่ไม่แพงครับ
3. เป็นทางเดินของกราวด์ (Ground Path)
ในระบบวิดีโอแบบอนาล็อก ชั้นชีลด์อลูมิเนียมถักเหล่านี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อ “กราวด์” ระหว่างตัวกล้องกับเครื่องบันทึก (DVR)
-
ช่วยลดความต่างศักย์ไฟฟ้าของอุปกรณ์สองฝั่ง
-
ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความเสถียรและปลอดภัยต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่อง
ทำไมต้อง สาย RG6 Shield 60% สำหรับกล้องวงจรปิด?
ในระบบกล้องวงจรปิดแบบ Analog (HD-TVI, AHD, HD-CVI) สัญญาณภาพจะถูกส่งผ่านสายเคเบิลในรูปแบบคลื่นความถี่ ซึ่งตัว สาย RG6 Shield 60% ทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรก
-
ป้องกันคลื่นแทรก: ชั้นอลูมิเนียมถัก 60% เพียงพอที่จะป้องกันสัญญาณรบกวนจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปในบ้าน
-
ความยืดหยุ่นสูง: งานกล้องวงจรปิดมักต้องเดินสายเลาะตามฝ้าเพดาน หรือมุดท่อร้อยสาย สาย 60% จะมีความอ่อนตัว ดัดโค้งงอได้ง่ายกว่าสาย 95% ทำให้ช่างทำงานได้เร็วและสายไม่หักใน
-
ประหยัดงบ: เมื่อต้องติดตั้งกล้องหลายจุด (เช่น 8 หรือ 16 ตัว) การใช้สาย 60% ช่วยลดต้นทุนค่าสายไปได้มาก โดยที่คุณภาพภาพยังคงยอดเยี่ยมในระยะมาตรฐาน

ลักษณะทางกายภาพของ สาย RG6 Shield 60% ถูกออกแบบมาให้มีความสมดุลระหว่าง “ประสิทธิภาพการนำสัญญาณ” และ “ความสะดวกในการติดตั้ง” โดยมีโครงสร้างไล่จากชั้นในสุดออกมาดังนี้ครับ
1. แกนกลางนำสัญญาณ (Inner Conductor)
เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการส่งสัญญาณภาพ:
-
วัสดุ: ส่วนใหญ่มักเป็นเหล็กชุบทองแดง (CCS: Copper Clad Steel) เพื่อความแข็งแรง หรือทองแดงแท้ (Solid Copper) สำหรับเกรดสูง
-
ขนาด: มาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 1.02 มม. ซึ่งใหญ่กว่าสาย RG59 ทำให้ส่งสัญญาณได้ไกลกว่า
2. ชั้นฉนวนหรือไดอิเล็กทริก (Dielectric)
-
ลักษณะ: เป็นพลาสติกโฟมสีขาว (PE Foam) หุ้มแกนทองแดงไว้
-
หน้าที่: รักษา ระยะห่างระหว่างแกนกลางกับชั้นชีลด์ให้คงที่ เพื่อควบคุมค่าความต้านทาน (Impedance) ให้ได้ 75 โอห์ม ซึ่งเป็นมาตรฐานของระบบวิดีโอและทีวี
3. ชั้นฟอยล์อลูมิเนียม (Aluminum Foil)
-
แม้จะเรียกว่า Shield 60% แต่ภายในจะมี Aluminum Tape หุ้มฉนวนโฟมไว้อีกชั้นหนึ่งก่อน เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนในย่านความถี่สูง
4. ชั้นโครงข่ายโลหะถัก (Braid Shield 60%)
นี่คือจุดที่ระบุว่าเป็น “60%”:
-
ลักษณะ: เป็นเส้นลวดอลูมิเนียมขนาดเล็กถักสานกันเป็นตาข่ายครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 60% ของชั้นฟอยล์
-
การสังเกต: หากคลี่ดูจะเห็นว่าตาข่ายไม่ได้ถี่จนมืดมิด ยังพอเห็นชั้นฟอยล์ด้านในบ้าง (ถ้าเป็น 95% จะถักถี่จนแทบมองไม่เห็นด้านใน)
-
ข้อดี: ความหนาแน่นระดับนี้ทำให้สาย “อ่อนตัวและดัดโค้งง่าย” กว่าสายที่ถักหนาๆ

| ส่วนประกอบ | รายละเอียดมาตรฐาน |
| อิมพีแดนซ์ | 75 โอห์ม |
| การป้องกัน | ฟอยล์อลูมิเนียม + เชือกถักอลูมิเนียม 60% |
| เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก | ประมาณ 6.8 – 7.0 มม. |
| ความยืดหยุ่น | สูง (เหมาะสำหรับเดินสายตามมุมหรือในท่อร้อยสาย) |
5. เปลือกหุ้มภายนอก (Outer Jacket)
วัสดุจะขึ้นอยู่กับสถานที่ติดตั้ง:
-
PVC (สีขาว/สีดำ): สำหรับใช้งานภายในอาคาร มีความนิ่ม ยืดหยุ่นสูง
-
PE (สีดำ): สำหรับใช้งานภายนอกอาคาร เนื้อพลาสติกจะแข็งและเหนียว ทนต่อแสงแดด (UV) และฝนได้ดีกว่า
ข้อจำกัดที่ควรระวัง (Distance & Interference)
แม้จะเป็นสายมาตรฐาน แต่ก็มีขีดจำกัดที่คุณควรรู้ก่อนติดตั้ง:
1. ระยะทางการส่งสัญญาณ
-
ระยะแนะนำ: ไม่ควรเกิน 100 – 300 เมตร (ขึ้นอยู่กับความละเอียดของกล้อง เช่น 2MP หรือ 5MP)
-
หากเดินสายไกลกว่านี้ สัญญาณภาพอาจเริ่มดรอป สีเพี้ยน หรือภาพขาดหาย เนื่องจาก Shield 60% มีการสูญเสียสัญญาณ (Attenuation) มากกว่าสายที่มี Shield หนาแน่นกว่า
2. สภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนสูง
-
หากต้องเดินสายกล้อง ขนานไปกับสายไฟฟ้าแรงสูง หรือใกล้กับมอเตอร์ขนาดใหญ่ในโรงงาน Shield 60% อาจ “เอาไม่อยู่” อาจเกิดอาการภาพล้มหรือเป็นเส้นคลื่นได้ ในกรณีนี้ควรขยับไปใช้ Shield 90-95% แทน
เทคนิคการเลือกสายให้เหมาะกับงานกล้อง
| สเปคสาย | ความเหมาะสมกับกล้องวงจรปิด |
| RG6 Shield 60% (CCS) | เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย ทาวน์โฮม ระยะเดินสายสั้นถึงปานกลาง |
| สาย RG6 Shield 60% (ทองแดงแท้) | เหมาะสำหรับงานที่ต้องการคุณภาพสูงสุด หรือการจ่ายไฟเลี้ยงไปกับสาย (Power Line) |
| RG6 with Power Wire (สาย Built-in) | แนะนำมากสำหรับงานกล้อง เพราะมีสายไฟ DC ติดมากับสาย RG6 เลย ช่วยให้ไม่ต้องเดินสายไฟแยก |
ในท้องตลาดปัจจุบัน มีแบรนด์สาย RG6 Shield 60% ให้เลือกหลากหลายระดับ ตามคุณภาพงานติดตั้งและงบประมาณครับ โดยสามารถแบ่งแบรนด์ยอดนิยมออกเป็น 3 กลุ่มหลักดังนี้:
1. กลุ่มแบรนด์ยอดนิยม (ช่างเลือกใช้) กลุ่มนี้เน้นความเสถียรและได้มาตรฐานสูง เหมาะสำหรับงานโครงการหรือบ้านที่ต้องการความทนทานในระยะยาว
-
LINK (ลิ้งค์): เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจช่างหลายคน โดดเด่นเรื่องลวดถักที่เป็นระเบียบ เปลือกหุ้มเหนียว และมีค่าการสูญเสียสัญญาณ (Loss) ต่ำมาก
-
PSI (พีเอสไอ): แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดในระบบดาวเทียม มีรุ่น FASTER ที่ราคาคุ้มค่า หาซื้อง่ายตามร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป
-
dBy (ดีบีวาย): แบรนด์ยอดนิยมสำหรับระบบ MATV (ทีวีรวมในอาคาร) และกล้องวงจรปิด มีชื่อเสียงเรื่องความคมชัดของภาพในราคามิตรภาพ
2. กลุ่มแบรนด์คุ้มค่า (เน้นราคาประหยัด) เหมาะสำหรับการซื้อไปติดตั้งเองในจุดที่ไม่ไกลมาก หรือต้องการลดต้นทุนในจุดที่สัญญาณรบกวนไม่สูง
-
GLINK (จีลิ้งค์): มีสายหลายเกรดมาก โดยเฉพาะรุ่น RG6+Power (มีสายไฟในตัว) ที่ขายดีมากในแอปช้อปปิ้งออนไลน์
-
APOLLO (อะพอลโล่): เน้นงานระบบรักษาความปลอดภัย สายมีความยืดหยุ่นสูง ปอกสายง่าย
-
THAISAT (ไทยแซท): แบรนด์ไทยที่เน้นงานระบบจานดาวเทียมและทีวีดิจิทัลโดยเฉพาะ
3. กลุ่มแบรนด์พรีเมียม / มาตรฐานสากล มักใช้ในหน่วยงานราชการ ธนาคาร หรือจุดที่ซีเรียสเรื่องคุณภาพสัญญาณสูงสุด
-
Commscope: แบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา (เดิมคือ Andrew) ขึ้นชื่อเรื่องวัสดุเกรดสูง ทนทานนับสิบปี
-
BELDEN: อีกหนึ่งแบรนด์ระดับโลกที่ช่างมือโปรเลือกใช้เมื่อต้องการมาตรฐานที่แน่นอนที่สุด
สำหรับราคาของสาย RG6 Shield 60% ในปี 2569 จะมีความแตกต่างกันตามแบรนด์ ความยาว และฟังก์ชันเสริม (เช่น มีสายไฟในตัวหรือมีสลิง) โดยมีราคากลางที่รวบรวมมาให้ดังนี้
1. ราคาแยกตามแบรนด์ยอดนิยม (ขนาด 100 เมตร) เหมาะสำหรับการซื้อไปติดตั้งเองหรือใช้ในบ้านทั่วไป:
-
แบรนด์ทั่วไป (เช่น Glink, Apollo, Faster): ราคาประมาณ 290 – 350 บาท ต่อม้วน
-
แบรนด์ยอดนิยมสำหรับช่าง (เช่น Link, PSI, dBy): ราคาประมาณ 750 – 850 บาท ต่อม้วน (เกรดมาตรฐานสูงกว่า)
-
แบรนด์พรีเมียม (เช่น Commscope, Belden): ราคาจะตกเมตรละประมาณ 7.50 – 13 บาท (ม้วน 100 เมตร ประมาณ 750 – 1,300 บาท)
2. ราคาแบบม้วนใหญ่ (ขนาด 305 เมตร หรือ 500 เมตร) เหมาะสำหรับช่างติดตั้งหรือโครงการที่ใช้ปริมาณมาก
-
RG6 Shield 60% (มาตรฐาน): ราคาประมาณ 1,450 – 2,400 บาท ต่อม้วน (305 เมตร)
-
RG6 Shield 60% + สายไฟ (Power Line): ราคาประมาณ 1,700 – 1,990 บาท ต่อม้วน (300 เมตร)
| ประเภทสาย RG6 60% | ม้วน 100 เมตร (บาท) | ม้วน 305 เมตร (บาท) |
| สายธรรมดา (Standard) | 300 – 800 | 1,450 – 2,400 |
| สายพร้อมสายไฟ (Power Wire) | 490 – 690 | 1,790 – 2,200 |
| สายมีสลิง (Messenger Wire) | 600 – 900 | 2,100 – 2,600 |
ข้อแนะนำในการซื้อ:
-
เลือกตามหน้างาน: ถ้าเดินสายกล้องวงจรปิด แนะนำแบบ “มีสายไฟในตัว” (With Power) จะคุ้มค่าแรงช่างมากกว่าครับ
-
เกรดแกนกลาง: ถ้าหาราคาที่ถูกมากผิดปกติ ให้เช็คว่าเป็นแกนเหล็กชุบทองแดง (CCS) หรือทองแดงแท้ (Copper) เพราะหากเดินสายไกลกว่า 100 เมตร แกนเหล็กชุบอาจทำให้สัญญาณภาพดรอปได้ครับ
-
แหล่งซื้อ: ราคาในแอปออนไลน์ (Lazada/Shopee) มักจะถูกกว่าร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป แต่ต้องระวังเรื่องค่าจัดส่งเนื่องจากสายมีน้ำหนักค่อนข้างมากครับ
ปรึกษาทีมเทคนิคเพื่อประเมินจุดติดตั้งและเลือกอุปกรณ์:
- Line Official: @chaisolution
- ติดต่อฝ่ายขายโดยตรง:
- 088-5851649 (หญิง) | 080-3373324 (แยม)
- 085-0555331 (มุก) | 061-8084109 (มิ้น)
- 061-9172440 (แม็ค) | 093-4918722 (ก็อต)
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาย RG6 Shield 60%
1. สาย Shield 60% ต่างกับ 90% หรือ 95% อย่างไร?
คำตอบ: ต่างกันที่ “ความหนาแน่นของลวดถัก” ครับ
-
60%: มีช่องว่างระหว่างเส้นลวดมากกว่า เหมาะกับบ้านทั่วไปที่ไม่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่น
-
90-95%: ลวดถักจะถี่มากจนแทบไม่เห็นฟอยล์ด้านใน ป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีเยี่ยม แต่ราคาสูงกว่าและสายจะแข็งกว่า เดินสายยากกว่าในที่แคบ
2. ใช้สาย RG6 60% เดินสายกล้องวงจรปิดได้ไกลแค่ไหน?
คำตอบ: * ถ้าเป็นแกน CCS (เหล็กชุบทองแดง): แนะนำไม่เกิน 100-200 เมตร เพื่อความคมชัดสูงสุด
-
ถ้าเป็นแกน Copper (ทองแดงแท้): สามารถเดินได้ไกลถึง 400-500 เมตร ในระบบ Analog HD
3. สาย Shield 60% ใช้กับกล้อง IP Camera ได้ไหม?
คำตอบ: ไม่ได้ครับ กล้อง IP Camera ต้องใช้สาย LAN (Cat5e หรือ Cat6) ส่วนสาย RG6 ใช้สำหรับระบบ Analog (AHD, TVI, CVI) หรือระบบทีวีดาวเทียมเท่านั้น
4. ทำไมภาพถึงเป็น “เม็ดทราย” หรือ “ล้ม” ทั้งที่ใช้สายใหม่?
คำตอบ: มี 2 สาเหตุหลักที่พบบ่อย:
-
การเข้าหัว BNC ไม่ดี: เส้นลวด Shield อาจไปแตะกับแกนกลางทองแดง ทำให้สัญญาณช็อต
-
สัญญาณรบกวน: สายเดินใกล้กับสายไฟเมนหลักของบ้าน หรือเครื่องปรับอากาศมากเกินไป แม้จะเป็น Shield 60% แต่ถ้าใกล้สายไฟแรงสูงเกินไปก็อาจเกิดสัญญาณรบกวนได้
5. สายสีขาวกับสีดำต่างกันอย่างไร?
คำตอบ: * สายสีขาว (PVC): มักถูกออกแบบมาให้ใช้ ภายในอาคาร เนื้อพลาสติกนิ่มและดูสะอาดตาเมื่อเดินตามผนังบ้าน
-
สายสีดำ (PE): ถูกออกแบบมาให้ใช้ ภายนอกอาคาร ทนต่อรังสียูวีและความร้อนได้ดีกว่า ไม่กรอบแตกง่ายเมื่อโดนแดดนานๆ
6. สาย RG6 Shield 60% ใช้แทนสายอากาศทีวีดิจิทัลได้ไหม?
คำตอบ: ได้แน่นอนครับ และเป็นที่นิยมมากด้วย เพราะให้คุณภาพสัญญาณที่ดีกว่าสายอากาศแบบเก่า (3C-2V) มาก ช่วยให้รับสัญญาณช่อง HD ได้นิ่งขึ้น
