
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ระบบ PoE (Power over Ethernet) | ระบบทั่วไป (Analog / IP แบบเสียบปลั๊ก) |
| การเดินสาย | สายแลน (LAN) เส้นเดียว ได้ทั้งไฟและข้อมูล | ต้องเดินทั้งสายสัญญาณ และสายไฟ (หรืออแดปเตอร์) |
| ความสะดวกในการติดตั้ง | สูงมาก ติดตั้งได้รวดเร็ว ลดงานเดินสายไฟ | ปานกลาง ต้องหาจุดเสียบปลั๊กใกล้ตัวกล้อง |
| ความเสถียรของสัญญาณ | สูง เป็นระบบดิจิทัลแท้ ภาพชัดเจน | สัญญาณอาจดรอปตามระยะสาย หรือโดนคลื่นแทรก |
| ความปลอดภัยไฟฟ้า | สูง มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อลัดวงจร | เสี่ยงกว่าหากจุดต่อไฟภายนอกไม่ได้มาตรฐาน |
| การสำรองไฟ (UPS) | ทำได้ง่าย สำรองไฟที่จุดเดียว (ที่ Switch) | ทำได้ยาก ต้องสำรองไฟตามจุดที่เสียบปลั๊กกล้อง |
| งบประมาณอุปกรณ์ | ราคาสูงกว่าเล็กน้อย | ราคาอุปกรณ์ถูกกว่า |
ระบบ PoE CCTV ย่อมาจาก Power over Ethernet คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถส่ง “กระแสไฟฟ้า” ไปพร้อมกับ “ข้อมูล” ผ่านสายแลน (LAN) เพียงเส้นเดียวได้เลย โดยไม่ต้องเดินสายไฟแยกต่างหากเพื่อไปเสียบปลั๊กให้ตัวกล้อง
ส่วนประกอบสำคัญของระบบ
-
กล้องวงจรปิดที่รองรับ PoE: ตัวกล้องจะมีโมดูลรับไฟในตัว
-
PoE Switch หรือ NVR (Network Video Recorder) ที่มีพอร์ต PoE: ทำหน้าที่เป็นตัวจ่ายไฟและรับข้อมูลจากกล้อง
-
สายแลน (Cat5e หรือ Cat6): เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ
5 ข้อดีที่ทำให้ระบบ PoE CCTV เหนือกว่าระบบทั่วไป
-
ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา: ไม่ต้องจ้างช่างไฟมาเดินปลั๊กไฟตามจุดต่างๆ ที่ติดตั้งกล้อง ลดค่าสายไฟและอุปกรณ์ลง
-
ความเป็นระเบียบเรียบร้อย: ใช้สายแลนเพียงเส้นเดียวต่อกล้องหนึ่งตัว ทำให้หน้างานดูสะอาดตา ไม่รุงรัง
-
ความปลอดภัยสูง: ระบบ PoE CCTV มักจะมีระบบป้องกันไฟกระชากและไฟฟ้าลัดวงจรในตัว ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องไฟไหม้
-
ดูแลรักษาง่าย: หากกล้องค้างหรือมีปัญหา สามารถสั่ง Restart ผ่านตัวเครื่องบันทึกหรือ Switch ได้ทันที โดยไม่ต้องปีนไปดึงปลั๊กที่ตัวกล้อง
-
ระยะการติดตั้งที่ยืดหยุ่น: สามารถลากสายแลนได้ไกลถึง 100 เมตร (หรือมากกว่านั้นหากใช้อุปกรณ์เสริม) โดยที่ความเร็วเน็ตและไฟยังเสถียร
ข้อควรระวังก่อนเลือกซื้อ
ถึงแม้ระบบ PoE จะดีมาก แต่มีสิ่งที่ต้องพิจารณาคือ “งบประมาณเริ่มต้น” ของตัวอุปกรณ์ (เช่น PoE Switch) อาจจะสูงกว่าสวิตช์ธรรมดาเล็กน้อย และต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้น (กล้องและเครื่องบันทึก) รองรับมาตรฐานเดียวกัน เช่น IEEE 802.3af หรือ 802.3at
![]()
PoE Switch (Power over Ethernet Switch) คือ อุปกรณ์เครือข่ายที่ทำหน้าที่เหมือนสวิตช์ทั่วไป แต่มีความสามารถพิเศษคือ “สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าไปพร้อมกับการส่งข้อมูล” ผ่านสายแลน (LAN) เพียงเส้นเดียวได้เลยครับ
หากคุณกำลังวางระบบกล้องวงจรปิดหรือระบบเน็ตเวิร์ก อุปกรณ์นี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการเดินสายไฟไปยังอุปกรณ์ปลายทางได้อย่างมาก
อุปกรณ์ที่นำมาต่อกับ PoE Switch ได้มีอะไรบ้าง?
ไม่ใช่แค่กล้องวงจรปิดเท่านั้นที่ใช้ได้ แต่อุปกรณ์เหล่านี้ก็รองรับเช่นกัน:
-
IP Cameras: กล้องวงจรปิดระบบดิจิทัล (ส่วนใหญ่จะรองรับมาตรฐานนี้)
-
Wireless Access Points (WAP): ตัวกระจายสัญญาณ Wi-Fi ที่ติดบนเพดาน
-
VoIP Phones: โทรศัพท์สำนักงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
-
IoT Devices: เช่น เซนเซอร์ประตู, ลำโพงติดเพดาน หรือหลอดไฟอัจฉริยะ

ข้อมูลทางเทคนิคที่ควรรู้ (Technical Insights)
1. มาตรฐานการจ่ายไฟ (PoE Standards)
การเลือกกล้องและสวิตช์ต้องดูค่า Watt ให้สัมพันธ์กัน เพื่อให้กล้องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ:
-
IEEE 802.3af (PoE): จ่ายไฟสูงสุด 15.4W (เหมาะสำหรับกล้องทรงกระบอก/โดมทั่วไป)
-
IEEE 802.3at (PoE+): จ่ายไฟสูงสุด 30W (เหมาะสำหรับกล้องที่มี Motor หมุนได้ หรือกล้องที่มี IR แรงสูง)
-
IEEE 802.3bt (Hi-PoE): จ่ายไฟสูงสุด 60W-90W (สำหรับกล้อง Speed Dome ขนาดใหญ่ หรือกล้องที่มีระบบไล่ฝ้า)
2. ระยะการเดินสาย (Distance)
-
มาตรฐานทั่วไป: เดินสายแลนได้ไกลสูงสุด 100 เมตร โดยที่ข้อมูลและไฟยังคงเสถียร
-
โหมด Extended: PoE Switch รุ่นใหม่ๆ มักมีโหมด “Long Distance” หรือ “Extend” ที่ส่งไฟได้ไกลถึง 250 เมตร (แต่ความเร็วข้อมูลจะลดลงเหลือ 10Mbps ซึ่งยังเพียงพอสำหรับกล้อง 1-2 ตัว)
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระบบ PoE CCTV
-
IP Camera (PoE Support): กล้องวงจรปิดที่รองรับการรับไฟผ่านสายแลน
-
NVR (Network Video Recorder): เครื่องบันทึก ซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบ:
-
Built-in PoE: มีพอร์ต PoE หลังเครื่อง เสียบกล้องแล้วภาพติดทันที (Plug & Play)
-
Non-PoE: ต้องใช้งานร่วมกับ PoE Switch แยกต่างหาก
-
-
PoE Switch: ตัวกระจายสัญญาณและจ่ายไฟ (สำคัญมากสำหรับโปรเจกต์ที่มีกล้องจำนวนมาก)
-
สายแลนคุณภาพสูง: แนะนำเป็นสาย CAT5E หรือ CAT6 แบบทองแดงแท้ (Full Copper) เพื่อให้กระแสไฟเดินได้เต็มที่
ในการเลือกกล้องที่รองรับระบบ PoE (Power over Ethernet) โดยส่วนใหญ่จะเป็นกล้องประเภท IP Camera ครับ ซึ่งในตลาดปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบตามการใช้งาน โดยแบรนด์ชั้นนำที่นิยมในไทยคงหนีไม่พ้น Hikvision และ Dahua ซึ่งมีรุ่นที่รองรับ PoE ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพ
ประเภทของกล้องที่รองรับ PoE

1. Fixed Bullet Camera (กล้องทรงกระบอก):
-
-
ลักษณะ: ทรงยาว กันน้ำกันฝุ่นได้ดีเยี่ยม (IP66/IP67)
-
การใช้งาน: เหมาะสำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร โรงจอดรถ หรือริมรั้ว
-
ตัวอย่าง: Hikvision DS-2CD series หรือ Dahua IPC-HFW series
2. Fixed Dome Camera (กล้องทรงโดม):
-
-
ลักษณะ: ทรงครึ่งวงกลม ดูเรียบเนียนไปกับเพดาน แข็งแรงทนทานต่อการถูกทุบทำลาย (IK10)
-
การใช้งาน: เหมาะสำหรับติดตั้งภายในอาคาร สำนักงาน หรือโถงทางเดิน
-
ตัวอย่าง: Hikvision DS-2CD21 series หรือ Dahua IPC-HDBW series
3. กล้องโดม PTZ:
-
-
ลักษณะ: กล้องขนาดใหญ่ที่หมุนได้ 360 องศา และซูมได้ไกล
-
การใช้งาน: พื้นที่กว้าง เช่น ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า หรือสี่แยกไฟจราจร
-
ข้อควรระวัง: กล้องประเภทนี้กินไฟสูง มักต้องใช้มาตรฐาน PoE+ (802.3at) หรือ Hi-PoE
-

4. กล้องสีเต็มรูปแบบ / กล้อง ColorVu:
-
-
ลักษณะ: กล้องที่ให้ภาพสีตลอด 24 ชั่วโมงแม้ในที่มืดสนิท
-
การใช้งาน: บริเวณที่ต้องการความละเอียดของสี เช่น ใช้ระบุสีรถหรือสีเสื้อผ้าบุคคล
-
ตารางแนะนำการเลือกกล้องตามพื้นที่ใช้งาน
| พื้นที่ติดตั้ง | ประเภทกล้องที่แนะนำ | คุณสมบัติที่ควรมี |
| หน้าบ้าน / สนาม | Bullet (ทรงกระบอก) | กันน้ำ (IP67), ภาพสีตอนกลางคืน |
| ห้องนั่งเล่น / ออฟฟิศ | โดม / ป้อมปืน | มุมกว้าง, มีไมค์ในตัวบันทึกเสียงได้ |
| คลังสินค้า / พื้นที่กว้าง | PTZ หรือ Bullet เลนส์ Vari-focal | ซูมได้, ระยะ IR ไกล 50-80 เมตร |
| แนวรั้ว / ทางเดินแคบ | Bullet เลนส์ 4mm หรือ 6mm | เน้นส่องระยะไกลและแคบ |
พบปัญหาการเชื่อมต่อ หรือต้องการสอบถามบริการ ติดต่อเราได้ทันที
-
Line Official: @chaisolution
-
ทีมฝ่ายขายพร้อมดูแล
-
088-5851649 (หญิง) | 080-3373324 (แยม)
-
085-0555331 (มุก) | 061-8084109 (มิ้น)
-
061-9172440 (แม็ค) | 093-4918722 (ก็อต)
-
ทักมาได้เลย ยินดีให้บริการทุกเคสเพื่อให้บ้านของคุณออนไลน์ได้ทุกที่ทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบ PoE
1. สายแลนต้องใช้ยาวได้สูงสุดกี่เมตร?
-
ตามมาตรฐานทั่วไปคือ 100 เมตร ครับ
-
แต่ถ้าใช้ PoE Switch ที่มีโหมด Extend จะสามารถลากสายได้ไกลถึง 250 เมตร (แต่ความเร็วจะลดลงเหลือ 10Mbps ซึ่งยังเพียงพอสำหรับกล้องวงจรปิด)
2. ใช้สายแลนยี่ห้อไหนก็ได้ใช่ไหม?
-
ควรใช้สายแลน CAT5E หรือ CAT6 ที่เป็นทองแดงแท้ (Full Copper) เท่านั้น
-
ไม่แนะนำสายแบบ CCA (Copper Clad Aluminum) เพราะนำไฟฟ้าได้ไม่ดีและอาจทำให้กล้องติดๆ ดับๆ หรือเสียหายได้
3. ถ้ากล้องไม่ใช่ระบบ PoE จะใช้งานร่วมกับ PoE Switch ได้ไหม?
-
ได้ครับ แต่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า PoE Splitter เพื่อแยกไฟกับสัญญาณข้อมูลออกจากกันก่อนเสียบเข้าตัวกล้อง
4. PoE Switch จ่ายไฟให้กล้องได้พร้อมกันทุกพอร์ตไหม?
-
ขึ้นอยู่กับ PoE Budget (กำลังไฟรวม) ของสวิตช์ตัวนั้น
-
เช่น ถ้าสวิตช์มี Budget 60W และกล้องแต่ละตัวกินไฟ 12W จะต่อกล้องได้สูงสุด 5 ตัว หากต่อเกินนั้นกล้องอาจจะทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่อินฟราเรดทำงาน
5. ระบบ PoE ปลอดภัยไหม จะทำให้ไฟดูดหรืออุปกรณ์พังหรือเปล่า?
-
ปลอดภัยสูงครับ เพราะมีระบบ Handshake โดยสวิตช์จะตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ที่มาเสียบรองรับ PoE หรือไม่ หากไม่รองรับสวิตช์จะไม่จ่ายไฟออกไป ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์พัง
วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น (Troubleshooting)
-
กล้องไม่ติด/ไม่มีภาพ: เช็คสายแลนว่าเข้าหัวสนิทไหม หรือลองสลับพอร์ตที่สวิตช์ดูครับ
-
ภาพดับตอนกลางคืน: มักเกิดจากกำลังไฟ (Watt) ไม่พอ เนื่องจากตอนกลางคืนกล้องเปิดอินฟราเรดทำให้กินไฟมากขึ้น ควรเช็คค่า PoE Budget ของสวิตช์
-
ภาพติดๆ ดับๆ ในระยะไกล: หากเดินสายเกิน 80-100 เมตร ให้เช็คว่าเปิดโหมด Extend ที่สวิตช์หรือยัง
