เจาะลึกเทคโนโลยี Ultra 265 และ Smart IR Uniview: เบื้องหลังความลับในการยืดอายุฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดและลดภาระเน็ตเวิร์ก

ในยุคที่ระบบรักษาความปลอดภัยยุคใหม่ต้องบันทึกภาพความละเอียดสูง (High Resolution) ระดับ 2K หรือ 4K ตลอด 24 ชั่วโมง ปัญหาคลาสสิกที่ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบมักต้องเผชิญคือ “พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเต็มเร็วเกินไป” และ “ฮาร์ดดิสก์เสื่อมสภาพไวกว่ากำหนด” เนื่องจากการเขียนข้อมูลทับ (Write/Overwrite Cycle) เป็นจำนวนมหาศาลตลอดเวลา

Uniview (UNV) แบรนด์ชั้นนำระดับโลกด้านระบบกล้องวงจรปิด จึงได้พัฒนาสองเทคโนโลยีชิ้นเอกที่ทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว ได้แก่ Ultra 265 และ Smart IR ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่และแบนด์วิดท์ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการช่วย ยืดอายุฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

1. ปลดล็อกขีดจำกัดความเร็วและพื้นที่ด้วย Ultra 265

เมื่อพูดถึงการบีบอัดวิดีโอ หลายคนอาจคุ้นเคยกับ H.264 หรือ H.265 ทว่า เทคโนโลยีประหยัดแบนด์วิดท์ UNV อย่าง Ultra 265 ได้ยกมาตรฐานขึ้นไปอีกขั้น โดยเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการบีบอัดวิดีโอแบบ H.265 เข้ากับ U-Code (U-coding) ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ

  • วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวอัจฉริยะ: ระบบสามารถแยกแยะระหว่าง “วัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว” (เช่น คน รถยนต์) กับ “พื้นหลังที่อยู่นิ่ง” (เช่น กำแพง ต้นไม้ ถนน) ได้อย่างแม่นยำ

  • จัดสรรบิตเรตตามความสำคัญ: พื้นหลังที่ไม่มีการเคลื่อนไหวจะถูกบีบอัดให้อยู่ในระดับต่ำเป็นพิเศษเพื่อประหยัดพื้นที่ ในขณะที่วัตถุเคลื่อนไหวสำคัญยังคงรักษาความคมชัดเอาไว้ได้

  • ผลลัพธ์ที่ได้: สามารถลดการใช้แบนด์วิดท์และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลลงได้มากถึง 70% – 95% เมื่อเทียบกับระบบ H.264 แบบเดิม โดยที่คุณภาพของภาพแทบไม่ลดลงเลย

2. จัดการแสงอัจฉริยะด้วย Smart IR Uniview

ในเวลากลางคืนหรือสภาพแสงน้อย กล้องวงจรปิดทั่วไปมักประสบปัญหาแสงอินฟราเรด (IR) สว่างจ้าเกินไปบริเวณตรงกลาง (Overexposure) จนมองไม่เห็นรายละเอียดของวัตถุที่เข้ามาใกล้ ซึ่งแสงที่ขาวโพลนหรือภาพที่มี Noise รบกวนเหล่านี้ ส่งผลให้ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Encoder) ต้องประมวลผลข้อมูลหนักขึ้น และสร้างไฟล์วิดีโอที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น

ทางออกของปัญหานี้คือ Ultra 265 และ Smart IR Uniview ที่ผสานการทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด:

  • ปรับความเข้มของแสงอัตโนมัติ: หลอดไฟ IR จะปรับความสว่างตามระยะห่างของวัตถุที่เคลื่อนไหวเข้าใกล้กล้อง ป้องกันไม่ให้ภาพขาวโพลนหรือมืดทึบจนเกินไป

  • ลดปริมาณ Noise ในเวลากลางคืน: เมื่อภาพมีความคมชัดและสัญญาณรบกวนต่ำ ตัวอัลกอริทึมการบีบอัดของ Ultra 265 จึงไม่ต้องเสียพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไปกับเม็ดพิกเซลที่สั่นไหวหรือเกิดจาก Noise ส่งผลให้ไฟล์วิดีโอกลางคืนมีขนาดเล็กลงอย่างมหาศาล

3. ทำไมการทำงานร่วมกันจึงช่วยถนอมอายุฮาร์ดดิสก์?

เมื่อนำสองเทคโนโลยีนี้มารวมกัน ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้ส่งผลดีแค่เรื่องภาพที่คมชัดหรือเน็ตเวิร์กที่ไม่ล่มเท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์โดยตรงต่อฮาร์ดดิสก์ (HDD) ในเครื่องบันทึก (NVR) ดังนี้:

  • ลดจำนวนรอบการเขียนข้อมูล (Write Cycles): ด้วยขนาดไฟล์ที่เล็กลงถึงกว่า 70% ทำให้ฮาร์ดดิสก์ไม่ต้องเขียนข้อมูลปริมาณมหาศาลลงจานแม่เหล็กตลอดเวลา ยืดระยะเวลาการเขียนทับออกไปได้นานขึ้นหลายเท่า

  • ลดความร้อนสะสมในตัวเครื่อง: การที่ฮาร์ดดิสก์ไม่ต้องทำงานหนักและอ่าน/เขียนข้อมูลตลอดเวลาด้วยความเร็วสูง ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวเครื่อง NVR ซึ่งความร้อนคือศัตรูอันดับหนึ่งที่ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสื่อมสภาพเร็ว

  • ลดภาระงานของระบบเน็ตเวิร์กและ CPU: เมื่อแบนด์วิดท์ลดลง อุปกรณ์ไม่ต้องทำงานหนักในการส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่ ส่งผลให้ระบบเสถียรและลดโอกาสเกิดความเสียหายจากระบบล่ม (System Crash)

4. เจาะลึกทางเทคนิค: อัลกอริทึมการบีบอัดของ Ultra 265 ทำงานอย่างไรให้ฮาร์ดดิสก์ “พักผ่อน” มากขึ้น?

เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าทำไมเทคโนโลยีนี้จึงช่วยถนอมฮาร์ดดิสก์ เราต้องมาดูโครงสร้างการทำงานภายในของ Ultra 265 ที่ประกอบด้วย 3 เสาหลักทางเทคโนโลยี:

  • U-Code (U-coding): เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Detection) เข้ากับตัวเข้ารหัสวิดีโอ โดยแยกแยะสัดส่วนระหว่างภาพพื้นหลังและวัตถุเคลื่อนไหวแบบไดนามิก ทำให้บิตเรต (Bitrate) ลดลงอย่างฮวบฮาบโดยที่ภาพไม่สูญเสียรายละเอียดสำคัญ

  • Smart ROI (Region of Interest): อนุญาตให้ผู้ใช้งานหรือระบบกำหนดพื้นที่สำคัญ (เช่น ประตูทางเข้า หรือจุดเก็บเงิน) ให้มีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ ขณะที่บริเวณรอบข้างถูกบีบอัดในระดับที่ต่ำกว่า ช่วยลดขนาดไฟล์รวมของวิดีโอลงได้อีกทางหนึ่ง

  • I-Frame / P-Frame Optimization: ลดความถี่ในการบันทึกภาพแบบเต็มเฟรม (I-Frame) ที่ไม่จำเป็นลง เมื่อฉากหลังไม่มีความเคลื่อนไหว ระบบจะบันทึกเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง (P-Frame) ทำให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ไม่ถูกถมด้วยข้อมูลซ้ำซ้อน

5. เปรียบเทียบชัดๆ: ระหว่างระบบทั่วไป VS ระบบ Ultra 265 + Smart IR

คุณสมบัติเปรียบเทียบระบบบันทึกแบบดั้งเดิม (H.264 + IR ทั่วไป)ระบบอัจฉริยะ (Ultra 265 + Smart IR Uniview)
ขนาดไฟล์วิดีโอ (Bitrate)ใหญ่, สม่ำเสมอแม้ไม่มีเหตุการณ์สำคัญเล็กกว่าถึง 70% – 95% ปรับลดอัตโนมัติเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหว
ภาพตอนกลางคืนมักเกิดแสงจ้าตรงกลาง (Overexposure) หรือมีสัญญาณรบกวน (Noise) สูงคมชัด สมดุล ป้องกันแสงสะท้อน และลด Noise ทำให้ตัวแปลงสัญญาณทำงานน้อยลง
การทำงานของฮาร์ดดิสก์เขียนข้อมูลหนักตลอด 24 ชั่วโมง ฮาร์ดดิสก์เต็มไว ต้องเขียนทับบ่อยเขียนข้อมูลน้อยลงอย่างมาก ยืดอายุรอบการเขียน (Write Cycles)
ความร้อนและอายุการใช้งานฮาร์ดดิสก์ทำงานหนัก เกิดความร้อนสะสม เสื่อมสภาพเร็วอุณหภูมิต่ำกว่า ฮาร์ดดิสก์ทำงานสบายขึ้น ยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น

6. แนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมในการถนอมฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด (Best Practices)

นอกจากการเลือกใช้เทคโนโลยี Ultra 265 และ Smart IR Uniview แล้ว ผู้ดูแลระบบยังสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับใช้ร่วมกัน เพื่อยืดอายุการใช้งานฮาร์ดดิสก์ให้ยาวนานที่สุด:

  1. เปิดใช้โหมดบันทึกแบบตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Detection / Smart Event): หากสถานที่นั้นๆ ไม่มีเหตุจำเป็นต้องบันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมง การตั้งค่าให้บันทึกเฉพาะตอนที่มีคนหรือวัตถุเคลื่อนไหวผ่านฟังก์ชัน Smart Motion Detection จะช่วยลดภาระการเขียนฮาร์ดดิสก์ลงได้อีกหลายสิบเปอร์เซ็นต์

  2. เลือกใช้ฮาร์ดดิสก์เกรดสำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ (Surveillance HDD): ควรหลีกเลี่ยงการใช้ฮาร์ดดิสก์สำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไป (Desktop HDD) เนื่องจากไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับการเขียนข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง ควรเลือกใช้ฮาร์ดดิสก์เกรด Surveillance ที่มีฟังก์ชันป้องกันแรงสั่นสะเทือน (RV Sensors) และรองรับ Workload ระดับสูง

  3. กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล (Retention Period) ให้เหมาะสม: ไม่ควรตั้งค่าให้เก็บข้อมูลนานเกินความจำเป็น เช่น หากกฎหมายหรือความต้องการคือ 30 วัน การตั้งค่าให้วนทับอัตโนมัติเมื่อครบกำหนดจะช่วยบริหารจัดการพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เพิ่มเนื้อหาเชิงลึก มุมมองทางธุรกิจ และตัวอย่างกรณีศึกษา เพื่อให้บทความมีความสมบูรณ์รอบด้านและนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงการตลาดหรือคู่มือแนะนำลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นครับ:

7. คุ้มค่าในเชิงธุรกิจ (Business ROI): ประหยัดทั้งค่าฮาร์ดดิสก์และค่าไฟในระยะยาว

การนำเทคโนโลยี Ultra 265 และ Smart IR Uniview มาประยุกต์ใช้ในระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องเทคนิคเท่านั้น แต่ยังสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่คุ้มค่า (ROI) ในมุมมองของธุรกิจและเจ้าของอาคาร ดังนี้:

  • ลดต้นทุนการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ (HDD Replacement Cost): ฮาร์ดดิสก์เกรดกล้องวงจรปิดที่มีความจุสูงมักมีราคาสูง การยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีก 1-2 ปี หรือลดความถี่ในการเคลมสินค้า/เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ใหม่ ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา (Maintenance Cost) ขององค์กรได้อย่างชัดเจน

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขยายระบบ (Storage Expansion Cost): แทนที่จะต้องซื้อฮาร์ดดิสก์ความจุสูงพิเศษ (เช่น 10TB ขึ้นไป) หรือเพิ่มเครื่องบันทึก NVR หลายตัวเพื่อรองรับไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่ เทคโนโลยี Ultra 265 ช่วยให้ฮาร์ดดิสก์ขนาดมาตรฐานสามารถเก็บภาพย้อนหลังได้นานขึ้นหลายเท่าตัวในคุณภาพที่เท่ากัน

  • ลดการใช้พลังงาน (Energy Efficiency): เมื่อฮาร์ดดิสก์และระบบเครือข่ายไม่ต้องทำงานหนักตลอดเวลา พลังงานไฟฟ้าโดยรวมที่ใช้ในห้องควบคุมหรือตู้ Rack จะลดลง ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าระยะยาวสำหรับอาคารสำนักงาน โรงงาน หรือโครงการหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่

8. กรณีศึกษาจำลอง: เปรียบเทียบพื้นที่จัดเก็บและอายุการใช้งานจริง

เพื่อให้เห็นภาพตัวอย่างที่ชัดเจน สมมติว่าเราติดตั้งกล้องวงจรปิดความละเอียดระดับ 4K (8 Megapixel) จำนวน 16 ช่องสัญญาณ บันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมง:

  • กรณีระบบดั้งเดิม (H.264):

    • อัตราบิตเรตเฉลี่ยต่อกล้องสูงถึง 4 Mbps

    • ขนาดข้อมูลรวมประมาณ 430 GB ต่อวัน

    • ฮาร์ดดิสก์ขนาด 8TB จะถูกเขียนทับจนเต็มทุกๆ 15 – 18 วัน และตัวฮาร์ดดิสก์ต้องทำงานหนักภายใต้รอบการเขียน (Write/Overwrite) ที่ถี่มาก ทำให้ฮาร์ดดิสก์มักเริ่มแสดงอาการเสื่อมสภาพหรือเกิด Bad Sector หลังจากใช้งานไปประมาณ 1.5 – 2 ปี

  • กรณีระบบอัจฉริยะ (Ultra 265 + Smart IR Uniview):

    • ด้วยการบีบอัดอัจฉริยะและ Smart IR ที่ช่วยกรอง Noise และปรับสมดุลแสงกลางคืน อัตราบิตเรตเฉลี่ยลดลงเหลือเพียงประมาณ 1 – 1.2 Mbps

    • ขนาดข้อมูลรวมลดลงเหลือประมาณ 100 – 130 GB ต่อวัน

    • ฮาร์ดดิสก์ขนาด 8TB เท่ากัน สามารถยืดระยะเวลาการเก็บบันทึกย้อนหลังได้นานขึ้นเป็น 60 – 70 วัน

    • รอบการเขียนข้อมูลทับลดลงอย่างมหาศาล ฮาร์ดดิสก์ไม่ต้องทำงานด้วยความร้อนสูงตลอดเวลา ช่วยยืดอายุการใช้งานจริงให้ยาวนานขึ้นเกิน 3 – 5 ปี ลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้อย่างยั่งยืน

9. ข้อแนะนำสำหรับผู้วางระบบ (System Integrator) ในการตั้งค่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับช่างเทคนิคหรือผู้วางระบบที่ต้องการรีดประสิทธิภาพของ เทคโนโลยีประหยัดแบนด์วิดท์ UNV ออกมาให้ได้มากที่สุด มีเทคนิคการตั้งค่าเบื้องต้นดังนี้:

  1. เปิดใช้งาน Ultra 265 ที่ตัว NVR และกล้องให้ตรงกัน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทั้งตัวกล้องและเครื่องบันทึกรองรับและเปิดใช้งานโหมด Ultra 265 ควบคู่กัน เพื่อให้อัลกอริทึมการบีบอัดทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  2. ปรับแต่ง Smart IR ให้เหมาะสมกับหน้างาน: กำหนดค่าความสว่างของหลอดอินฟราเรดและการชดเชยแสง (Exposure Compensation) ตามสภาพแวดล้อมจริง เช่น หากเป็นลานจอดรถโล่ง หรือทางเดินแคบในอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้ภาพสว่างจ้าเกินไปจนหลุดโฟกัส

  3. อัปเดต Firmware ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ: ทาง Uniview มักมีการพัฒนาอัลกอริทึมการบีบอัดและการจัดการพลังงานให้ดียิ่งขึ้นผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์ ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ในระยะยาว

สรุปบทส่งท้าย

การลงทุนเลือกใช้กล้องวงจรปิดและเครื่องบันทึกที่รองรับเทคโนโลยี Ultra 265 และ Smart IR Uniview ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่เพียงแต่ช่วยตอบโจทย์เรื่องการประหยัดพื้นที่จัดเก็บและ เทคโนโลยีประหยัดแบนด์วิดท์ UNV เท่านั้น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วย ยืดอายุฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด ให้ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยครั้ง และสร้างความมั่นใจได้ว่าข้อมูลภาพสำคัญของคุณจะถูกจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัยครบถ้วนทุกวินาที

สนใจสอบถามโปรโมชั่นชุดกล้องพร้อมติดตั้ง หรือขอใบเสนอราคา ติดต่อฝ่ายขายของเราได้ทันที

  • Line Official: @chaisolution (มี @ ข้างหน้า)
  • สายด่วนฝ่ายขาย:088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
  • 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
  • 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)

FAQ: ไขข้อข้องใจเทคโนโลยี Ultra 265, Smart IR และการยืดอายุฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด

Q1: เทคโนโลยี Ultra 265 แตกต่างจากการบีบอัดแบบ H.264 หรือ H.265 ทั่วไปอย่างไร และประหยัดพื้นที่ได้จริงหรือไม่?

  • A: Ultra 265 เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดขั้นสูงที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Uniview (UNV) ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก H.265 ผสานเข้ากับเทคโนโลยี U-Code และ Smart ROI โดยจุดเด่นคือระบบสามารถแยกแยะระหว่าง “วัตถุที่เคลื่อนไหว” กับ “พื้นหลังที่อยู่นิ่ง” ได้อย่างชาญฉลาด ทำให้สามารถบีบอัดไฟล์วิดีโอส่วนที่ไม่สำคัญลงได้สูงสุดถึง 70% – 95% โดยที่คุณภาพความคมชัดของวัตถุสำคัญยังคงเดิม ช่วยประหยัดพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ได้อย่างมหาศาลโดยไม่ต้องลดความละเอียดของกล้อง

Q2: Smart IR เข้ามาช่วยลดขนาดไฟล์วิดีโอยามค่ำคืนได้อย่างไร?

  • A: ในเวลากลางคืน กล้องวงจรปิดทั่วไปมักประสบปัญหาแสงอินฟราเรดสว่างจ้าเกินไป (Overexposure) หรือมีสัญญาณรบกวน (Noise) เม็ดพิกเซลสั่นไหว ซึ่งข้อมูลขยะเหล่านี้ทำให้ตัวแปลงสัญญาณ (Encoder) ต้องทำงานหนักและสร้างไฟล์ขนาดใหญ่ แต่ Smart IR Uniview จะปรับความเข้มของแสงอินฟราเรดตามระยะห่างของวัตถุอัตโนมัติ ช่วยให้ภาพคมชัด สมดุล และลด Noise รบกวน ส่งผลให้ตัวเข้ารหัสของ Ultra 265 สามารถบีบอัดไฟล์วิดีโอกลางคืนให้มีขนาดเล็กลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q3: การใช้เทคโนโลยี Ultra 265 ร่วมกับ Smart IR ช่วยยืดอายุฮาร์ดดิสก์ได้อย่างไร?

  • A: เมื่อขนาดไฟล์วิดีโอเล็กลงถึงกว่า 70% ฮาร์ดดิสก์ (HDD) ในเครื่องบันทึกจึงไม่ต้องเขียนข้อมูลปริมาณมหาศาลลงจานแม่เหล็กตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดความถี่ในการเขียนทับข้อมูล (Write/Overwrite Cycles) และลดความร้อนสะสมภายในตัวเครื่อง NVR ซึ่งความร้อนและรอบการเขียนที่ถี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์เสื่อมสภาพหรือเกิด Bad Sector การใช้งานร่วมกันจึงช่วยยืดอายุฮาร์ดดิสก์ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Q4: เปิดใช้งานระบบ Ultra 265 และ Smart IR ภาพที่ได้จะคมชัดน้อยลงหรือดีเลย์ไหม?

  • A: ภาพยังคงมีความคมชัดระดับเดิมครับ เนื่องจากอัลกอริทึมของ Ultra 265 จะรักษาความละเอียดและรายละเอียดของวัตถุเคลื่อนไหว (เช่น ใบหน้าคน หรือป้ายทะเบียนรถ) ไว้ครบถ้วน โดยจะไปลดบิตเรตเฉพาะในส่วนของพื้นหลังที่ไม่มีความเคลื่อนไหว นอกจากนี้ เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดภาระของแบนด์วิดท์ในเน็ตเวิร์ก ทำให้ระบบมีความเสถียรสูงขึ้น และไม่ทำให้ภาพดีเลย์แต่อย่างใด

Q5: หากใช้งานกล้องแบรนด์อื่น จะสามารถใช้เทคโนโลยี Ultra 265 และ Smart IR ได้หรือไม่?

  • A: เทคโนโลยี Ultra 265 และ Smart IR เป็นนวัตกรรมเฉพาะของทาง Uniview (UNV) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการบีบอัดไฟล์และการประหยัดแบนด์วิดท์ แนะนำให้ใช้งานร่วมกันระหว่างตัวกล้องวงจรปิด (Camera) และเครื่องบันทึก (NVR) ของ Uniview ที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าวทั้งระบบ เพื่อให้ระบบอัจฉริยะทำงานสอดประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ