เจาะลึกเทคโนโลยี Ultra 265 จาก UNV: เทคโนโลยีบีบอัดวิดีโอที่ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บได้มากกว่าครึ่ง
ในยุคที่ระบบรักษาความปลอดภัยก้าวเข้าสู่ความละเอียดระดับ Super HD ทั้ง 4K และสูงกว่านั้น ปัญหาใหญ่ที่ผู้ใช้งานและผู้ติดตั้งกล้องวงจรปิดต้องเผชิญคือ “พื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage)” และ “แบนด์วิดท์ (Bandwidth)” ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ต้นทุนโครงการบานปลาย Uniview (UNV) จึงได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์ขั้นสูงอย่าง Ultra 265 ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ
Ultra 265 คืออะไร?
ไม่ใช่แค่มาตรฐานการเข้ารหัสทั่วไป แต่เป็นเทคโนโลยีแบบ End-to-End ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างมาตรฐานการบีบอัดวิดีโอ H.265 เข้ากับเทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่าง U-Code ของทาง UNV ออกแบบมาเพื่อลดขนาดไฟล์วิดีโอและปริมาณการใช้แบนด์วิดท์โดยเฉพาะ โดยยังคงรักษาคุณภาพความคมชัดและรายละเอียดสำคัญของภาพเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน
Ultra 265 เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดวิดีโอขั้นสูงที่พัฒนาโดย Uniview (UNV) สำหรับใช้ในระบบกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและแบนด์วิดท์ที่สูงเกินไปในยุคความละเอียดสูง
โครงสร้างเทคโนโลยี: เป็นการผสานรวมระหว่างมาตรฐานการเข้ารหัสวิดีโอ H.265 เข้ากับเทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่าง U-Code (Intelligent Region Perception – IRP)
การประหยัดพื้นที่: ช่วยลดขนาดไฟล์วิดีโอและปริมาณการใช้แบนด์วิดท์ลงได้สูงสุดถึง 95% (หรือประหยัดพื้นที่จัดเก็บเฉลี่ยราว 75% เมื่อเทียบกับมาตรฐาน H.264 แบบเดิม) ทำให้ประหยัดต้นทุนค่าฮาร์ดดิสก์ได้อย่างมหาศาล
หลักการทำงานอัจฉริยะ: ระบบจะวิเคราะห์ภาพแบบแยกส่วน โดยจะคงความคมชัดสูงสุดไว้ในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวสำคัญ (เช่น คนหรือยานพาหนะ) ขณะเดียวกันจะบีบอัดรายละเอียดในส่วนที่เป็นพื้นหลังหรือฉากนิ่ง ๆ ให้กินพื้นที่น้อยลง
คุณภาพของภาพ: สามารถใช้งานกับกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K ได้อย่างลื่นไหลโดยที่ภาพไม่สูญเสียรายละเอียดสำคัญ ไม่เกิดภาพแตกหรือเบลอจากการบีบอัดหนักเกินไป
หลักการทำงานที่เหนือกว่าของ Ultra 265
เทคโนโลยี Ultra 265 ทำงานโดยการผสานการเข้ารหัสมาตรฐาน H.265 เข้ากับอัลกอริทึมวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะเฉพาะตัวของ UNV หรือที่เรียกว่า U-Code โดยมีกลไกทางเทคนิคเชิงลึกที่ช่วยลดขนาดไฟล์และประหยัดแบนด์วิดท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้:
Intelligent Region Perception (IRP): ระบบวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่าง “วัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว” (เช่น บุคคล ยานพาหนะ หรือวัตถุต้องสงสัย) กับ “ฉากหลังที่นิ่งสนิท” (เช่น ผนัง ท้องฟ้า หรือพื้นถนน) โดยจะรักษาความคมชัดและรายละเอียดของวัตถุเคลื่อนไหวไว้ในระดับสูงสุด ขณะเดียวกันจะเพิ่มอัตราการบีบอัดในส่วนฉากหลังที่ไม่มีความเคลื่อนไหวให้กินพื้นที่น้อยที่สุด
Flexible GOP (Group of Pictures) Management: การจัดการกลุ่มภาพแบบยืดหยุ่น แทนที่จะส่งข้อมูลภาพชุดใหญ่ตามรอบเวลาเดิมแบบตายตัว ระบบจะปรับเปลี่ยนความถี่ของคีย์เฟรมตามความเคลื่อนไหวจริงในฉาก หากฉากไม่มีความเคลื่อนไหว ระบบจะยืดระยะเวลาของกลุ่มภาพออกไปเพื่อลดปริมาณการรับส่งข้อมูลในระบบเครือข่าย
Background Noise Suppression: สัญญาณรบกวน (Noise) จากภาพในที่มืดหรือตอนกลางคืนมักทำให้เปลืองพื้นที่จัดเก็บ Ultra 265 มีกระบวนการกรองสัญญาณรบกวนออกจากพื้นหลังนิ่ง ๆ ป้องกันไม่ให้ระบบบันทึก Noise เหล่านี้เป็นข้อมูลส่วนเกิน
Enhanced Frame (EF) Technology: ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของโครงสร้างภาพสำคัญไว้ได้แม้ในสภาวะที่ต้องบีบอัดไฟล์หนัก เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อดึงภาพย้อนหลัง (Playback) หรือใช้งานฟังก์ชันค้นหาอัจฉริยะ (Smart Search) ระบบจะยังคงแสดงรายละเอียดเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำโดยไม่มีอาการภาพแตกหรือหน่วง
จุดเด่นและประโยชน์ที่ได้รับ
ประหยัดพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 95%: ช่วยลดขนาดไฟล์วิดีโอและปริมาณการใช้แบนด์วิดท์ลงได้สูงสุดถึง 95% (เฉลี่ยประหยัดพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ราว 75% เมื่อเทียบกับมาตรฐาน H.264) ช่วยลดต้นทุนในการซื้อ Hard Disk สำหรับงานบันทึกกล้องวงจรปิดได้อย่างมหาศาล
คงคุณภาพความคมชัดของภาพ: แม้จะมีการบีบอัดไฟล์ที่หนาแน่น แต่เทคโนโลยีนี้ยังคงรักษาความละเอียดและรายละเอียดสำคัญของวัตถุหรือบุคคลไว้ได้ครบถ้วน ไม่ทำให้ภาพเบลอหรือเกิดอาการแตกจนสูญเสียหลักฐานสำคัญ
รองรับกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K: ปลดล็อกข้อจำกัดด้านเครือข่าย ทำให้สามารถใช้งานระบบกล้องวงจรปิดความละเอียดสูงระดับ Super HD และ 4K ได้อย่างราบรื่นโดยไม่ทำให้ระบบเน็ตเวิร์กเกิดอาการหน่วงหรือล่ม
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับ AI / VCA: เนื่องจากตัวระบบสามารถแยกแยะวัตถุและพื้นหลังได้อย่างแม่นยำ จึงช่วยส่งเสริมให้ฟังก์ชันการวิเคราะห์วิดีโออัจฉริยะ (Video Content Analysis) เช่น การตรวจจับมนุษย์หรือยานพาหนะทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น
เพิ่มระยะเวลาการเก็บบันทึกข้อมูล (Retention Time): ด้วยความสามารถในการบีบอัดที่เหนือกว่า ทำให้ฮาร์ดดิสก์ขนาดเท่าเดิมสามารถเก็บบันทึกภาพวิดีโอย้อนหลังได้นานขึ้นหลายเท่าตัว ตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยที่มักกำหนดให้เก็บไฟล์ย้อนหลังเป็นระยะเวลานาน
ตารางเปรียบเทียบเทคโนโลยีการบีบอัดวิดีโอระหว่าง H.264 (มาตรฐานดั้งเดิม), H.265 (HEVC) และ Ultra 265 (UNV Exclusive) เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างอย่างชัดเจน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | H.264 (มาตรฐานดั้งเดิม) | เอช.265 (เอชวีซี) | อัลตร้า 265 (สินค้าพิเศษเฉพาะ UNV) |
| เทคโนโลยีหลัก | AVC / MPEG-4 ส่วนที่ 10 | การเข้ารหัสวิดีโอประสิทธิภาพสูง | H.265 + U-Code (การรับรู้พื้นที่อัจฉริยะ) |
| การประหยัดพื้นที่จัดเก็บ (Storage) | มาตรฐานพื้นฐาน (ใช้พื้นที่มากที่สุด) | ประหยัดกว่า H.264 ประมาณ 50% | ประหยัดกว่า H.264 สูงสุดถึง 95% (เฉลี่ย 75%) |
| การประหยัดแบนด์วิดท์ (Bandwidth) | ใช้แบนด์วิดท์สูง เกิดคอขวดได้ง่ายเมื่อใช้กล้องหลายตัว | ลดแบนด์วิดท์ลงราว 50% | ลดแบนด์วิดท์ลงอย่างมหาศาล รองรับกล้อง 4K ได้ดีเยี่ยม |
| การจัดการฉากหลังและวัตถุ | บีบอัดทุกส่วนเท่ากัน ไม่แยกแยะความสำคัญของภาพ | บีบอัดตามบล็อกภาพทั่วไป | แยกแยะอัจฉริยะ (IRP) คงความคมชัดเฉพาะวัตถุเคลื่อนไหว |
| การรองรับความละเอียดสูง (4K+) | ไม่แนะนำสำหรับกล้องความละเอียดสูงเพราะไฟล์ใหญ่มาก | รองรับได้ดี แต่ใช้ทรัพยากรสูง | ออกแบบมาเพื่อรองรับกล้อง 4K และ Super HD โดยเฉพาะ |
| ต้นทุนรวม (TCO: Hard Disk & Network) | ต้นทุนสูงมาก (ต้องใช้ฮาร์ดดิสก์และสวิตช์เน็ตเวิร์กสเปกสูง) | ต้นทุนปานกลาง | ประหยัดต้นทุนรวมสูงสุด (ลดจำนวนฮาร์ดดิสก์และอุปกรณ์เครือข่าย) |
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณการใช้งานจริงของระบบกล้องวงจรปิด ในกรณีที่มีการติดตั้งกล้องความละเอียดสูง 4K จำนวน 16 ตัว บันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 30 วัน
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: พื้นที่จัดเก็บ (Hard Disk) ที่ต้องใช้
1. มาตรฐานเก่า H.264
การใช้งาน: ใช้พื้นที่จัดเก็บมหาศาลเนื่องจากไม่มีระบบบีบอัดอัจฉริยะ
ผลลัพธ์: ต้องใช้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์รวมสูงถึงประมาณ 32 TB (Terabytes) ทำให้ต้องติดตั้ง Hard Disk ขนาดใหญ่หลายลูกในเครื่องบันทึก (NVR) เพิ่มต้นทุนค่าอุปกรณ์สูงมาก และเปลืองช่องเชื่อมต่อ
2. มาตรฐาน H.265 ทั่วไป
การใช้งาน: ช่วยลดขนาดไฟล์ลงครึ่งหนึ่งจาก H.264
ผลลัพธ์: จะใช้พื้นที่จัดเก็บลดลงเหลือประมาณ 16 TB ช่วยประหยัดฮาร์ดดิสก์ลงได้ระดับหนึ่ง
3. เทคโนโลยี Ultra 265 จาก UNV
การใช้งาน: ด้วยการผสาน H.265 เข้ากับเทคโนโลยี U-Code (แยกแยะส่วนเคลื่อนไหวและฉากหลังนิ่ง)
ผลลัพธ์: จะใช้พื้นที่จัดเก็บเหลือเพียงประมาณ 4 – 8 TB เท่านั้น (ประหยัดพื้นที่ได้สูงสุดถึง 75% – 95% เมื่อเทียบกับ H.264) สามารถใช้ฮาร์ดดิสก์ความจุต่ำลง หรือลดจำนวนลูกลงได้ครึ่งต่อครึ่ง
ตัวอย่างสถานการณ์การทำงานจริง (ฉากหลังนิ่ง vs วัตถุเคลื่อนไหว)
สถานการณ์เวลากลางคืน / ลานจอดรถที่ไม่มีคน:
กล้องทั่วไป (H.264/H.265): ยังคงเข้ารหัสทุกพิกเซลในภาพด้วยความละเอียดเท่ากัน แม้ว่าฉากจะมีแต่พื้นถนนนิ่ง ๆ ทำให้เสียพื้นที่จัดเก็บไปกับ Noise หรือความว่างเปล่า
Ultra 265: ระบบ IRP (Intelligent Region Perception) จะตรวจพบว่าไม่มีการเคลื่อนไหวสำคัญ จึงทำการบีบอัดส่วนพื้นหลัง (อาคาร ท้องฟ้า พื้นถนน) ให้กินพื้นที่น้อยที่สุดเกือบ 100% แต่ทันทีที่มี “รถยนต์ขับผ่าน” หรือ “มีคนเดินเข้ามา” ระบบจะสลับมาเน้นความคมชัดเฉพาะจุดเคลื่อนไหวทันทีโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่พลาดรายละเอียดสำคัญ พร้อมกับประหยัดพื้นที่ไปในตัว
เทคโนโลยี Ultra 265 จาก UNV เหมาะสำหรับการใช้งานในโครงการระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องการความคุ้มค่า ความคมชัดสูง และต้องบันทึกข้อมูลเป็นระยะเวลานาน โดยประเภทของหน้างานที่เหมาะสมเป็นพิเศษ ได้แก่:
ลานจอดรถและพื้นที่กลางแจ้งขนาดใหญ่: พื้นที่ที่มีฉากหลังนิ่งเป็นส่วนใหญ่แต่ต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของรถยนต์หรือบุคคลตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดขนาดไฟล์ของภาพพื้นหลังที่ไม่เคลื่อนไหวได้อย่างมหาศาล
โครงการที่ต้องเก็บบันทึกข้อมูลย้อนนานหลายเดือน: เช่น ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร โรงงานอุตสาหกรรม หรืออาคารสำนักงาน ที่กฎระเบียบหรือกฎหมายบังคับให้ต้องเก็บภาพกล้องวงจรปิดไว้ย้อนหลัง 30–90 วัน โดยช่วยประหยัดจำนวนฮาร์ดดิสก์และลดต้นทุนค่าอุปกรณ์ NVR ลงได้มาก
ระบบกล้องวงจรปิดความละเอียดสูงระดับ 4K / Super HD: เหมาะสำหรับจุดที่ต้องการความคมชัดสูงเพื่อสกัดจับใบหน้าหรือป้ายทะเบียน (เช่น ประตูทางเข้า-ออก หรือจุดสำคัญ) โดยไม่ต้องกังวลว่าเน็ตเวิร์กจะล่มหรือฮาร์ดดิสก์จะเต็มไว
โครงการจำกัดงบประมาณด้านฮาร์ดแวร์ (TCO Optimization): ผู้ติดตั้งหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการระบบภาพคุณภาพสูงเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป แต่ต้องการตัดลดงบประมาณในการซื้อฮาร์ดดิสก์ความจุสูงหลาย ๆ ลูกออกไป
ตัวอย่างรุ่นกล้องวงจรปิดจาก Uniview (UNV) ที่รองรับเทคโนโลยีการบีบอัด Ultra 265 และได้รับความนิยมในตลาด มีหลากหลายรุ่นตามประเภทการใช้งาน ดังนี้

กล้อง IP Bullet UNIVIEW IPC2314LE-ADF28KM-WP ความละเอียด 4MP รุ่น OwlView เลนส์ 2.8 มม.
กล้อง IP ขนาดเล็กแบบกระสุนจาก Uniview รุ่นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ UNV Owlview มาพร้อมกับอัลกอริทึม Wise-ISP รุ่นล่าสุด ช่วยให้สามารถบันทึกภาพสีเต็มรูปแบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่ารุ่นสีเต็มรูปแบบก่อนหน้านี้ แม้จะไม่ได้ใช้ไฟขาวในตัวก็ตาม กล้องนี้ผสานรวมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.8 นิ้ว พร้อมรูรับแสง F1.0 และใช้เอนจิ้นประมวลผลภาพขนาดใหญ่ที่ Uniview พัฒนาขึ้นเอง ทำให้ภาพสว่างและสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมการควบคุมการเบลอขั้นสูงและการลดสัญญาณรบกวนแบบไดนามิก นอกจากนี้ยังมีความละเอียดในการบันทึกระดับ HD 4 ล้านพิกเซล และเลนส์โฟกัสคงที่ 2.8 มม. รองรับการบีบอัด Ultra265 และไฟขาวระยะไกลสูงสุด 30 เมตร รวมถึงไมโครโฟนในตัวสำหรับบันทึกเสียงด้วย
- ความละเอียด: 4MP (2688 x 1520), POE
- เลนส์คงที่ 2.8 มม., มุมมองภาพ 110.4° (แนวนอน)
- ระยะแสงสีขาวสูงสุด 30 เมตร
- ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวขั้นสูง
- ช่องเสียบการ์ด MicroSD (ดูคุณสมบัติพิเศษ)
- โหมดกลางวัน/กลางคืน, 3D DNR
- WDR, OSD, สตรีมสามช่อง
- หน้ากากความเป็นส่วนตัว, หน้ากากตรวจจับความเคลื่อนไหว, ROI, โหมดทางเดิน 9:16
- รองรับ H.264, H.265 หรือ Ultra265
- ผ่านมาตรฐาน ONVIF
- ช่วงอุณหภูมิการทำงาน -30°C ถึง 60°C
- ช่วงแรงดันไฟฟ้ากว้าง (±25%)
- ระดับการป้องกัน IP67
- ระบบป้องกันไฟกระชาก 4kV

Uniview Pro UV-IPC2125SR3-ADUPF40
กล้อง IP ขนาดเล็กแบบกระสุนจาก Uniview รุ่นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ UNV Owlview มาพร้อมกับอัลกอริทึม Wise-ISP รุ่นล่าสุด ช่วยให้สามารถบันทึกภาพสีเต็มรูปแบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่ารุ่นสีเต็มรูปแบบก่อนหน้านี้ แม้จะไม่ได้ใช้ไฟขาวในตัวก็ตาม กล้องนี้ผสานรวมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.8 นิ้ว พร้อมรูรับแสง F1.0 และใช้เอนจิ้นประมวลผลภาพขนาดใหญ่ที่ Uniview พัฒนาขึ้นเอง ทำให้ภาพสว่างและสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมการควบคุมการเบลอขั้นสูงและการลดสัญญาณรบกวนแบบไดนามิก นอกจากนี้ยังมีความละเอียดในการบันทึกระดับ HD 4 ล้านพิกเซล และเลนส์โฟกัสคงที่ 2.8 มม. รองรับการบีบอัด Ultra265 และไฟขาวระยะไกลสูงสุด 30 เมตร รวมถึงไมโครโฟนในตัวสำหรับบันทึกเสียงด้วย
- ความละเอียด: 4MP (2688 x 1520), POE
- เลนส์คงที่ 2.8 มม., มุมมองภาพ 110.4° (แนวนอน)
- ระยะแสงสีขาวสูงสุด 30 เมตร
- ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวขั้นสูง
- ช่องเสียบการ์ด MicroSD (ดูคุณสมบัติพิเศษ)
- โหมดกลางวัน/กลางคืน, 3D DNR
- WDR, OSD, สตรีมสามช่อง
- หน้ากากความเป็นส่วนตัว, หน้ากากตรวจจับความเคลื่อนไหว, ROI, โหมดทางเดิน 9:16
- รองรับ H.264, H.265 หรือ Ultra265
- ผ่านมาตรฐาน ONVIF
- ช่วงอุณหภูมิการทำงาน -30°C ถึง 60°C
- ช่วงแรงดันไฟฟ้ากว้าง (±25%)
- ระดับการป้องกัน IP67
- ระบบป้องกันไฟกระชาก 4kV
สนใจสอบถามโปรโมชั่นชุดกล้องพร้อมติดตั้ง หรือขอใบเสนอราคา ติดต่อฝ่ายขายของเราได้ทันที
- Line Official: @chaisolution (มี @ ข้างหน้า)
- สายด่วนฝ่ายขาย:088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
- 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
- 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)
สรุปสาระสำคัญ: เทคโนโลยี Ultra 265 จาก UNV
นิยามและเทคโนโลยี: เป็นนวัตกรรมการบีบอัดวิดีโออัจฉริยะที่พัฒนาโดย Uniview โดยผสานมาตรฐาน H.265 เข้ากับอัลกอริทึม U-Code (Intelligent Region Perception – IRP) เพื่อลดขนาดไฟล์และแบนด์วิดท์โดยไม่ลดทอนคุณภาพของภาพ
จุดเด่นสำคัญ: ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) และแบนด์วิดท์ได้สูงสุดถึง 95% (ประหยัดเฉลี่ยประมาณ 75%) เมื่อเทียบกับมาตรฐาน H.264 แบบเดิม และออกแบบมาเพื่อรองรับกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K / Super HD ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หลักการทำงาน: แยกแยะระหว่างวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว (เช่น บุคคลหรือรถยนต์ ซึ่งจะคงความคมชัดสูง) กับฉากหลังที่นิ่งสนิท (ซึ่งจะถูกบีบอัดให้ใช้พื้นที่น้อยที่สุด) พร้อมทั้งจัดการกลุ่มภาพ (Flexible GOP) และลดสัญญาณรบกวนในที่มืด
หน้างานที่เหมาะสม: เหมาะสำหรับลานจอดรถ พื้นที่กลางแจ้ง โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องเก็บบันทึกภาพย้อนหลังเป็นเวลานาน (เช่น 30–90 วัน) หรือจุดที่ต้องการลดต้นทุนรวมด้านฮาร์ดดิสก์และระบบเครือข่าย
การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์: นิยมใช้งานร่วมกับกล้องวงจรปิด UNV ซีรีส์ต่าง ๆ (เช่น ECO Series หรือ ColorHunter Series) ควบคู่กับเครื่องบันทึกภาพ NVR ขนาด 8 ช่อง (เช่น รุ่น NVR501-08B หรือ NVR302-08E-P8) ที่มีพอร์ต PoE ในตัวและรองรับฮาร์ดดิสก์ความจุสูงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
สนใจสอบถามโปรโมชั่นชุดกล้องพร้อมติดตั้ง หรือขอใบเสนอราคา ติดต่อฝ่ายขายของเราได้ทันที
- Line Official: @chaisolution (มี @ ข้างหน้า)
- สายด่วนฝ่ายขาย:088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
- 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
- 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทคโนโลยี Ultra 265จาก UNV
Ultra 265 คืออะไรและต่างจาก H.265 ทั่วไปอย่างไร? Ultra 265 เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดวิดีโอขั้นสูงที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Uniview (UNV) ซึ่งเกิดจากการผสานมาตรฐาน H.265 เข้ากับอัลกอริทึม U-Code (Intelligent Region Perception – IRP) ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บและแบนด์วิดท์ได้สูงสุดถึง 95% (เฉลี่ย 75%) มากกว่ามาตรฐาน H.265 ทั่วไปที่ประหยัดได้ราว 50%
เทคโนโลยี Ultra 265 ช่วยประหยัดพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ได้อย่างไร? ระบบจะทำการวิเคราะห์ภาพแบบอัจฉริยะ โดยจะคงความคมชัดสูงสุดไว้เฉพาะในส่วนที่มีการเคลื่อนไหวสำคัญ (เช่น คนหรือรถยนต์) ขณะเดียวกันจะทำการบีบอัดฉากหลังหรือบริเวณที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (เช่น ผนัง ท้องฟ้า พื้นถนน) ให้กินพื้นที่น้อยที่สุดโดยไม่สูญเสียรายละเอียดสำคัญ
จำเป็นต้องใช้กล้องและเครื่องบันทึก (NVR) ของ UNV ทั้งหมดไหมถึงจะใช้งานได้? เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการบีบอัดสูงสุดและการประหยัดพื้นที่จัดเก็บตามมาตรฐาน Ultra 265 แนะนำให้ใช้งานร่วมกันทั้งกล้องและเครื่องบันทึก NVR ของทาง UNV หรือ Uniarch ที่รองรับเทคโนโลยีนี้
ภาพจะแตกหรือสูญเสียความละเอียดหรือไม่เมื่อเปิดใช้งาน Ultra 265? ไม่แตก เนื่องจากระบบจะคัดแยกเฉพาะส่วนที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมาทำการบีบอัดลดทอนรายละเอียดส่วนเกิน แต่ในส่วนที่มีการเคลื่อนไหวสำคัญ (Motion) หรือจุดที่ต้องใช้เป็นหลักฐาน ระบบจะยังคงรักษาความคมชัดและรายละเอียดของวัตถุไว้อย่างครบถ้วน
เครื่องบันทึก UNV NVR 8 ช่องรุ่นไหนที่แนะนำให้ใช้งานร่วมกัน? รุ่นยอดนิยมที่รองรับ ได้แก่ ซีรีส์ NVR501-08B (รองรับ 1 ฮาร์ดดิสก์ ความละเอียด 4K) หรือซีรีส์ NVR302-08E-P8 (รองรับ 2 ฮาร์ดดิสก์ มีพอร์ต PoE ในตัว 8 ช่อง) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาด 8 ตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แหล่องอ้างอิง
Uniview Official Website & Documentation: ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและหลักการทำงานของเทคโนโลยี Ultra 265 และ U-Code (Intelligent Region Perception – IRP) จากเว็บไซต์หลักของ Uniview (UNV)
Uniview Product Catalogs & Specifications: ข้อมูลสเปกฮาร์ดแวร์ กล้องวงจรปิด IP Camera (ซีรีส์ ECO, ColorHunter) และเครื่องบันทึกภาพ NVR 8 ช่อง (เช่น ซีรีส์ NVR501 และ NVR302)
CCTV Industry Standards & Technical Whitepapers: เอกสารวิเคราะห์เปรียบเทียบมาตรฐานการบีบอัดวิดีโอ (H.264, H.265 / HEVC และเทคโนโลยีประหยัดแบนด์วิดท์เฉพาะค่าย) สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยความละเอียดสูงระดับ 4K

