กล้องวงจรปิด HIKVISION vs กล้องวงจรปิด HILOOK
เวลาที่จะเลือกซื้อระบบกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัยของบ้านหรือธุรกิจ หลายคนมักจะคุ้นหูกับชื่อของ HIKVISION พี่ใหญ่ที่เป็นผู้นำระดับโลกในวงการระบบรักษาความปลอดภัย และ กล้องวงจรปิด HiLook แบรนด์น้องใหม่ที่มาพร้อมราคาสบายกระเป๋า
ทำความรู้จัก DNA ของทั้งสองแบรนด์
ก่อนจะไปดูจุดต่าง เรามาเข้าใจตำแหน่งในตลาด (Market Positioning) ของทั้งคู่กันก่อน:
กล้องวงจรปิด HIKVISION: คือแบรนด์เรือธง (Flagship) ระดับพรีเมียม เน้นนวัตกรรมขั้นสูง ระบบ AI อัจฉริยะ และความยืดหยุ่นในการรองรับระบบขนาดใหญ่ ตั้งแต่บ้านหรู ออฟฟิศ ไปจนถึงโครงการระดับสเกลโรงงานอุตสาหกรรม
กล้องวงจรปิด HiLook: คือแบรนด์ลูก (Sub-brand) หรือกลุ่ม Eco-range ที่ถูกส่งลงมาลุยตลาดประหยัด (Entry-level) โดยดึงเอาเทคโนโลยีพื้นฐานที่เสถียรและทนทานของแบรนด์พี่มาใช้ ตัดฟังก์ชันซับซ้อนออก เพื่อให้ได้ราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุด เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยและทาวน์โฮมทั่วไป
เจาะลึก 4 ข้อแตกต่าง: HIKVISION vs HiLook
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเลือกซื้อ เราสามารถแบ่งจุดต่างสำคัญออกเป็น 4 ด้านหลัก ๆ ดังนี้ครับ
1. เทคโนโลยีภาพและตอนกลางคืน (Image & Night Vision)
HIKVISION: โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีระดับท็อปอย่าง ColorVu และ DarkFighter ที่ใช้รูรับแสงขนาดใหญ่ (F1.0) พร้อมเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูง ช่วยให้กล้องบันทึกภาพเป็น “สี” คมชัดตลอด 24 ชั่วโมงแม้ในสภาวะมืดสนิท หรือมีแสงเพียงน้อยนิด ช่วยเพิ่มอัตราการระบุตัวตนและป้ายทะเบียนได้อย่างแม่นยำ
HiLook: ส่วนใหญ่จะเน้นระบบอินฟราเรด (IR) มาตรฐาน ซึ่งให้ภาพขาว-ดำที่คมชัดในตอนกลางคืน เพียงพอสำหรับการเฝ้าระวังทั่วไป แม้ในรุ่นใหม่ ๆ จะเริ่มมีฟังก์ชัน Smart Hybrid Light หรือเทคโนโลยี Color+ ที่ให้ภาพสีตอนกลางคืนเข้ามาบ้าง แต่เกรดของเซนเซอร์รับแสงและมิติความกว้างของภาพ (Dynamic Range) ยังคงเป็นรองตัวพี่อยู่พอสมควร
2. ระบบสมองกลอัจฉริยะ (AI & Analytics)
HIKVISION: อัดแน่นด้วยระบบ AcuSense AI เวอร์ชันเต็มล้ำสมัย ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Deep Learning ในการแยกแยะได้ว่าสิ่งที่เคลื่อนไหวคือ “คน” “ยานพาหนะ” หรือแค่สิ่งเร้าอื่น ๆ เช่น ใบไม้ไหวหรือสัตว์เลี้ยง ช่วยลดความน่ารำคาญจากแจ้งเตือนปลอม (False Alarm) ได้มากกว่า 90% พร้อมฟังก์ชันขั้นสูงอย่างการตรวจจับใบหน้า ข้ามเส้น (Line Crossing) และทำ Heat Mapping
HiLook: เน้นการตรวจจับความเคลื่อนไหวพื้นฐาน (Motion Detection) เป็นหลัก แม้รุ่นใหม่ ๆ จะเริ่มใส่ระบบ AcuSense เกรดเริ่มต้นเข้ามาเพื่อช่วยคัดกรองคนและรถยนต์ได้บ้าง แต่ความละเอียดแม่นยำและการปรับตั้งค่าเชิงลึก (Customization) ยังทำได้ไม่หลากหลายเท่า HIKVISION
3. การรองรับจำนวนกล้องและการขยายระบบ (Scalability)
HIKVISION (NVR/DVR): เครื่องบันทึกออกแบบมาให้รองรับช่องสัญญาณ (Channel) จำนวนมาก ตั้งแต่ 16, 32, 64 ไปจนถึงเป็นร้อยช่อง มีแบนด์วิดท์ในการประมวลผลสูงมาก รองรับการต่อพ่วง Switch PoE แยก เหมาะกับการขยายระบบและสเกลอัปในอนาคต
HiLook(NVR/DVR): เน้นความง่ายแบบ Plug & Play มีพอร์ต PoE ในตัวเครื่องบันทึกเสร็จสรรพ มักจำกัดช่องสัญญาณอยู่ที่ 4, 8 หรือ 16 ช่อง เป็นระบบแบบ “Single-bay” (ใส่ฮาร์ดดิสก์ได้จำนวนจำกัด) เหมาะกับระบบขนาดเล็กที่ติดตั้งแล้วจบ ไม่เน้นเดินสายเน็ตเวิร์กที่ซับซ้อน
4. ซอฟต์แวร์ วัสดุ และการรับประกัน
HIKVISION: ใช้แอปพลิเคชัน Hik-Connect และซอฟต์แวร์สเกลใหญ่อย่าง iVMS-4200 มีวัสดุตัวกล้องที่แข็งแรงทนทาน ทนแดดทนฝน มีเกรดกันการกัดกร่อนระดับอุตสาหกรรม และมักมาพร้อมเงื่อนไขการรับประกันและการสนับสนุนจากช่างเทคนิคที่ยาวนานและครอบคลุมกว่า
HiLook: ใช้แอปพลิเคชันเฉพาะตัว (หรือรวมเข้ากับระบบเครือข่าย) ที่เน้นความ Simple หน้าตาเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน วัสดุภายนอกแข็งแรงทนทานตามมาตรฐานทั่วไปในราคาที่ประหยัดกว่าแบรนด์พี่ราว ๆ 30-50%
ตารางเปรียบเทียบสเปก HIKVISION vs HiLookให้เห็นกันชัด ๆ
| คุณสมบัติ | HIKVISION (แบรนด์พี่) | HiLook (แบรนด์น้อง) |
| ระดับตลาด | พรีเมียม / เอ็นเตอร์ไพรส์ | เศรษฐกิจ / งบประมาณ |
| ความละเอียดสูงสุด | รองรับถึง 4K (8MP) และมากกว่า | เน้น 2MP – 5MP (4K มีในบางรุ่น) |
| เทคโนโลยีกลางคืน | ColorVu / DarkFighter (ภาพสี 24 ชม. เกรดสูง) | Infrared มาตรฐาน / Color+ เกรดเริ่มต้น |
| ระบบ AI | AcuSense แบบเต็มระบบ (แยกคน/รถ, ตรวจจับใบหน้า) | Basic Motion Detection / AcuSense เกรดเริ่มต้น |
| โครงสร้างระบบ | ขยายได้ไร้ขีดจำกัด รองรับ 16 – 64+ ช่อง | ปลั๊กแอนด์เพลย์ จบในตัว 4 – 16 ช่อง |
| ราคา | สูงกว่า (เน้นฟังก์ชันและเทคโนโลยีอนาคต) | ประหยัดกว่า (ถูกกว่าแบรนด์พี่ประมาณ 30-50%) |
สรุป: เลือกแบบไหน “คุ้มเงิน” ที่สุดสำหรับคุณ?
ไม่มีแบรนด์ไหนดีกว่ากันแบบเบ็ดเสร็จ มีเพียงแบรนด์ที่ “ตอบโจทย์และคุ้มค่า” กับหน้างานและงบประมาณของคุณมากที่สุดครับ โดยมีหลักเกณฑ์แนะนำในการเลือกซื้อง่าย ๆ ดังนี้:
เลือก กล้องวงจรปิด HiLookถ้าคุณคือ:
เจ้าของบ้านพักอาศัย, ทาวน์โฮม หรือร้านค้าปลีกขนาดเล็ก
มีงบประมาณจำกัด แต่ต้องการระบบกล้องวงจรปิดที่เสถียร ภาพชัดเจน ไว้ใจได้ ไม่หลุดออนไลน์บ่อย ๆ เหมือนกล้องโนเนมทั่วไป
ต้องการระบบที่ติดตั้งเสร็จแล้วจบ ดูออนไลน์ผ่านมือถือได้ง่าย ๆ ไม่ต้องการปรับแต่งระบบ AI หรือตั้งค่าความปลอดภัยอะไรที่ยุ่งยาก
เลือก กล้องวงจรปิด HIKVISIONถ้าคุณคือ:
เจ้าของบริษัท, ออฟฟิศขนาดกลาง-ใหญ่, คลังสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรม
หน้างานมีความเสี่ยงสูง เช่น ร้านทอง, ลานจอดรถ, หรือพื้นที่มืดเปลี่ยว ที่จำเป็นต้องใช้ภาพสีตอนกลางคืน (ColorVu) เพื่อระบุตัวตน สีเสื้อผ้า หรือสีรถได้อย่างถูกต้องเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ต้องการระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะที่แม่นยำ ไม่ร้องเตือนมั่วซั่วเมื่อมีแมววิ่งผ่าน และต้องการวางแผนที่จะขยายจำนวนกล้องเพิ่มเติมในอนาคตโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบันทึกใหม่
เจาะลึก 6 รุ่นพิมพ์นิยม: เปรียบเทียบสเปกและราคา (HIKVISION vs HiLook)
เพื่อให้เห็นภาพการจัดงบประมาณและฟังก์ชันการใช้งานชัดเจนที่สุด เราจับคู่มวยแบรนด์พี่-แบรนด์น้องในเรตสเปกที่ใกล้เคียงกันมาเทียบให้ดูตัวต่อตัว ทั้งระบบ IP และ Analog ดังนี้
หมวดที่ 1: ระบบ IP Camera (คมชัดสูง เทคโนโลยีใหม่ รองรับอนาคต)
| คุณสมบัติ / สเปก | ฮิกวิชั่น DS-2CD2047G2-LU | ไฮลุค ไอพีซี บี140เอ-ลู |
| ตำแหน่งแบรนด์ | แบรนด์พี่ (Pro Series) | แบรนด์น้อง (Entry-Value) |
| ความละเอียด | 4 ล้านพิกเซล (4MP) | 4 ล้านพิกเซล (4MP) |
| เทคโนโลยีกลางคืน | ColorVu 3.0 (ภาพสีสว่างสดใส 24 ชม.) | Smart Hybrid Light (IR ขาวดำ / ไฟขาวติดเมื่อเจอคน) |
| ระบบ AI อัจฉริยะ | AcuSense เกรดโปร (คัดกรองคน/รถ แม่นยำสูง, ตรวจสอบพฤติกรรม) | Motion Detection 2.0 (คัดกรองคนและรถยนต์เบื้องต้น) |
| ฟังก์ชันเสียง | มีไมค์ในตัว บันทึกเสียงเสียงเคลียร์ชัด | มีไมค์ในตัว บันทึกเสียงพื้นฐาน |
| วัสดุตัวโครงสร้าง | โลหะทั้งชิ้น (All-metal) แข็งแรงทนทานสูง | พลาสติกเกรดสูงผสมโลหะ (Plastic/Metal) |
| ราคาประมาณ (เฉพาะกล้อง) | 3,500 – 4,500 บาท | 1,200 – 1,500 บาท |
| หน้างานที่เหมาะสม | ลานจอดรถ, ริมถนน, คลังสินค้า ที่ต้องการความแม่นยำสูง | รอบบ้านพักอาศัย, หน้าประตูบ้าน, ร้านค้าเล็ก ๆ |
หมวดที่ 2: ระบบ Analog / HD-TVI (เสถียร เดินสายประหยัด งบไม่บานปลาย)
หากต้องการเปรียบเทียบในฝั่งกล้อง Analog ที่ต้องต่อเข้ากับเครื่องบันทึก DVR เพื่อการประหยัดงบ นี่คือคู่เปรียบเทียบที่น่าสนใจครับ
คู่มวยที่ 1: รุ่นเน้นภาพสีตอนกลางคืน (Full-Color)

HIKVISION DS-2CE10DF3T-FS (2MP): แบรนด์พี่ที่ใช้เทคโนโลยี ColorVu มาพร้อมรูรับแสงกว้างพิเศษ F1.0 และมีไมค์ในตัวผ่านสายสัญญาณ (Audio over Coaxial) ตัวถังโลหะทนทานสูง ให้ภาพสีสว่างแม้มืดสนิท
ราคาเฉลี่ย: 1,100 – 1,300 บาท

HiLook THC-B127-LMS (2MP): แบรนด์น้องสายลุย Color+ Plus มีไฟช่วยส่องสว่างดวงเล็กและมีไมค์ในตัวเช่นกัน ให้ภาพสี 24 ชั่วโมงในงบที่สบายกระเป๋ากว่า
ราคาเฉลี่ย: 550 – 650 บาท
คู่มวยที่ 2: รุ่นมาตรฐาน ประหยัดขั้นสุด (Smart Hybrid Light)

HIKVISION DS-2CE16D0T-IT3FS (2MP): กล้องทรงกระบอกบอดี้โลหะ มาพร้อมระบบอินฟราเรดระยะไกล 40 เมตร และมีไมค์ในตัว เน้นความอึด ทึก ทน สัญญาณภาพเสถียรในระยะยาว
ราคาเฉลี่ย: 1,000 – 1,150 บาท
HiLook THC-B120-LPS (2MP): รุ่นขวัญใจช่างและคนงบน้อย บอดี้พลาสติกน้ำหนักเบา แต่ใส่สเปก Smart Hybrid Light และมีไมค์ในตัวมาให้เสร็จสรรพ เป็นรุ่นสแตนดาร์ดที่นิยมใช้ตามทาวน์เฮ้าส์ทั่วไป
ราคาเฉลี่ย: 390 – 480 บาท
เพื่อความกระชับและตัดสินใจได้ทันที สามารถสรุปเกณฑ์การเลือกซื้อแบบ “ฟันธง” ตามงบประมาณและหน้างานได้ดังนี้
เลือก HiLook(แบรนด์น้อง) ถ้าคุณเข้าข่ายข้อเหล่านี้:
ประเภทหน้างาน: บ้านพักอาศัยทั่วไป, ทาวน์โฮม, ตึกแถว หรือร้านค้าขนาดเล็ก
ลักษณะการใช้งาน: เน้นดูภาพสด/ย้อนหลังผ่านมือถือทั่วไป, ดูเหตุการณ์รวม ๆ, เน้นจับภาพตอนกลางคืนเป็นหลัก (ภาพขาวดำเคลียร์ หรือไฟติดเมื่อมีคนเดินผ่าน)
จุดเด่นที่ต้องการ: เน้นความคุ้มค่าด้านราคา ได้กล้องมาตรฐานแบรนด์ระดับโลกที่เสถียร ไม่หลุดออนไลน์บ่อย ในราคาที่ประหยัดกว่าตัวพี่ 30-50%
เลือก HIKVISION (แบรนด์พี่) ถ้าคุณเข้าข่ายข้อเหล่านี้:
ประเภทหน้างาน: ออฟฟิศขนาดกลาง-ใหญ่, คลังสินค้า, โรงงาน, ร้านทอง หรือบ้านหรูที่มีพื้นที่กว้าง
ลักษณะการใช้งาน: ต้องการระบบ AI (AcuSense) ที่แม่นยำสูง แยกแยะ “คน” และ “รถ” ได้เด็ดขาด เพื่อแจ้งเตือนเข้ามือถือตอนกลางคืนโดยไม่น่ารำคาญ และจำเป็นต้องใช้ ภาพสีตลอด 24 ชั่วโมง (ColorVu) เพื่อเก็บหลักฐานสีเสื้อผ้า สีรถ หรือรูปพรรณสัณฐานได้อย่างละเอียดชัดเจน
จุดเด่นที่ต้องการ: เน้นฟังก์ชันอัจฉริยะขั้นสูง, ความทนทานของวัสดุ (โลหะ/กันการกัดกร่อน), และเผื่อระบบสำหรับขยายจำนวนกล้องเพิ่มอีกมากในอนาคต
สรุปแบบรวบรัดที่สุด:
เน้น “ราคาประหยัด ติดตั้งง่าย ระบบเสถียร” > ไปHiLook
เน้น “ความปลอดภัยขั้นสุด ภาพสี 24 ชม. AI อัจฉริยะแจ้งเตือนแม่นยำ” > ลงทุนกับHIKVISIONเจ็บแต่จบ
สนใจสอบถามโปรโมชั่นชุดกล้องพร้อมติดตั้ง หรือขอใบเสนอราคา ติดต่อฝ่ายขายของเราได้ทันที
- Line Official: @chaisolution (มี @ ข้างหน้า)
- สายด่วนฝ่ายขาย:
- 088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
- 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
- 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ HIKVISION และ HiLook
1. กล้อง HiLook สามารถใช้ร่วมกับเครื่องบันทึก (DVR/NVR) ของ HIKVISION ได้ไหม?
ตอบ: ได้ 100% ครับ เนื่องจากทั้งสองแบรนด์มาจากผู้ผลิตรายเดียวกัน จึงใช้โปรโตคอลการเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์กและสายสัญญาณตัวเดียวกัน สามารถนำกล้อง HiLook ไปต่อกับเครื่องบันทึก HIKVISION ได้เลย (หรือในทางกลับกันก็ทำได้ แต่อาจจะใช้งานฟังก์ชัน AI ขั้นสูงของกล้องตัวพี่ได้ไม่ครบถ้วน)
2. ทั้งสองแบรนด์ใช้แอปพลิเคชันดูออนไลน์บนมือถือตัวเดียวกันไหม?
ตอบ: ในปัจจุบันสามารถใช้ร่วมกันได้ผ่านแอป Hik-Connect (ซึ่งเป็นแอปหลักของ HIKVISION) โดยคุณสามารถแอดกล้องหรือเครื่องบันทึกของ HiLook เข้ามาดูออนไลน์ในแอปนี้ได้เลย เพื่อความสะดวกในการจัดการระบบในแอปเดียว
3. ทำไมกล้อง HiLookถึงราคาถูกกว่า HIKVISION มาก ทั้งที่มาจากโรงงานเดียวกัน?
ตอบ: เพราะ HiLookถูกลดสเปกในส่วนที่ “ไม่จำเป็นสำหรับผู้ใช้ทั่วไป” ออกไปครับ เช่น เปลี่ยนบอดี้จากโลหะหล่ออุตสาหกรรมมาเป็นพลาสติกเกรดสูง ลดขนาดเซนเซอร์รับแสงตอนกลางคืนลงเล็กน้อย และตัดฟังก์ชัน AI ซับซ้อน (เช่น การนับจำนวนคน หรือการจดจำใบหน้า) ออกไป ทำให้ทำราคาได้ถูกลงในขณะที่ความเสถียรยังคงเดิม
4. กล้องวงจรปิด HiLookพังง่ายกว่า HIKVISION ไหม?
ตอบ: ไม่จริงครับ ในแง่ของระบบวงจรภายในและ Firmware ส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์ความเสถียรมาจากเทคโนโลยีของ HIKVISION ทั้งหมด อัตราการเคลมหรือระบบรวนถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกล้องโนเนมตามท้องตลาดทั่วไป เพียงแต่บอดี้ที่เป็นพลาสติกในบางรุ่นของ HiLook อาจจะไม่ทนทานต่อแรงกระแทกหรือการขูดขีดเท่าบอดี้โลหะของ HIKVISION เท่านั้นเอง
5. ซื้อมาติดตั้งเอง (DIY) แบรนด์ไหนตอบโจทย์กว่ากัน?
ตอบ: แนะนำ HiLook เพราะระบบเครื่องบันทึกและกล้องของ HiLook มักถูกออกแบบมาให้เป็นแบบ Plug & Play มีพอร์ตเชื่อมต่อที่เข้าใจง่าย เมนูการตั้งค่าไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านที่อยากซื้อไปเดินสายติดตั้งและเซ็ตดูออนไลน์ด้วยตัวเองในงบประหยัด

กล้องวงจรปิด HIKVISION vs กล้องวงจรปิด HILOOK