กล้องวงจรปิด AI: ทำความรู้จักระบบ WizSense และ AcuSense

กล้องวงจรปิด WizSense

ในยุคนี้ ค่ายยักษ์ใหญ่ในวงการรักษาความปลอดภัยจึงได้พัฒนา เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ เกิดเป็นระบบอัจฉริยะที่ชื่อว่า กล้องวงจรปิด WizSense และ AcuSense ที่ช่วยคัดกรองเฉพาะเหตุการณ์สำคัญได้อย่างแม่นยำ

เคยไหม? ที่ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเสียงแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดในมือถือ แต่พอเปิดดูคู่กรณีกลับเป็นแค่ “แมวจรวิ่งผ่าน” “ใบไม้ไหว” หรือ “เงาฝนตก” ปัญหาชวนปวดหัวเหล่านี้เรียกว่า False Alarm (สัญญาณเตือนผิดพลาด) ซึ่งนอกจากจะสร้างความรำคาญแล้ว ยังทำให้เราละเลยการแจ้งเตือนจนอาจพลาดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงได้

1. เจาะลึกเทคโนโลยี: WizSense และ AcuSense คืออะไร?

ทั้งสองระบบคือเทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะที่ใช้ชิปประมวลผล AI ขั้นสูง เพื่อเปลี่ยนกล้องวงจรปิดธรรมดาให้กลายเป็นผู้คุ้มกันที่แยกแยะสิ่งก่อเหตุได้ โดยแบ่งตามแบรนด์ผู้พัฒนา ดังนี้ครับ

WizSense คืออะไร? (เทคโนโลยีจากค่าย Dahua)

WizSense คือ อัลกอริทึม AI ที่เน้นความชาญฉลาดและคุ้มค่า พัฒนาโดย Dahua Technology จุดเด่นคือการใช้เทคโนโลยี SMD Plus (Smart Motion Detection) และ Perimeter Protection (การปกป้องแนวเขต) ที่มุ่งเน้นการตรวจจับเฉพาะ “มนุษย์” และ “ยานพาหนะ” เป็นหลัก ระบบจะเพิกเฉยต่อวัตถุอื่นๆ ที่ไม่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยทันที

กล้องวงจรปิด WizSense คือ ชื่อเรียกซีรีส์ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) อัจฉริยะที่พัฒนาโดยแบรนด์ Dahua Technology (หนึ่งในผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยระดับโลก)

แนวคิดหลักของ WizSense ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้สโลแกน “Focus on Human and Vehicle” หรือ มุ่งเน้นการตรวจจับไปที่ “มนุษย์” และ “ยานพาหนะ” เป็นหลัก เพื่อเปลี่ยนระบบกล้องวงจรปิดจากการตั้งรับ (แค่บันทึกภาพ) ให้กลายเป็นการป้องกันเชิงรุกที่ชาญฉลาด ในราคาที่จับต้องได้ง่ายและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปครับ

3 หัวใจหลักที่ทำให้ WizSense ฉลาดกว่ากล้องทั่วไป

เทคโนโลยี WizSense ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล AI อิสระและอัลกอริทึมขั้นสูงของ Dahua ซึ่งมีฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ที่ช่างติดตั้งและผู้ใช้งานควรรู้ดังนี้:

1. SMD Plus (ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวอัจฉริยะ)

กล้องวงจรปิดยุคเก่าพอลมพัดใบไม้ไหว หรือมีแมววิ่งผ่าน กล้องก็แจ้งเตือนมั่วไปหมด (False Alarm) แต่ระบบ SMD Plus ใน WizSense จะทำหน้าที่คัดกรองรูปร่างวัตถุอย่างละเอียด โดยมันจะเพิกเฉยต่อสิ่งเร้าอื่นๆ ในธรรมชาติ และจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนเข้ามือถือของคุณเฉพาะเมื่อตรวจเจอ มนุษย์ หรือ รถยนต์ เท่านั้น ทำให้ความแม่นยำสูงขึ้นกว่าเดิมมากครับ

2. Perimeter Protection (การปกป้องแนวเขตอัจฉริยะ)

ฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณสามารถเข้าไป “ตีเส้นสมมติ” (Tripwire) หรือ “วาดกรอบพื้นที่หวงห้าม” (Intrusion) บนหน้าจอผ่านแอปพลิเคชันหรือเครื่องบันทึกได้ เช่น ตีเส้นตามแนวรั้วบ้าน หรือกรอบช่องจอดรถ

  • การทำงาน: หากมีเป้าหมายที่เป็น คน หรือ รถ ข้ามเส้นหรือล้ำเข้ามาในโซนหวงห้ามในเวลาที่เราตั้งไว้ ระบบจึงจะเริ่มทำการแจ้งเตือนทันที

3. Quick Target Search (ค้นหาเป้าหมายด่วนย้อนหลัง)

เวลาเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นในอดีต แทนที่คุณจะต้องมานั่งกดเร่งความเร็ว (Speed x8, x16) เพื่อไล่ดูวิดีโอทีละชั่วโมงจนตาแฉะ ระบบ WizSense จะช่วยแยกแยะไฟล์บันทึกไว้ให้

  • คุณสามารถเลือกฟิลเตอร์กดค้นหาคลิปย้อนหลัง โดยเลือกเฉพาะ “ช่วงเวลาที่มีคนเดินผ่าน” หรือ “ช่วงเวลาที่มีรถวิ่งผ่าน” ได้ทันที ช่วยให้คุณเจอหลักฐานภายในไม่กี่วินาที ประหยัดเวลาไปได้มากกว่า 80%

จุดเด่นและประเภทสินค้าของ กล้องวงจรปิด WizSense

ปัจจุบัน Dahua ได้ใส่เทคโนโลยี WizSense ลงไปในอุปกรณ์หลากหลายประเภทเพื่อทำงานร่วมกันเป็นโซลูชัน:

  • กล้อง IP Camera และกล้องระบบ Analog (HDCVI): มีชิปประมวลผล AI ในตัว บางรุ่นเป็นกล้องแบบ Active Deterrence คือเมื่อตรวจเจอผู้บุกรุก กล้องจะมีไฟสปอตไลท์กระพริบและส่งเสียงไซเรนเตือนไล่โจรทันที

  • เครื่องบันทึก (XVR / NVR): เครื่องบันทึกซีรีส์ WizSense สามารถนำไปต่อกับกล้องธรรมดารุ่นเก่า เพื่ออัปเกรดให้ระบบกล้องเดิมสามารถใช้งานฟังก์ชัน AI (เช่น แยกแยะคน-รถ) ได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนกล้องใหม่ทั้งหมด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากครับ

  • สรุปสั้นๆ: Dahua กล้องวงจรปิด WizSense คือระบบกล้องวงจรปิด AI สายสเปกคุ้มค่า ที่เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาสัญญาณแจ้งเตือนเตือนรบกวน ช่วยให้เจ้าของบ้านหรือธุรกิจได้รับแจ้งเตือนเฉพาะ “เรื่องสำคัญจริงๆ” เพื่อความปลอดภัยที่แท้จริง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและนำไปใช้งานหรือจัดจำหน่ายได้ง่ายขึ้น ผมขอแนะนำไลน์อัพ กล้องวงจรปิด WizSense ยอดนิยม โดยแบ่งออกตามรูปแบบการใช้งานและฟังก์ชันเด่น ซึ่งทุกรุ่นโดดเด่นด้วยระบบ AI แยกแยะคน-รถ และลดสัญญาณเตือนมั่ว (False Alarm)

1. กลุ่มกล้อง IP Camera (ระบบดิจิตอลยอดนิยม)

กล้อง IP ในซีรีส์ WizSense มักจะขึ้นต้นรหัสรุ่นด้วย DH-IPC-HFW3… (ทรงกระบอก) หรือ DH-IPC-HDW3… (ทรงโดม/ลูกบอล) ซึ่งเป็นกลุ่ม Series 3 ของ Dahua ที่คุ้มค่าที่สุด

  • รุ่นแนะนำ: DH-IPC-HFW3441E-AS-P

    • สเปกเด่น: ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล (4MP), มีไมค์ในตัว (Built-in Mic), รองรับ PoE (ต่อสายแลนเส้นเดียวได้ทั้งไฟและภาพ)

    • ฟังก์ชัน WizSense: มีระบบ Perimeter Protection อัจฉริยะ ตีเส้นเตือนภัยได้แม่นยำ และรองรับ SMD Plus คัดกรองใบไม้และสัตว์เลี้ยงได้อย่างเด็ดขาด เหมาะสำหรับส่องแนวรั้ว หน้าบ้าน หรือลานจอดรถ

2. กลุ่มกล้อง Active Deterrence (AI ป้องกันเชิงรุก ปลุกไซเรน-เปิดไฟไล่โจร)

กลุ่มนี้คือทีเด็ดของ WizSense เรียกว่าเทคโนโลยี TiOC (Three-in-One Camera) ซึ่งรวมเอาภาพสี 24 ชม. + ระบบ AI WizSense + ระบบส่งสัญญาณเตือนหน้างาน เข้าไว้ด้วยกัน

  • รุ่นแนะนำ: DH-IPC-HFW3449T-AS-PV (หรือซีรีส์ TiOC)

    • สเปกเด่น: ภาพสีตลอด 24 ชั่วโมงแม้ในที่มืดสนิท (Full-color), มีลำโพงและไมโครโฟนในตัว (คุยโต้ตอบได้)

    • ฟังก์ชัน WizSense: เมื่อ AI ตรวจจับได้ว่ามี “มนุษย์” บุกรุกเข้ามาในโซนหวงห้ามตอนกลางคืน กล้องจะทำการเปิด ไฟสปอตไลท์กระพริบสีแดง-น้ำเงิน (คล้ายไฟตำรวจ) พร้อมส่งเสียงไซเรน หรือเสียงแจ้งเตือนที่เราอัดไว้ (เช่น “พื้นที่ส่วนบุคคล ห้ามเข้า!”) ทันที เพื่อขับไล่ผู้ไม่หวังดีก่อนจะถึงตัวบ้าน

3. กลุ่มกล้อง PTZ (กล้องสปีดโดม หมุนได้ ซูมได้ พร้อม AI วิ่งตาม)

สำหรับพื้นที่กว้างๆ เช่น โรงงาน, สวน, หรือลานจอดรถขนาดใหญ่ ที่ต้องการให้กล้องหันตามเป้าหมายอัตโนมัติ

  • รุ่นแนะนำ: DH-SD49425XB-HNR

    • สเปกเด่น: กล้อง PTZ ซูมแบบออปติคอลได้ถึง 25 เท่า (25x Optical Zoom), ความละเอียด 4MP, มองเห็นกลางคืนได้ไกลถึง 100 เมตร

    • ฟังก์ชัน WizSense: ทำงานร่วมกับระบบ Auto Tracking เมื่อ AI คัดแยกแล้วว่าเป็น “มนุษย์” หรือ “รถยนต์” ที่แอบเข้ามา ตัวกล้องจะหมุนและซูมวิ่งตามเป้าหมายนั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อบันทึกใบหน้าหรือป้ายทะเบียนรถไว้เป็นหลักฐานอย่างชัดเจน

4. กลุ่มกล้อง Analog / HDCVI (สำหรับระบบเก่าที่อยากฉลาด)

หากที่บ้านเป็นระบบสายสัญญาณแบบ Coaxial (สาย RG6) เดิม แต่อยากได้ความฉลาดของ WizSense ก็มีกล้องและเครื่องบันทึกรองรับครับ

  • รุ่นแนะนำ: DH-HAC-HFW1509TLM-A-LED (ทำงานร่วมกับเครื่องบันทึก XVR ซีรีส์ WizSense เช่น DH-XVR5104HS-I3)

    • สเปกเด่น: กล้อง Analog ภาพสี 24 ชม. ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

    • ฟังก์ชัน WizSense: ตัวกล้องจะส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงไปให้ เครื่องบันทึกระบบ WizSense (รหัสลงท้ายด้วย -I3 หรือ -I2) ทำการประมวลผล AI เพื่อคัดแยกคน-รถ และแจ้งเตือนเข้ามือถือผ่านแอป DMSS ได้แม่นยำไม่แพ้ระบบ IP ครับ

AcuSense คืออะไร? (เทคโนโลยีจากค่าย Hikvision)

AcuSense คือ เทคโนโลยี AI ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Deep Learning (การเรียนรู้เชิงลึก) พัฒนาโดย Hikvision ทำหน้าที่เสมือนมีผู้เชี่ยวชาญคอยสแกนภาพในกล้องตลอดเวลา มีความแม่นยำสูงมากในการจำแนกประเภทเป้าหมาย โดยกล้องจะโฟกัสเฉพาะโครงสร้างของร่างกายมนุษย์และรูปทรงของรถยนต์ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับเครื่องบันทึกในการค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้อย่างรวดเร็ว

หลักการทำงานและฟังก์ชันเด่นของ AcuSense

กล้องวงจรปิดระบบเก่าทั่วไป (Motion Detection) จะแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีอะไรเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้อง ไม่ว่าจะเป็นหมาวิ่งผ่าน ฝนตก แสงไฟ หรือใบไม้ปลิว ทำให้เกิดสัญญาณเตือนมั่วตลอดทั้งคืน

แต่เมื่อมีเทคโนโลยี AcuSense เข้ามา ชิป AI จะทำหน้าที่กรองสิ่งเร้าเหล่านั้นออกไป โดยมีฟังก์ชันไฮไลต์ 3 อย่างดังนี้

1. การคัดกรองเป้าหมายที่แม่นยำ (Target Classification)

สมองกล AI ของ AcuSense ถูกฝึกฝนให้จดจำโครงสร้างร่างกายของมนุษย์ และรูปทรงของรถยนต์ประเภทต่างๆ อย่างละเอียด ดังนั้น เมื่อมีสุนัขวิ่งตัดหน้ากล้อง หรือลมพัดผ้าม่าน ระบบจะรู้ทันทีว่า “ไม่ใช่ภัยคุกคาม” และจะไม่ส่งสัญญาณเตือนรบกวนคุณ แต่ถ้าเป็นคนเดินลับๆ ล่อๆ เข้ามา ระบบจะส่ง Notification แจ้งเตือนเข้ามือถือผ่านแอป Hik-Connect ทันที ซึ่งลดการแจ้งเตือนมั่วลงได้มากกว่า 90%

2. ระบบป้องกันและขับไล่เชิงรุก (Live Guard / Active Deterrence)

ในกล้อง AcuSense รุ่นที่เป็นรหัส -ISU/SL จะมีฟังก์ชันการป้องกันหน้างานทันทีเมื่อตรวจเจอผู้บุกรุก:

  • แสงไฟแจ้งเตือน: กล้องจะเปิดไฟแฟลชสโตรบ (Strobe Light) กระพริบใส่ผู้บุกรุก

  • เสียงไซเรนเตือนภัย: มีลำโพงในตัวที่จะส่งเสียงไซเรน หรือส่งเสียงเตือนภาษาไทยที่เราอัดไว้ได้ (เช่น “พื้นที่ส่วนบุคคล กรุณาออกจากพื้นที่”) เพื่อขับไล่โจรทันทีก่อนที่มันจะงัดแงะประตูบ้าน

3. ค้นหาเป้าหมายย้อนหลังอย่างรวดเร็ว (Quick Target Search)

เวลาต้องการตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลัง (Playback) เพื่อหาหลักฐาน คุณไม่ต้องมานั่งกดกรอวิดีโอดูทีละชั่วโมงอีกต่อไป ระบบ AcuSense จะทำการแยกแท็ก (Tag) ข้อมูลไว้ในเครื่องบันทึก

  • คุณสามารถเลือกฟิลเตอร์และกดคลิกดู เฉพาะคลิปที่มีคนเดินผ่าน หรือ เฉพาะคลิปที่มีรถวิ่งผ่าน ได้ทันที ช่วยย่นเวลาการทำงานของช่างหรือเจ้าของบ้านจากเป็นชั่วโมงให้เหลือเพียงไม่กี่วินาที

สินค้าในซีรีส์ AcuSense มีอะไรบ้าง?

Hikvision ได้ใส่เทคโนโลยี AcuSense ลงไปในอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยหลายระดับเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน:

  • กล้อง AcuSense IP Camera (Network Camera): เป็นกล้องดิจิตอลที่มีชิป AI ฝังมาในตัวกล้องเลย เช่น รหัสยอดนิยมกลุ่ม DS-2CD2XX7G2 (ได้ทั้งภาพสี 24 ชม. ColorVu + สมองกล AcuSense) ตัวกล้องจะฉลาดในตัวเองและประมวลผลได้เร็วมาก

  • เครื่องบันทึก NVR และ DVR (AcuSense Series): หากคุณมีกล้องระบบเก่าอยู่แล้ว (ทั้งกล้อง Analog หรือกล้อง IP ธรรมดา) การเปลี่ยนมาใช้เครื่องบันทึกซีรีส์ AcuSense จะช่วยอัปเกรดให้กล้องตัวเดิมของคุณ “ฉลาดขึ้น” และสามารถใช้งานฟังก์ชันแยกแยะคน-รถได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนเปลี่ยนกล้องใหม่ทั้งหมดครับ

2. ทำงานอย่างไร? ถึงช่วยลดสัญญาณเตือนจับเท็จ (False Alarm)

กล้องวงจรปิดระบบเก่าจะใช้หลักการ Motion Detection (ตรวจจับความเคลื่อนไหว) ทั่วไป กล่าวคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่พิกเซลบนหน้าจอมีการเปลี่ยนแปลง (เช่น ใบไม้ขยับ แสงไฟรถส่องผ่าน หรือแมลงบินตัดหน้า) กล้องจะนับว่ามีการบุกรุกและส่งสัญญาณเตือนทันที

แต่สำหรับ WizSense และ AcuSense จะมีกระบวนการกรองข้อมูลอัจฉริยะ 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนการทำงาน รายละเอียดการประมวลผลของ AI
1. ตรวจจับ (Detection) กล้องจับภาพความเคลื่อนไหวทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเฟรมภาพ
2. คัดแยกประเภท (Classification) ชิป AI จะวิเคราะห์โครงสร้างวัตถุอย่างละเอียด หากไม่ใช่ คน หรือ รถยนต์ (เช่น สุนัข, แมว, ใบไม้, ฝน) ระบบจะปัดตกข้อมูลนั้นไปทันที
3. แจ้งเตือนอัจฉริยะ (Smart Alarm) ระบบจะส่งสัญญาณไซเรน หรือส่ง Notification แจ้งเตือนเข้ามือถือของคุณ เฉพาะเมื่อตรวจพบ “คน” หรือ “รถ” เข้ามาในพื้นที่หวงห้ามเท่านั้น

ผลลัพธ์ที่ได้: สามารถลดอัตราการแจ้งเตือนผิดพลาด (False Alarm) ลงได้มากกว่า 90% ช่วยให้ระบบความปลอดภัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ส่งเสียงรบกวนในเวลาที่ไม่จำเป็น

3. ฟังก์ชันเด่นที่ทำให้ WizSense และ AcuSense แตกต่างจากกล้องทั่วไป

นอกจากเรื่องการลด False Alarm แล้ว เทคโนโลยี AI ทั้งสองตัวนี้ยังมีฟังก์ชันเสริมที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเชิงรุก (Active Deterrence) อีกด้วยครับ:

  • SMD Plus / Smart Motion Detection: ตรวจจับความเคลื่อนไหวอัจฉริยะ แยกคน แยกส่วนรถ มอเตอร์ไซค์ ได้อย่างแม่นยำ แม้ในสภาพแสงน้อย

  • Perimeter Protection (การกำหนดแนวเขต): เราสามารถตีเส้นสมมติบนหน้าจอ (Tripwire) หรือวาดกรอบพื้นที่หวงห้าม (Intrusion) เช่น บริเวณรั้วบ้าน หรือที่จอดรถ หากมีคนเดินข้ามเส้นในเวลาที่กำหนด ระบบถึงจะแจ้งเตือน

  • Quick Target Search: เวลาต้องการดูเหตุการณ์ย้อนหลัง คุณไม่จำเป็นต้องนั่งกรอสายตาดูวิดีโอ 24 ชั่วโมงอีกต่อไป สามารถเลือกกดฟิลเตอร์ค้นหาเฉพาะ “ช่วงเวลาที่มีคนเดินผ่าน” หรือ “ช่วงเวลาที่มีรถวิ่งผ่าน” ได้ทันที ช่วยประหยัดเวลาไปได้มากกว่า 80%

สรุป: เลือกใช้งานระบบไหนดี?

ทั้ง Dahua WizSense และ Hikvision AcuSense ต่างเป็นสุดยอดเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด AI ที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเรื่องสัญญาณเตือนมั่ว (False Alarm) ได้ดีเยี่ยมทั้งคู่

  • หากคุณคุ้นเคยกับระบบและหน้าตาแอปพลิเคชันของ Dahua เน้นความคุ้มค่า ฟังก์ชันครบครัน WizSense คือคำตอบ

  • หากคุณชอบความเสถียรของแบรนด์อันดับหนึ่งอย่าง Hikvision และต้องการชิป Deep Learning ที่วิเคราะห์ข้อมูลได้ลึกและแม่นยำสูง AcuSense จะตอบโจทย์คุณที่สุด

สนใจสอบถามโปรโมชั่นชุดกล้องพร้อมติดตั้ง หรือขอใบเสนอราคา ติดต่อฝ่ายขายของเราได้ทันทีครับ:

  • Line Official: @chaisolution (มี @ ข้างหน้า)
  • สายด่วนฝ่ายขาย:
    • 088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
    • 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
    • 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับกล้องวงจรปิด AI ระบบ WizSense และ AcuSense

Q: WizSense กับ AcuSense แบรนด์ไหนดีกว่ากัน?

A: ทั้งสองระบบมีความแม่นยำในการตรวจจับและลด False Alarm ใกล้เคียงกันมากครับ จุดต่างหลักจะอยู่ที่แบรนด์ผู้พัฒนา โดย WizSense เป็นเทคโนโลยีของค่าย Dahua ซึ่งโดดเด่นเรื่องความคุ้มค่าและเมนูการใช้งานที่เข้าใจง่าย ส่วน AcuSense เป็นของค่าย Hikvision ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเสถียรของระบบและระบบ Deep Learning ที่ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้ดีเยี่ยม แนะนำให้เลือกตามแอปพลิเคชันมือถือหรือระบบเดิมที่คุณใช้งานอยู่เป็นหลัก

Q: กล้องวงจรปิดระบบเก่า สามารถอัปเกรดเป็น WizSense หรือ AcuSense ได้ไหม?

A: ได้ครับโดยไม่ต้องเปลี่ยนกล้องใหม่ทั้งหมด! เพียงแค่คุณเปลี่ยนเครื่องบันทึก (DVR หรือ NVR) ให้เป็นซีรีส์ที่รองรับเทคโนโลยี WizSense (ของ Dahua) หรือ AcuSense (ของ Hikvision) ตัวชิป AI ที่อยู่บนเครื่องบันทึกเครื่องใหม่จะทำหน้าที่ประมวลผลและเพิ่มความฉลาดในการแยกแยะคน-รถ ให้กับกล้องตัวเก่าของคุณได้ทันที

Q: ระบบ AI สามารถคัดกรองสัตว์เลี้ยง (หมา/แมว) ไม่ให้แจ้งเตือนได้จริงไหม?

A: จริงครับ ระบบ AI ทั้ง WizSense และ AcuSense ถูกฝึกฝนให้อ่านโครงสร้างรูปร่างและมวลสารของวัตถุ ระบบจะรู้ว่าสุนัขหรือแมวมีโครงสร้างสี่ขาขนานกับพื้น ซึ่งต่างจากโครงสร้างสองขาตั้งตรงของมนุษย์ ทำให้ระบบเลือกที่จะ “ข้าม” การแจ้งเตือนสัตว์เลี้ยง สัตว์จรจัด หรือใบไม้ไหว แล้วจะเตือนเฉพาะเมื่อเจอคนจริงๆ เท่านั้น

Q: ฟังก์ชัน Active Deterrence ในกล้อง AI ทำงานตอนไหน? จะส่งเสียงดังทั้งวันไหม?

A: ฟังก์ชันเปิดไฟกระพริบและส่งเสียงไซเรนไล่โจร (Active Deterrence) จะไม่ส่งเสียงดังตลอดเวลาครับ เราสามารถเข้าไปตั้งค่าในระบบได้ว่าจะเปิดใช้งานเฉพาะช่วงเวลาไหน (เช่น เฉพาะเวลา 22.00 น. – 05.00 น.) และจะทำงานเฉพาะเมื่อมี “มนุษย์” หรือ “ยานพาหนะ” ล้ำเส้นบุกรุกเข้าไปในโซนหวงห้ามที่เราขีดเส้นไว้เท่านั้น ในเวลาช่วงกลางวันระบบจะทำการบันทึกภาพตามปกติโดยไม่มีการส่งเสียงรบกวน

Q: กล้องวงจรปิด AI จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาไหม?

A: ระบบการประมวลผล AI (แยกแยะคน-รถ, การตีเส้นบุกรุก, การเปิดไฟ/ไซเรนหน้างาน) ทั้งหมดถูกคำนวณอยู่ภายในชิปเซ็ตของตัวกล้องหรือเครื่องบันทึกโดยตรง จึงไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการประมวลผลครับ อินเทอร์เน็ตจะจำเป็นเฉพาะเวลาที่ระบบต้องการส่งสัญญาณ Notification แจ้งเตือนเหตุการณ์ร้ายแรงเข้ามายังแอปพลิเคชันบนมือถือของคุณเท่านั้น

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *